นายกฯ ขยาดดรามา ลงพื้นที่ปราจีนฯ ถือตะหลิว แต่ไม่กล้าผัดอาหาร แจงเหตุระบายน้ำช้า

นายกฯ ลงพื้นที่ปราจีนบุรี จับ ตะหลิวแต่ไม่ได้ผัดอาหาร บอก เดี๋ยวโดนว่าอีก ยกมือไหว้ อวยพรแม่ครัวขอให้เจริญๆ ชี้ จ.ปราจีนฯ เป็นพื้นที่อุทกภัยหนักสุดในช่วงนี้ เหตุ ย้ายผู้ป่วยหมด รพ.ประจำจังหวัด ชม อบจ.-จังหวัด ระดมทรัพยากรตั้งศูนย์พักพิง-โรงครัวขนาดใหญ่ ขอ ขยายกรอบงบทดรองราชการฉุกเฉิน รับมือผู้ประสบภัยเต็มที่ ย้ำ โรงพยาบาลสนาม ไม่ขาดเวชภัณฑ์ แจงเหตุ ระบายน้ำช้า หลังน้ำล้อมพื้นที่ด้านใน หวั่น ระบายแล้วไหลกลับ ย้ำ ทันทีที่ระบายได้ จังหวัดพร้อมเร่งเต็มที่ ยัน น้ำท่วมเกิน 7 วัน เข้าเกณฑ์เยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน
เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2569 ที่จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมลงพื้นที่กับนายกฯ ตรวจเยี่ยมให้กำลังผู้ป่วย รพ.ค่ายจักรพงษ์ และ รพ.สนามค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี
โดยจุดแรกที่นายกฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยม และรับฟังปัญหา คือโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ป่วย ที่ต้องอพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลบ้านสร้าง โดยนายกฯได้เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม พร้อมให้กำลังใจทีมแพทย์ในการทำหน้าที่ดูแลประชาชน
ขณะที่ทีมแพทย์รายงานว่าปัจจุบัน ได้ขยายพื้นที่ห้อง ICU โรงพยาบาลกบินทร์บุรี 8 เตียง โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ 6 เตียง ปัจจุบันยังต้องการความสนับสนุน เครื่องช่วยหายใจ 4 เครื่อง สายเครื่องช่วยหายใจ 8 เซ็ต เครื่องให้ออกซิเจน 40 เครื่อง เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่ 30 เครื่อง เครื่องควบคุมน้ำเกลือ 20 เครื่อง
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิงสำนักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี โดยให้กำลังใจผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และประชาชนจิตอาสา โดยได้เข้าไปในเโรงครัว พร้อมจับตลิวแต่ไม่ได้ผัดอาหาร โดยมีแม่ครัวเอ่ยปากถามนายกรัฐมนตรีว่า “นายกฯทอดไหมคะ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวโดนว่าอีก” พร้อมเอ่ยปากชมว่า น่ากินมากเลย สีแบบนี้ดี แปลว่าตั้งใจทอด และกำชับให้อาหารการกินมีความพร้อม
นอกจากนี้ได้ถามแม่ครัวอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งแม่ครัวบอกว่า อาหารทั้งหมดที่ทำจะนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน โดยรอบเย็นจะทำอาหารช่วงเวลา 17.00 น. ส่วนรอบเช้าจะเริ่มทำอาหารตอนเวลา 03.00 น. ซึ่งนายกฯ ได้อุทานว่า “โอ้โห” ก่อนยกมือไหว้ พร้อมอวยพรขอให้เจริญๆ
โดยช่วงหนึ่งนายกฯได้ยืนยันกับผู้ประสบภัยว่า จะมีงบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมแน่นอน ขอให้ไว้วางใจ ไม่ต้องกังวล นอกจากนี้มีประชาชนได้สะท้อนว่าหลังจากน้ำลดแล้ว ขอให้นายกฯ ดูแลจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพิเศษด้วย นายกฯ ได้ตอบกลับว่า แน่นอน ดูแลอยู่แล้ว
นอกจากนี้นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ ว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักมากที่สุดในช่วงเวลานี้ ถึงขนาดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดต้องปิดตัว ต้องย้ายผู้ป่วยทั้งหมดไปยังสถานพยาบาลอื่น ๆ สำหรับการจัดตั้งศูนย์อพยพ จังหวัดได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนายกอบจ.ปราจีนบุรี ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ความพร้อมของศูนย์พักพิงทำให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่อาหารการกินได้รับความร่วมมือจาก อบจ. อาสาสมัครทุกหน่วย จนโรงครัวมีขนาดใหญ่ สามารถประกอบอาหารให้ศูนย์พักพิงและนำออกไปแจกจ่ายยังศูนย์พักพิงอื่น ๆ ได้อีกด้วย ตนจึงขอขอบคุณนายกฯ อบจ. ทีมจังหวัดปราจีนบุรีด้วย
นายกฯกล่าวต่อว่า การได้มาลงพื้นที่ทำให้ได้เห็นสภาพว่านอกจากอุทกภัยที่หนักแล้ว ยังต้องมีการสนับสนุนจากภายนอก โดยเฉพาะเรื่องการขยายกรอบงบประมาณทดรองราชการฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ และตั้งชื่นชมว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
