'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ดิ้นสู้ ยื่นขอศาลสูงงัดข้อตร.อังกฤษ ปมถูกจับคาพระตำหนักคดีฉาวสนั่นโลก

6 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) หนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของสหราชอาณาจักร ระบุว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ (Andrew Mountbatten-Windsor) อดีตดยุกแห่งยอร์ก พระอนุชาของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสูงอังกฤษตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการจับกุมและหมายค้นของตำรวจเทมส์วัลเลย์ หลังถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในข้อสงสัยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและส่งข้อมูลของรัฐบาล ให้แก่ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้ล่วงลับ
แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลสูงอังกฤษทบทวนทางกฎหมายเกี่ยวกับการออกหมายค้น ซึ่งเปิดทางให้ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของเขาบนพื้นที่แซนดริงแฮม และรอยัลลอดจ์ อดีตที่พักของเขา ในเมืองวินด์เซอร์ โดยเขาถูกตำรวจจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะอยู่ที่มาร์ชฟาร์ม ในมณฑลนอร์ฟอล์ก ในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 66 ปี ของเขา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจในเมืองแอลแชม ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 64 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำเขาเกือบ 12 ชั่วโมงเกี่ยวกับข้อสงสัยว่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ก่อนปล่อยตัวโดยอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นมาร์ชฟาร์ม และ รอยัลลอดจ์ เป็นเวลาหลายวัน และนำเอกสารรวมถึงสิ่งของของเขาไปตรวจสอบ
ทีมกฎหมายของ 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ต้องการตรวจสอบว่าหมายค้นดังกล่าว ซึ่งผู้พิพากษาศาลอนุมัติตามคำร้องของตำรวจเทมส์วัลเลย์นั้น ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เขาขออนุญาตศาลเพื่อดำเนินการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และต่อมาผู้พิพากษาศาลสูงอนุญาตให้ดำเนินกระบวนการดังกล่าวได้ โดยมีรายงานว่าศาลสูงเตรียมจัดการพิจารณาคดีเป็นการลับในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดเผยเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่
การจับกุม 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' เกิดขึ้นหลังมีการเผยแพร่เอกสารจากแฟ้มคดีเอปสตีน ซึ่งทำให้เกิดข้อกล่าวหาว่า 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' อาจส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวให้แก่ นายเอปสตีน ขณะดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าพิเศษของสหราชอาณาจักรระหว่างปี 2001-2011 โดยข้อกล่าวหา ระบุว่า 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' อาจส่งรายงานเกี่ยวกับการเดินทางเยือนฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม และจีนให้เอปสตีน รวมถึงถูกกล่าวหาว่าส่งเอกสารบรรยายสรุปที่เป็นความลับเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในจังหวัดเฮลมันด์ของอัฟกานิสถาน
ซึ่งต่อมา 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน และเขาได้กล่าวออกมาว่า "เขารู้สึกเสียใจต่อมิตรภาพที่มีต่อนายเอปสตีน"
ซึ่งข้อกล่าวหาที่ตำรวจอังกฤษกำลังสอบสวนคือความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษที่มีความซับซ้อน และครอบคลุมกรณีเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์บางประการ
อย่างไรก็ตามการสอบสวนกำลังเผชิญอุปสรรค หลังมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะส่งมอบเอกสารคดีเอปสตีนฉบับที่ไม่มีการปกปิดข้อมูลให้แก่ทางการอังกฤษ การยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวอาจใช้เวลานานกว่า 1 ปี และยังไม่มีหลักประกันว่าทางการสหรัฐฯ จะให้ความร่วมมือ
เพื่อนของ 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ระบุว่า เขารู้สึกเหมือนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในภาวะไร้ความแน่นอน ขณะที่รอการสอบสวนที่ดำเนินมาเป็นเวลานานสิ้นสุดลง หลังจากถูกจับกุม เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่แซนดริงแฮม และมีรายงานว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเคยถูกชายสวมหมวกคลุมศีรษะไล่ติดตามและคุกคามขณะพาสุนัขออกไปเดิน
อีกทั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ตำรวจเทมส์วัลเลย์ ประกาศว่าจะขยายการสอบสวนให้ครอบคลุมข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบทางเพศ และขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคดีเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ ซึ่ง มีผู้ตีความว่าการขยายประเด็นสอบสวนอาจสะท้อนถึงความกังวลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตำรวจว่า การจับกุม 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ซึ่งเป็นพระอนุชาของกษัตริย์ อาจสร้างปัญหาให้กับการสอบสวนมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งการจับกุม 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับราชวงศ์วินด์เซอร์
แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอนแสดงความประหลาดใจต่อการตัดสินใจจับกุม โดยตั้งคำถามว่าทำไมตำรวจเทมส์วัลเลย์จึงไม่เพียงเชิญเขาไปให้ปากคำโดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและคำเตือนตามขั้นตอนปกติ
คนใกล้ชิดของ 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' บางรายตั้งข้อสงสัยว่า การตัดสินใจจับกุมเขาที่บ้าน และเลือกจับกุมในวันคล้ายวันเกิดของเขา อาจเป็นการดำเนินการที่มีเป้าหมายสร้างความอับอายอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่มีการยืนยันจากทางการ
ด้านพระราชวังบักกิงแฮม ออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่า 'กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3' ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการจับกุมพระอนุชา ขณะที่พระองค์มีพระราชดำรัสเป็นลายลักษณ์อักษรในเวลานั้นว่า "กฎหมายต้องดำเนินไปตามกระบวนการ" และทรงแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น
นับตั้งแต่นั้นมามีกระแสข่าวออกมาว่า 'อดีตเจ้าชายแอนดรูว์' ไม่ได้ติดต่อกับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ขณะที่เจ้าหญิงแอนน์และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระเชษฐภคินีและพระอนุชาอีกพระองค์ ยังมีการให้ความช่วยเหลือเขาตามสมควร
แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เคยถอนตัวจากพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการทั้งหมดในปี 2019 หลังเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเอปสตีน และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว อีกทั้งกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงถอดพระอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของเขา ท่ามกลางการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว

