'น้องธีร์' เด็ก ม.6 จับมือ 'แอดมินท็อป' สร้างเว็บแจ้งน้ำท่วมแปดริ้วใน 4 ชม. ช่วยผู้ประสบภัย

‘น้องธีร์’ เด็ก ม.6 จับมือ ‘แอดมินท็อป เรารักแปดริ้ว’ พัฒนาเว็บรวบรวมข้อมูลน้ำท่วมแปดริ้ว มุ่งเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตผู้ประสบภัย
ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราที่ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักและเป็นวงกว้าง ประชาชนหลายหมื่นคนได้รับความเดือดร้อน และต้องอพยพแล้วนับพันราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด โรงพยาบาลพุทธโสธร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด ได้ประกาศขอรับบริจาคกระสอบทรายหลายพันถุงเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ ทำให้ภาคประชาชนเกิดแนวคิดนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลอย่างเร่งด่วน

นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ "ท็อป" แอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้จับมือกับ นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ หรือ "น้องธีร์" อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ ร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์ม “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป” (Chachoengsao Flood Vercel App) เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่แบบเรียลไทม์

แพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปักหมุดและรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ระดับน้ำ พร้อมแนบรูปถ่ายและระบุช่วงเวลาของข้อมูลได้ทันที ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานการณ์ในแต่ละจุดได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ระบบยังได้รับการเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ประชาชนสามารถติดตามภาพเหตุการณ์จริงบนท้องถนนและจุดสำคัญต่างๆ ได้ตลอดเวลา
ทีมพัฒนายังมีแผนต่อยอดในระยะถัดไป ให้ประชาชนสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านแพลตฟอร์ม โดยระบบจะส่งต่อข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากที่สุด
ทั้งนี้ หลังจากเปิดใช้งานเพียงประมาณ 3 วัน แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมียอดเข้าใช้งานและร่วมกดรายงานสถานการณ์แล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

น้องท็อป เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาระบบว่า จากการลงพื้นที่ทำงานกู้ภัย พบปัญหาว่าข้อมูลมักกระจายอยู่ตามกลุ่มแชตและโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้ผู้ประสบภัยและผู้ที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ตรงกัน การสร้างแผนที่ศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติที่รวมข้อมูลจากประชาชนและอาสาสมัครไว้ในจุดเดียว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ในสถานการณ์ภัยพิบัติ สิ่งสำคัญไม่แพ้การช่วยเหลือ คือการรู้ว่าใครกำลังเดือดร้อน อยู่ที่ไหน และต้องการอะไร ระบบนี้จึงไม่ใช่แค่เว็บไซต์รายงานน้ำท่วม แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดจากข้อมูลของประชาชน เพื่อประชาชน และนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนจริงๆ" น้องท็อป กล่าว

ด้าน "น้องธีร์" เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการมาร่วมงานกันว่า ทั้งสองได้พบกันโดยบังเอิญที่จุดรับบริจาคในห้างสรรพสินค้า ขณะที่ตนไปเป็นจิตอาสาแพ็กของช่วยผู้ประสบภัย เมื่อได้พูดคุยถึงปัญหาและแนวคิดกับพี่ท็อป จึงอาสานำความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีมาช่วยทันที โดยใช้เวลาพัฒนาเว็บไซต์เบื้องต้นเพียงประมาณ 4 ชั่วโมงจนสามารถเปิดใช้งานรายงานสถานการณ์ได้
แม้ปัจจุบันน้องธีร์จะเรียนอยู่ชั้น ม.6 สายบริหาร แต่ด้วยการสนับสนุนจากทางโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้ทำโครงการนวัตกรรม ประกอบกับตนเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันทักษะหุ่นยนต์และนวัตกรรมระดับนานาชาติที่ประเทศไต้หวัน และผ่านเข้ารอบเป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปแข่งขันระดับโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จนคว้าอันดับ Top 6 มาได้ ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเว็บไซต์และระบบต่างๆ ในเวลาอันจำกัด
"ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ คนในพื้นที่จำเป็นต้องช่วยเหลือกันเอง หากความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีสามารถนำมาช่วยผู้ประสบภัยได้ ผมก็พร้อมนำมาใช้เต็มที่ เพราะในภาวะภัยพิบัติ ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาเพียงหนึ่งข้อมูล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยชีวิตคนคนหนึ่งได้" — น้องธีร์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเข้าใช้งานและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมได้ที่แพลตฟอร์ม: https://chachoengsao-flood.vercel.app
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

