ชำแหละงบ Thai PBS อาร์ต ถึงแก่น ชี้เปลี่ยนกระเป๋าเงิน เน้นความโปร่งใส-คุ้มค่า ไม่ใช่แทรกแซงสื่อ

6 ตุลาคม 2569 นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง หรือ อาร์ต ถึงแก่น อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า **“เปลี่ยนกระเป๋าเงิน” ไม่ได้เปลี่ยนความเป็นสื่อสาธารณะ แล้วเหตุใดประเด็นนี้จึงกลายเป็นเรื่องน่ากังวล?**
เรื่อง Thai PBS ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องรัฐบาลกับฝ่ายค้าน และไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นเรื่องเลือกข้างทางการเมือง
เพราะหัวใจจริง ๆ คือ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่นำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องอธิบายได้ โปร่งใส และมีกระบวนการพิจารณาที่เหมาะสม
ข้อเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS มีสาระสำคัญเรื่องหนึ่ง คือเปลี่ยนแหล่งรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บโดยอิงภาษีสุราและยาสูบ มาเป็น งบประมาณรายจ่ายประจำปี
พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ คือ
“เปลี่ยนกระเป๋าเงิน”
เมื่อเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการงบประมาณ ต้องชี้แจงว่า ต้องการเงินเท่าไร นำไปทำอะไร และเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างไร
นี่คือประเด็นที่น่าคิด
เพราะมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งยืนยันมาโดยตลอดว่า เงินสาธารณะต้องโปร่งใส การใช้งบประมาณต้องอธิบายได้ และการใช้อำนาจต้องถูกตรวจสอบ
หลักการเหล่านี้ถูกต้อง และควรสนับสนุน
แต่เมื่อมาถึงกรณีของสื่อสาธารณะ กลับมีเสียงคัดค้านว่าการเปลี่ยนแหล่งเงินไปสู่งบประมาณรายปีอาจเปิดช่องให้เกิด “การแทรกแซงสื่อ” ทั้งที่การจัดสรรงบประมาณไม่ได้อยู่ในมือของรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งมีสมาชิกจากหลายฝ่ายร่วมพิจารณา ตั้งคำถาม อภิปราย และตรวจสอบการใช้งบประมาณตามกระบวนการ
ดังนั้น การเปลี่ยน “กระเป๋าเงิน” ให้เข้าสู่กระบวนการงบประมาณ จึงไม่ได้มีความหมายโดยตัวมันเองว่าเป็นการมอบอำนาจให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าไปบริหาร Thai PBS หากแต่เป็นการทำให้เงินที่ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและชี้แจงต่อผู้แทนประชาชน
จึงต้องถามกันตรง ๆ ว่า
การทำให้ที่มาของเงินและการใช้เงินต้องผ่านกระบวนการงบประมาณ เท่ากับการแทรกแซงการบริหาร Thai PBS โดยอัตโนมัติจริงหรือ?
สองเรื่องนี้ไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน
Thai PBS ต้องมีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ และต้องมีหลักประกันไม่ให้รัฐบาล ฝ่ายค้าน พรรคการเมือง หรือผู้มีอำนาจฝ่ายใดเข้าไปครอบงำการบริหารองค์กร
แต่ในเวลาเดียวกัน “ความเป็นอิสระ” ไม่ควรถูกนำมาใช้แทนคำตอบว่าเงินสาธารณะควรถูกจัดสรรและตรวจสอบอย่างไร
ทั้งนี้ สิ่งที่เสนอคือการ “เปลี่ยนกระเป๋าเงิน” หรือเปลี่ยนที่มาของเงิน ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ไม่ใช่การเปลี่ยนอำนาจการบริหาร และไม่ใช่การเข้าไปบริหาร Thai PBS
เปลี่ยนที่มาของเงิน เพื่อให้การจัดสรรเงินสาธารณะต้องชี้แจง แต่โครงสร้างและอำนาจการบริหารองค์กรยังเป็นคนละเรื่องกัน
เพราะ Thai PBS ไม่ใช่สื่อของรัฐบาล
ไม่ใช่สื่อของฝ่ายค้าน
ไม่ใช่สื่อของพรรคการเมือง
แต่คือ “สื่อสาธารณะของประชาชนทุกคน”
ดังนั้น สิ่งที่น่าสนใจกว่าการแบ่งว่าใครอยู่ฝ่ายไหน คือ เรากำลังใช้หลักการเดียวกันกับทุกคนหรือไม่
หากเมื่อวานเรายืนยันว่า
“เงินสาธารณะต้องโปร่งใส”
วันนี้หลักการนั้นก็ควรยังเหมือนเดิม ไม่ว่าเงินก้อนนั้นจะอยู่ในกระเป๋าไหน
สุดท้ายจึงเหลือคำถามให้ประชาชนคิดและหาคำตอบด้วยตัวเองว่า…
ถ้าเปลี่ยนเพียง “กระเป๋าเงิน” แหล่งที่มาของรายได้เพื่อให้การจัดสรรเงินต้องชี้แจงต่อสาธารณะ โดยไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหรืออำนาจการบริหาร Thai PBS
นี่คือ “การแทรกแซงสื่อ” จริง ๆ
หรือเรากำลังใช้คำว่า “ประชาธิปไตย” และ “ความโปร่งใส” ด้วยมาตรฐานที่ต่างกัน เมื่อกระเป๋าเงินที่ถูกพูดถึงเปลี่ยนไป?
“ขอใช้เงินสนับสนุน ในกิจการ…ก็ต้องชี้แจง เพื่อความโปร่งใสและคุ้มค่าต่อสาธารณะ แบบนี้ไม่ดีหรือ?”
#อาร์ตถึงแก่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

