สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลอง 115 ปี วันชาติไต้หวัน สานสัมพันธ์ไต้หวัน-ไทยยั่งยืน

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย จัดงานฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ครบรอบ 115 ปี ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยมี นายปีเตอร์ หลัน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย พร้อมภริยาเป็นประธาน ในโอกาสนี้ แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายการเมือง ทหาร ตำรวจ นักวิชาการ สื่อมวลชน สมาคมชาวจีนโพ้นทะเล สมาคมนักธุรกิจไต้หวันในประเทศไทย ตลอดจนคณะทูตจากนานาประเทศ รวมกว่า 1,000 คน เข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) บรรยากาศเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่และคึกคัก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ



นายปีเตอร์ หลัน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไต้หวันโดดเด่นด้วยจุดแข็ง 3 ด้าน ได้แก่ ประชาธิปไตย ความน่าเชื่อถือ และเทคโนโลยี จนได้ก้าวขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางเทคโนโลยีที่ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลก โดยชิปขั้นสูงกว่าร้อยละ 90 ของโลกผลิตในไต้หวัน และ AI เซิร์ฟเวอร์กว่าร้อยละ 90 ผลิตและประกอบโดยผู้ประกอบการไต้หวัน ด้วยศักยภาพอันลึกล้ำและแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมไต้หวัน ทั้งในด้านเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ตลอดจนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าไต้หวันมีบทบาทสำคัญที่ขาดมิได้ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของโลก




ในช่วงครึ่งแรกของปีพ.ศ. 2569 นี้ เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตสูงกว่าร้อยละ 14 สูงสุดในรอบ 39 ปี ขณะที่มูลค่าตลาดหุ้นไต้หวันก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 4 ของโลก และ GDP ต่อหัวคาดว่าจะทะลุ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยกำลังทยอยบรรลุวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ในการสร้างไต้หวันให้เป็น “เศรษฐกิจที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดิน”



สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับไทย นายปีเตอร์ หลัน ได้นำตัวเลข “1–6” มาใช้อธิบายถึงรากฐานอันมั่นคงและเข้มแข็งของความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของแรงงานไทยในต่างประเทศ บริษัทไต้หวัน 2 แห่ง ติดอันดับ 50 บริษัทชั้นนำ(SET50) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไต้หวันเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าสำคัญอันดับ 3 ของไทย ไต้หวันเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 4 ของไทย ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 5 ของนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน และไต้หวันเป็นแหล่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อันดับที่ 6 ของไทย



นายปีเตอร์ หลัน เน้นย้ำว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์อันหนักแน่นถึงความผูกพันอันลึกซึ้งทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และประชาชนของทั้งสองฝ่าย ควบคู่ไปกับการที่ไต้หวันเดินหน้าขยายขอบเขตของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound Policy) และการทูตเชิงบูรณาการ (Integrated Diplomacy) หากมีช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมในอนาคต ย่อมมีความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดในการร่วมมือกันในทุกๆ มิติ


นายปีเตอร์ หลัน กล่าวสรุปว่า สำนักงานฯ ได้จัดตั้ง “แพลตฟอร์มบริการบุคลากรด้านเทคโนโลยีไต้หวัน–ไทย” และจากการที่ไต้หวันและไทยขยายมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักเดินทางในปีนี้ ไต้หวันมีความพร้อมที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างสองฝ่ายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนมิตรชาวไทยและสำนักงานฯ จะร่วมกันเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของความสัมพันธ์ไปด้วยกัน






ในงานปีนี้ นอกจากนำ “ชานมไข่มุก” เครื่องดื่มยอดนิยมจากไต้หวันแล้ว สำนักงานฯ ยังนำจิตวิญญาณ “การทูตเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ของกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันมาเป็นแนวทางในการจัดงาน โดยเชิญสถานเอกอัครราชทูตกัวเตมาลา ประจำประเทศไทย มาร่วมจัดแสดงกาแฟจากกัวเตมาลา โซนโฟโต้บูธ “วันชาติไต้หวัน” ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรมและความอบอุ่นอันเป็นกันเอง ท่ามกลางการเฉลิมฉลอง แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วนต่างร่วมกันอวยพรเนื่องในโอกาสวันชาติ และอวยพรให้ไต้หวันเจริญรุ่งเรืองสืบไป




ข่าวที่เกี่ยวข้อง

