ทันโลกทันเหตุการณ์ แพทยสภา : การใช้ยาหยอดตาอย่างปลอดภัย และถูกวิธี

หลายคนอาจคิดว่าแค่ ‘หยอดยา’ คงไม่ซับซ้อนอะไร แต่ในความเป็นจริง ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ยาไม่ได้ผล หรือบางครั้งอาจเกิดอันตรายกับดวงตาได้
ดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่บอบบาง การรักษาโรคทางจักษุหลายโรคต้องพึ่งพายาหยอดตาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น โรคต้อหิน โรคตาแห้ง โรคตาอักเสบ หรือแม้กระทั่งการติดเชื้อที่ดวงตา
ยาหยอดตาที่ใช้ในปัจจุบันมีประเภทใดบ้าง
ยาหยอดตาสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามการใช้งาน ได้แก่ ยาขยายม่านตา ใช้งานโดยจักษุแพทย์ขณะตรวจตา,ยาลดอาการตาแดง เป็นยาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าหากใช้บ่อยเกินไปจะทำให้ตาแดงมากกว่าเดิม
,น้ำตาเทียม ที่ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้ง, ยาลดอาการคัน หรืออาการแพ้, ยาชาเฉพาะที่ ต้องใช้ในห้องตรวจหรือห้องผ่าตัดเท่านั้น ห้ามนำมาใช้เอง, ยาปฏิชีวนะ สำหรับรักษาการติดเชื้อ, ยาลดความดันตา สำหรับรักษาโรคต้อหิน
,ยาสเตียรอยด์ สำหรับรักษาการอักเสบรุนแรง โดยต้องใช้ภายใต้การดูแลใกล้ชิด
“ยาทุกชนิดมีข้อดีและข้อควรระวัง การเลือกใช้ต้องเหมาะกับโรค และควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เสมอ”
ทำไมต้องหยอดยาหยอดตาให้ถูกวิธี
ถ้าหากวิธีหยอดไม่ถูกต้อง อาจทำให้สูญเสียยาที่ควรจะออกฤทธิ์เต็มที่ ไปเกือบครึ่ง ส่งผลต่อผลการรักษาได้ หรือบางครั้งอาจไหลลงคอ ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น ใจสั่น หรือ หายใจลำบาก
ขั้นตอนการหยอดยาหยอดตาที่ถูกต้อง
ขั้นตอนก่อนการใช้ยา : อ่านฉลากยา หรือคำแนะนำของแพทย์ให้ดีก่อนใช้เสมอ ใช้ยาหยอดตาให้ถูกต้องทั้งเวลา และวิธีการหยอด ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสตา ถ้าหากใส่ contact lens แนะนำให้ถอดออกก่อน ยกเว้นจักษุแพทย์แจ้งว่าไม่ต้องถอดออก
เตรียมยา เขย่าขวดถ้าฉลากระบุไว้ โดยเฉพาะยาบางชนิดเป็นสารแขวนลอย สามารถสังเกตได้ที่ข้างขวดยาจะมีคำว่า “Suspension” เปิดฝาโดยอย่าสัมผัสบริเวณหัวขวดยา
***ยาหยอดตาชนิดแขวนลอยคือยาหยอดตาที่ตัวยาจะไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกันแต่จะกระจายเป็นอนุภาคเล็กๆลอยในน้ำ มีความสำคัญคือก่อนใช้งานต้องเขย่าเพื่อให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่กองที่ก้นขวด
ขั้นตอนหยอดยา : เตรียมท่าทาง เอนศีรษะ มองขึ้นบน ใช้นิ้วดึงเปลือกตาล่างเป็นกระพุ้งเพื่อรองรับหยดยา
