YLGชี้ทองคำยังเป็นขาขึ้น ลุ้นปี’70ราคาพุ่งแตะจุดสูงสุดเดิม

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า YLG ยังคงมีมุมมองต่อเทรนด์ของราคาทองคำที่เป็นภาพใหญ่ว่ายังอยู่ในรอบขาขึ้น โดยปัจจัยหลักอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองก็คือการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน ที่เดินหน้าเก็บทองคำเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนำเข้าทองคำสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม 2569มากกว่า 1,000 ตัน สูงกว่าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี 2568
นอกจากนี้ยังรวมถึงประเทศขนาดกลางอย่างโปแลนด์ ที่ซื้อทองคำสะสมมาตั้งแต่ปี 2561 หรือตั้งแต่ก่อนโควิด 19 และแม้โปแลนด์จะสะสมทองคำจนมีสัดส่วนประมาณ 30% ของทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว แต่ก็ยังตั้งเป้าหมายว่าจะซื้อต่อเนื่องจนกว่าจะสะสมครบ 700 ตัน
“หากพิจารณาจากสัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่างๆ จะพบว่าประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่มีสัดส่วนการถือครองทองคำที่สูงมาก ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่กลับมีการถือครองต่ำกว่า 10% และนี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าอีกหลายประเทศจะยังคงต้องการซื้อทองคำเพิ่ม”นางพวรรณ์ กล่าว
โดยสัดส่วนการถือครองทองคำสูงสุด 20 อันดับทั่วโลก ซึ่งเผยแพร่โดยสภาทองคำโลก ที่ได้รวบรวมจากสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ ไตรมาส 2/2569 มีดังนี้ 1.อุซเบกิสถาน มีสัดส่วนทองคำสูงถึง 86-87% คิดเป็นปริมาณสำรอง 416 ตัน ,2.สหรัฐอเมริกา มีสัดส่วน 84% เป็นผู้ถือครองมากที่สุดในโลก 8,133.5 ตัน ,3.เยอรมนี มีสัดส่วน 84% คิดเป็น 3,350.3 ตัน ,4.เลบานอน มีสัดส่วน 82% คิดเป็น 286.8 ตัน ,5.ฝรั่งเศส มีสัดส่วนทองคำ 81.8% คิดเป็น 2,437 ตัน
6. อิตาลี มีสัดส่วน 81.3% คิดเป็น 2,451.8 ตัน, 7.โปรตุเกส มีสัดส่วน 79.9% คิดเป็น 382.7 ตัน, 8.คาซัคสถาน มีสัดส่วน 77% คิดเป็น 339.9 ตัน, 9.เนเธอร์แลนด์ มีสัดส่วน 74.2% คิดเป็น 612.5 ตัน ,10. กรีซ มีสัดส่วน 64-65% คิดเป็น 115 ตัน,11.ไซปรัส มีสัดส่วน 62.4% คิดเป็น 13.9 ตัน, 12.ตุรกี มีสัดส่วน 53.4% คิดเป็น 603 ตัน, 13.รัสเซีย มีสัดส่วน 47% คิดเป็น 2,317 ตัน, 14.สเปน มีสัดส่วน 33.8% คิดเป็น 281.6 ตัน
15. โปแลนด์ มีสัดส่วน 30.1% คิดเป็น 582 ตัน มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ตัน, 16.คูราเซาและซินต์มาร์เติน มีสัดส่วน 29.9% คิดเป็น 13.1 ตัน, 17.เบลารุส มีสัดส่วน 28.4% คิดเป็น 53.8 ตัน, 18.ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีสัดส่วน 28.1% คิดเป็น 504.8 ตัน, 19.สโลวาเกีย มีสัดส่วน 23.2% คิดเป็น 31.7 ตัน, 20.สหราชอาณาจักร มีสัดส่วน 22.5% คิดเป็น 310.3 ตัน
ในขณะที่ไทย มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 10.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 234.5 ตัน อยู่ลำดับที่ 23 ของโลก และอยู่อันดับ 1 ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ส่วนใหญ่ถือครองประมาณ 5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ 1-10 อันดับแรกเป็นชาติมหาอำนาจที่ส่งต่อความมั่งคั่งมาตั้งแต่ยุคก่อน รวมถึงประเทศที่มีเหมืองทองคำ ขณะที่อันดับ 11-20 เริ่มมีประเทศที่กำลังเร่งสะสมทองคำ จึงเป็นสัญญาณว่าให้ความเชื่อถือทองคำในระยะยาวมากขึ้น ขณะที่จีนมีสัดส่วนทองคำต่อสำรอง 2,366 ตัน หรือคิดเป็น 5% เมื่อเทียบกับสัดส่วนของชาติมหาอำนาจอื่นๆ จีนจึงถือว่ายังอยู่ห่างไกล ทำให้จีนเข้าสะสมทองคำเพิ่มต่อไป
“ปัจจัยเรื่องการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ยังมีอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ระหว่างทางราคาทองคำจะเกิดการแกว่งตัวจากการขายทำกำไร แต่มองว่าระยะยาวราคาจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น คาดว่าครึ่งหลังของปี 2570 จะได้เห็นราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง ส่วนการปรับลดลงของทองคำในช่วงนี้ มองว่าเป็นการขายเพื่อทำกำไรของพอร์ตในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดีระยะยาวมองว่ายังเป็นขาขึ้น”นางพวรรณ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