“ยังไงก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน แต่ว่าเราพยายามที่จะจัดสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์ เครื่องอุปโภค บริโภค ให้เขารู้สึกมีความสะดวกมากที่สุด“
ส่วนโรงพยาบาลสนามที่มีการรายงานว่าอาจขาดอุปกรณ์บางอย่างนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากเข้ามาในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้ ไม่ได้เรียกว่าขาด เพียงแต่ว่าหากอยู่ไประยะหนึ่ง ก็อยากให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วย เวชภัณฑ์มีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งการตั้งโรงพยาบาลสนาม กระทรวงสาธารณสุขมีแผนการรับมือตั้งแต่สมัยโรคโควิด-19 แล้ว จะเห็นได้ว่าหากเป็นการรักษาผู้ป่วยนั้น ไม่มีการขาดอะไรที่เป็นนัยยะสำคัญเพียง แต่จะทำอย่างไรให้สบายกว่านี้
เมื่อถามถึงการย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ประสบภัยในอำเภออื่นนั้น นายอนุทิน ย้ำว่า ต้องต้องทำทุกพื้นที่ ต้องเตรียมการ นายกฯอบจ.เตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางก่อน ซึ่งจังหวัดมีหอประชุม มีศาลากลาง ต้องหาที่ที่อยู่แล้วสะดวก อากาศถ่ายเท บางพื้นที่อย่างวัด หรือโรงเรียน ก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้รองรับการพักพิงจำนวนมาก จึงต้องมีการจัดพื้นที่ให้เหมาะสมมากที่สุด
เมื่อถามว่าประชาชนอยากรู้ว่าทำไม จ.ปราจีนบุรี ถึงระบายน้ำช้ากว่าจังหวัดอื่น และเมื่อไหร่จะระบาย นายอนุทิน กล่าวว่า การระบายน้ำมันก็ต้องระบายทันทีที่ระบายได้ ระบายน้ำแล้วก็ต้องมั่นใจว่าระบายน้ำออกไปแล้วมันไม่กลับเข้ามาอีก ซึ่งตอนนี้เกิดสภาพน้ำลายล้อมอยู่ จึงยังไม่สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในออกไปได้ เราถึงต้องมีแผนที่จะอพยพผู้คนออกมา แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเวลาที่ระบายน้ำได้ จังหวัดมีความพร้อมที่จะเร่งระบายออกไป และอุปกรณ์ต่างๆก็มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว
ซึ่งตอนนี้จังหวัดที่หนักก็คือจังหวัดปราจีนบุรีที่หนักมากๆเพราะท่วมอำเภอเมืองด้วย และจังหวัดในปริมณฑล ทั้งจ.นนทบุรี และ จ.นครปฐม แต่หนักเป็นจุดๆ ซึ่งแต่ละจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้รับการสนับสนุน ในทุกๆด้านที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
ส่วนการเยียวยานายกฯบอกว่า เป็นไปตามที่เคยปฏิบัติมา เพราะน้ำท่วมในพื้นที่เกิน 7 วันแล้ว ซึ่งถือว่าเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เป็นภาระของรัฐบาล ที่จะเร่งสำรวจขึ้นทะเบียนแล้วก็โอนเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าหลังวันที่ 1 ต.ค. 69 มีเหตุอะไรขึ้นมาอีกการเยียวยาก็จะเป็ เรื่องของกรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลได้จัดทำมาเพื่อคุ้มครอง 30 บ้านครัวเรือน ซึ่งตรงนั้นจะเพิ่มการเยียวยาจาก 9,000 บาทตามกฎหมาย หากเราไปทำประกันก็ได้ 10,000 บาทในเบื้องต้น รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนตามกฏหมาย 40,000 บาท แต่ถ้าภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยไม่เกิน 100,000 บาท ในกรณีมีเหตุเสียชีวิตได้รายละ 2 ล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้ก็อย่าให้ได้ใช้เลยจะดีที่สุด รัฐบาลยอมที่จะเสียงบประมาณเพื่อซื้อกรมธรรม์ดูแลประชาชน มองว่าการทำกรมธรรม์ก็ดีหน่อยเพราะว่ามันครอบคลุมกว่าที่บัญญัติอยู่ใน เรื่องของสถานการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งครอบคลุม 3 ภัยหลักคือ 1.อุทกภัย 2. วาตภัย 3.แผ่นดินไหว ถือว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้เตรียมการไว้แต่ล่วงหน้า สำหรับปีงบประมาณ 2570
ส่วนกรณีที่นายทองพิมพ์ ม่วงพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลคู้ลำพัน อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกกระแสไฟฟ้าดูดตอนเข้าไปช่วยเด็กจมน้ำจนเสียชีวิตนั้น นายอนุทิน ระบุว่า เราก็ต้องดูแลเขาอย่างเต็มที่เพราะมีกฎระเบียบที่เราจะต้องดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็เสียสละชีวิต พอเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเราก็จะดูแลอย่างเต็มที่และมีเงินช่วยเหลือจากส่วนอื่นๆอีกมากมายเข้ามาดูแลพวกเขา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง















