รสนา ซัด รัฐบาลเก่งทำธุรกิจการเมือง แต่ไร้ความสามารถแก้วิกฤตประเทศ
1 ตุลาคม 2569 เวลา 14:28 น.

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ธุรกิจการเมืองทำรัฐบาลไร้ความสามารถบริหารทุกวิกฤตจนถึงวิกฤตน้ำท่วม ?!?
ตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐ อิหร่านเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลต่อราคาน้ำมันแพงจนกระทบค่าครองชีพประชาชน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานประกาศจะแก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมันตั้งแต่ 16 เมษายน เป็นต้นมา แต่แก้ไขได้น้อยมาก ราคาน้ำมันยังแพง ปล่อยผู้ประกอบการโรงกลั่นทำกำไรกำไรอู้ฟู่มา2ไตรมาสแล้ว รัฐมนตรีประกาศขอใช้เวลา 1เดือนแก้ไขโครงสร้างราคาน้ำมันเมื่อ 9 กรกฎาคม เข้าเดือนตุลาแล้ว ผ่านมาจะ3 เดือน ยังทำอะไรไม่ได้ แค่จะตัดค่าพรีเมี่ยมทิพย์ ยังทำไม่ได้เลย
รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงไม่ได้ เพราะยังถูกตั้งคำถามเรื่องถอนทุนเลือกตั้งจากการเก็งกำไรราคาน้ำมัน หรือไม่มีความสามารถบริหารบ้านเมืองท่ามกลางสภาวะวิกฤต ยังบริหารแบบสบายๆเป็นทองไม่รู้ร้อน อย่างไรอย่างนั้น ใช่หรือไม่
พอถึงวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพ รัฐบาลก็ยิ่งงงหนัก สมัยน้ำท่วมหาดใหญ่ บอกจะต้องถอดบทเรียน แต่เวลาผ่านไป ได้บทเรียนอะไรบ้าง?! ได้แต่งงๆ บอก “เอาอยู่ เอาอยู่” แต่แก้อะไรไม่ถูก ปล่อยให้ประชาชนช่วยตัวเองตามยถากรรม
คำคมที่นายกฯเคยกล่าวไว้ว่า “ สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” ถูกนำมาแซวอย่างเจ็บแสบว่า “เตือนวันนี้ ท่วมเมื่อวาน”
ดิฉันมีโอกาสได้อ่านปัญหาความโกลาหลในสนามบินเมื่อวันที่27 กันยายนจากนักบินของสายการบินไทยคนหนึ่งว่าเป็นวันที่น้ำท่วมกรุงเทพหนักมากในหลายพื้นที่ทำให้คนทำงานในสายการบินทั้งคนทำความสะอาด คนส่งอาหาร พนักงานต้อนรับ พนักงานยกกระเป๋า พนักงานยกงวงต่อกับประตูเครื่องบิน และ อื่นๆ รวมทั้งนักบินไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบให้เที่ยวบินล่าช้าออกไปมาก บางเที่ยวบินต้องยกเลิกก็มี ผู้โดยสารต้องอยู่รอกระเป๋า 4-6 ชั่วโมง เป็นต้น
ส่วนประชาชนที่ต้องเดินทางกลับบ้านก็ประสบความยากลำบากที่หารถแท็กซี่ รถประจำทางไม่ได้ พอจะไปอาศัยรถไฟฟ้า หรือรถไฟฟ้าสายสีแดง ก็เจอปิดการเดินรถ ซึ่งปิดตามเวลาปกติ ไม่มีผู้บริหารคนไหนคิดถึงการเปิดเดินรถในกรณีฉุกเฉินกันเลยหรือ!?!
แค่เรื่องรถ เรือ ที่หน่วยงานรัฐควรต้องระดมมารับคนทำงานสนมบิน ที่อาศัยกระจายอยู่ตามพื้นที่โซนน้ำท่วมหนัก เช่นร่มเกล้า คลองจั่น ลาดกระบัง ฯลฯ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็ยังไม่มีสมองมาคิดว่าต้องแก้ไข บรรเทาปัญหาเฉพาะหน้ากันอย่างไรเลย ทั้งที่เรื่องการบริหารจัดการน้ำต้องเตรียมมาตั้งแต่ยังไม่เข้าหน้าฝนด้วยซ้ำไป ทั้งการลอกคลอง เก็บกวาดขยะ พร่องน้ำ ตรวจสภาพเครื่องสูบน้ำ แต่ไม่มีการเตรียมการใดๆ
แม้แต่เรื่องเฉพาะหน้าในการบรรเทาความเดือดร้อน ยังคิดไม่เป็น แล้วจะหวังให้คิดตระเตรียมรับศึกเรื่องน้ำ น่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เห็นมีแต่จะจ้องมองหาประโยชน์ในยามวิกฤติ ไม่ว่าจะเรื่องราคาน้ำมัน หรือหาผลประโยชน์เรื่องจะของบซื้อแพลตฟอร์มพยากรณ์อากาศ เป็นต้น ใช่หรือไม่ ?!?
เอาแค่เรื่องรายละเอียดเหล่านี้ รัฐบาลยังคิดไม่เป็น แล้วจะหวังให้รัฐบาลมาแก้ปัญหาอะไรที่ใหญ่กว่านี้ได้ละหรือ !?!
ธุรกิจการเมืองทำให้ไม่สามารถคัดเลือกคนมีความสามารถมาทำงาน และแก้ปัญหาประเทศยามวิกฤต เพราะคัดเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรี ล้วนมาจากโควต้า และเส้นสายทางธุรกิจการเมือง คนที่มานั่งหัวโต๊ะถ้าไม่ใช่รัฐมนตรีมือใหม่หัดขับ ก็เป็นมือเก่าเขี้ยวลากดิน ที่เก่งเรื่องธุรกิจการเมือง แต่ไร้ความสามารถในการแก้ปัญหา ใช่หรือไม่ ?!
ประเทศไทยจึงไปได้แค่นี้ !?! "
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

