อ่างทองวิกฤต! ปภ.เตือนเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที มวลน้ำทะลักถึงคืนนี้

อ่างทองวิกฤต! ปภ.เตือนเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที มวลน้ำทะลักถึงคืนนี้ ดันระดับน้ำสูงขึ้นอีก 30 ซม. เสริมกระสอบทรายป้องเขตเศรษฐกิจ
วันที่ 30 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หลังเขื่อนเจ้าพระยามีการปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยคาดว่ามวลน้ำก้อนใหม่จะเดินทางมาถึงพื้นที่จังหวัดอ่างทองในช่วงเวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. คืนนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 20-30 เซนติเมตร โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ อ.ไชโย อ.เมือง และ อ.ป่าโมก จะได้รับผลกระทบระดับน้ำสูงขึ้น 20-30 เซนติเมตร ขณะที่แม่น้ำน้อยโซน อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.โพธิ์ทอง ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร

ขณะนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งระดมเจ้าหน้าที่เรียงกระสอบทรายตามจุดเสี่ยงบริเวณแนวผนังกั้นน้ำและเขื่อนดินเพื่อป้องกันน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน ด้านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยจังหวัดอ่างทอง คาดการณ์ว่าในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 อาจมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นไปถึงอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรืออาจมากกว่านั้นหากมีปริมาณน้ำฝนสะสมและน้ำไหลสมทบ (Sideflow) เข้ามาเพิ่ม
ด้านสำนักชลประทานที่ 12 ได้ส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้ามาเร่งระบายน้ำช่วยเทศบาลเมืองอ่างทอง เพื่อปกป้องพื้นที่เขตเศรษฐกิจและศูนย์ราชการจังหวัดอย่างเต็มที่ หลังตรวจพบจุดรั่วซึมของน้ำเจ้าพระยาลอดผ่านใต้พนังกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำหน้าโรงเรียนวัดสนามชัย ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศบาลได้เร่งนำแท่นแบร์ริเออร์และกระสอบทรายเข้าปิดล้อมสกัดน้ำไว้ทันที โดยสถานการณ์ล่าสุด ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง สูงถึง 8.21 เมตร ซึ่งเกินจุดวิกฤตที่ 8.00 เมตรแล้ว (ระดับตลิ่งเขื่อนกั้นน้ำอยู่ที่ 10 เมตร) โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,112 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

อย่างไรก็ตาม สำหรับทุ่งรับน้ำขุนอินทประมูล ซึ่งเป็นพื้นที่แก้มลิงลุ่มต่ำรับน้ำตามธรรมชาติในเขต อ.โพธิ์ทอง และ อ.เมือง พบว่าปัจจุบันยังคงรองรับปริมาณน้ำได้อีกมาก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะทำหน้าที่ช่วยรองรับและหน่วงมวลน้ำหลากที่ผันมาจากแม่น้ำสายหลัก เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเขตเศรษฐกิจ ชุมชนเมือง และพื้นที่ท้ายน้ำของจังหวัดอ่างทองต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

