สิริพรรณ วิเคราะห์คำวินิจฉัย ชี้ 'ลับแบบมีเงื่อนไข' เป็นแนวคิดเดียวกับ อังกฤษ-สิงคโปร์

28 กันยายน 2569 หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีติเอกฉันท์ วินิจฉัย คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ เป็น ความลับแบบมีเงื่อนไข ระบุ กกต.เก็บใช้ต้นขั้ว บัตรเลือกตั้ง บัญชีผู้มีสิทธิ แยกกันเด็ดขาดคนนอกไม่มีสิทธิเข้าถึง
ต่อมา ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Siripan Nogsuan Sawasdee" ระบุข้อความว่า "คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณี QR Code และ Bar Code ข้อ 1 และ 2 สรุปคำวินิจฉัยของศาล ข้อ 3 และข้อ 4 เป็นข้อสังเกตของผู้เขียน
1.ศาลใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยราว 1.45 ชั่วโมง สรุปได้ว่าการเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยให้น้ำหนัก 2 ส่วน ก. ศาลตรวจระบบเก็บรักษาเห็นว่ายังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอว่ามีการเชื่อมข้อมูลจนรู้คะแนนของบุคคลใด การมีหมายเลขบนบัตรจึงไม่จำเป็นต้องทำให้การลงคะแนนไม่ลับโดยอัตโนมัติ ข. บาร์โค้ดช่วยควบคุมการพิมพ์และตรวจบัตรปลอม
2. ศาลแนะให้ กกต. ออกแบบบัตรในอนาคตโดย ไม่ใช้เครื่องหมายที่เชื่อมข้อมูลถึงผู้ใช้สิทธิได้ และให้เก็บบัตรครั้งนี้อย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ
3. คำว่า “ความลับแบบสมบูรณ์” กับ “ความลับแบบมีเงื่อนไข” ต่างกันอย่างสำคัญตรงที่ลับแบบสมบูรณ์ เมื่อกาบัตรแล้ว ต่อให้เห็นบัตรภายหลังก็ไม่มีเส้นทางให้ไล่กลับ ประเทศที่ยืนยันหลักการนี้ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี
ลับแบบมีเงื่อนไข จะมีหมายเลขรายใบและข้อมูลที่อาจจับคู่ถึงผู้กาบัตรได้ แต่แยกเก็บ ปิดผนึก จำกัดผู้เข้าถึง และกำหนดเหตุที่จะเปิดตรวจ อังกฤษ และสิงคโปร์ใช้แนวคิดแบบหลัง รายงานผลการประเมินจัดการเลือกตั้งในอังกฤษ 2024 เสนอให้ยกเลิกหมายเลขรายใบบนบัตร
ความลับแบบสมบูรณ์ เกิดขึ้นได้จากการออกแบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดคูหา การพับบัตร และการสังเกตผู้ใช้สิทธิ ส่วนความลับแบบมีเงื่อนไข เป็นระบบที่ ต้องอาศัยความไว้วางใจ
อาจกล่าวได้ว่า ในปัจจุบัน ความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการ และผู้จัดการเลือกตั้ง คือ กกต. ต่ำ
จากข้อ 2 เป็นการบอกว่า ในอนาคตศาลให้ใช้แนวทางความลับแบบสมบูรณ์
4. บัตรเลือกตั้งปี 2566 เคยมี QR code บนบัตรแบบแบ่งเขต แต่เป็นรหัสระดับเล่ม ส่วนปี 2569 ใช้รหัสที่ต่างกันรายใบและตรงกับเลขบนต้นขั้ว
ประเด็นที่ กกต ไม่เคยอธิบายคือ เหตุใดรหัสระดับเล่มแบบเดิมจึงไม่เพียงพอ จนต้องเปลี่ยนมาใช้รหัสรายใบ และประเมินความเสี่ยงต่อความลับของคะแนนอย่างไร
แม้ระเบียบ กกต. จะให้อำนาจเพิ่มรหัสเพื่อป้องกันการปลอมแปลงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่ไม่ได้ทำให้เหตุผลในการเลือกมาตรการคุ้มครองความลับของคะแนนพ้นจากการตรวจสอบของประชาชน