ถือขวดห่างตา 1–2 ซม. ระมัดระวังไม่ให้ขวดสัมผัสตาหรือเปลือกตาโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคปนเปื้อนในขวดยา จากนั้นหยอดเพียง 1 หยด หลับตาค้างไว้ กดหัวตาเบา ๆ 1–2 นาที เพื่อป้องกันยาไหลลงคอ เช็ดส่วนเกินที่บริเวณขอบตาออกขณะหลับตา ด้วยกระดาษสะอาด ถ้ามียาหยอดตาหลายชนิด ต้องเว้นระยะเวลา 3–5 นาทีระหว่างยาแต่ละตัว การเก็บยาในตู้เย็น ให้สอบถามจักษุแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนว่าสามารถแช่เย็นได้หรือไม่
ล้างมือเสมอหลังหยอดยาหยอดตา
เล่าเสริม**:
สำหรับคนที่กลัวการหยอดตา หรือเด็กเล็ก ที่ไม่สามารถลืมตาขณะจะหยอดยาได้ สามารถหยอดยาไว้ที่หัวตา โดยระมัดระวังไม่ให้ขวดยาโดนเปลือกตาหรือผิวหนัง แล้วค่อยลืมตาให้ยากลิ้งเข้าไป กระพริบตา 2-3 ครั้งเพื่อให้ยากระจายทั่วๆ
มีอุปกรณ์ช่วยหยอดตา สำหรับคนสูงอายุที่มือสั่นหรือยกแขนลำบาก หรือสำหรับผู้ที่ไม่สามารถหยอดยาเองได้จริงๆ ทั้งอุปกรณ์ที่ช่วยเล็งหยดยา หรือช่วยให้ลืมตาได้ขณะหยอดยา
ยาหยอดตาประเภทที่เป็นขี้ผึ้งสามารถใช้วิธีในการหยอดแบบเดียวกับยาน้ำ แต่ควรใช้ตามแพทย์สั่งและ ใช้หยอดเป็นชนิดสุดท้ายหลังจากหยอดยาชนิดอื่น
ข้อควรระวัง ในการใช้ยาหยอดตา
อย่าใช้ยาที่หมดอายุ หรือเปลี่ยนสีไปจากเดิม ยาหยอดตาปกติมีอายุประมาณ 3 ปีนับจากวันผลิต เนื่องจากสารป้องกันการเติบโตของเชื้อโรคอาจหมดอายุ แต่หลังจากทำการเปิดใช้ยาหยอดตาแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน รวมถึงควรเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ถูกต้องตามชนิดของยา อย่าใช้ยาร่วมกับผู้อื่นเนื่องจากอาจมีการติดเชื้อได้
อย่าใช้ผิดขวด (เช่น ยาหยอดหูแทน) อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง โดยเฉพาะยาต้อหิน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น แสบตา ตาแดงมาก หรือการมองเห็นเปลี่ยน → รีบมาพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
หยอดยามากกว่า 1 หยดจะดีกว่าไหม? → ไม่จำเป็นเนื่องจากดวงตาดูดซึมยาได้เพียงแค่ 1 หยดหากหยอดเกินทำให้เสียยาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์
เก็บยาในตู้เย็นได้ไหม? → ยาบางชนิดได้ ถ้าแพทย์หรือเภสัชบอกว่าเหมาะ
เด็กเล็กหยอดยาต่างจากผู้ใหญ่ไหม? → ใช้หลักการเดียวกัน แต่ต้องมีผู้ใหญ่ช่วย
สรุปและฝากข้อคิด
“ดวงตาเป็นหน้าต่างของชีวิต และเป็นอวัยวะที่บอบบางมากครับ การใช้ยาหยอดตาอย่างถูกวิธี คือหนึ่งในวิธีดูแลรักษาดวงตาให้แข็งแรงและปลอดภัย
จำไว้เสมอว่า…ล้างมือก่อน – หยอดถูกวิธี – กดหัวตา – รักษาความสะอาด เพียงเท่านี้ ยาหยอดตาก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยถนอมสายตาของเราได้ครับ
โดย นพ.เอกชนก วัชรปัญจมาศ และ นพ.วิชญ์ ธรานนท์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

