เขียนแบบ สุพัตรา สุภาพ : ผัวเมีย ใครใหญ่

เห็นข่าว สามีจ้างนักสืบติดตามว่าเมียไปเจ๊าะแจ๊ะกับผู้อำนวยการโรงเรียน เพราะเขาอยากได้หลักฐานให้ชัด หลังจากเห็นแชตกันในโทรศัพท์แบบไม่ธรรมดา เขาเคยให้โอกาสเมีย แต่ก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่มีลูกด้วยกัน เมียไม่เคยคิดว่า ลูกจะเสียใจแค่ไหน แถมโทรศัพท์ก็ไม่ยอมรับด้วยเวลาโทร.ไป
พอเขาไปทำงานต่างจังหวัดก็แอบคบกัน ทั้งๆ ที่ผอ.มีการศึกษา กลับขาดจิตสำนึกสมกับหน้าที่รับผิดชอบ เขาจึงจ้างนักสืบไปดูพฤติกรรมของเมีย ซึ่งนักสืบบอกว่า เมียของเขามีอะไรกับ ผอ.ข้างเมรุ ซึ่งชาวบ้านบอกว่า ไม่จริง เพราะพวกเขาอยู่แถวนั้น เห็นแต่นักสืบขับรถมา
ที่สำคัญ โรงเรียนแค่ขนาดเล็ก ไม่มีผอ. มีแต่ผู้ช่วยผอ. ชาวบ้านบอกว่าไม่เชื่อ ผอ.จะทำแบบนั้น
นักสืบบอกว่า สามียังไม่เชื่อ จึงอยากให้สืบว่าเป็นไปตามข่าวลือไหม ถ้าเป็นจริงเขาจะหย่ากับเมีย และจะฟ้อง ผอ. ส่วนเมียขอคิดดูก่อน ลูกจะเลี้ยงดูเอง
ขอให้จบลงด้วยดีว่าเป็นความเข้าใจผิด ครอบครัวจะได้เป็นครอบครัว ลูกจะได้ไม่เสียใจ พ่อแม่ต้องเลิกกัน จนพวกเขาเป็นเด็กบ้านแตกจนขาดความรักความอบอุ่นจากแม่
เรื่องผัวเมียมีปัญหากันได้ในบ้านเรา หรือต่างประเทศ ไม่ว่าจะจนหรือรวย มีชื่อหรือคนธรรมดา
ในอเมริกาก็เช่นกัน แม้เป็นดาราดังทั้งคู่ในนิวเจอร์ซี่ ก็เหมือนผัวเมียคู่อื่นๆ ที่ตอนรักกันก็หวานชื่น ดูสมบูรณ์แบบ พออยู่กันนานๆ เข้าก็อดที่จะมีปากเสียงทะเลาะกัน เมื่อมีเรื่องไม่ถูกใจกัน
โดยตอนเมลิสซาวัย 42 ปี ได้บอกกับสามี (โจ) อายุ 41 ปีว่า
เธอจะไม่เลิกทำอะไรที่เธออยากทำในชีวิต ส่วนเขาก็อย่ามาบงการเธอต่อไปเป็นอันขาด
ขณะที่โจ ก็ตอบกลับทันควันว่า
“อยากทำอะไรก็ทำ เราเลิกกันแค่นี้”
แสดงว่าทั้งคู่คงมีอะไรค้างคาใจ โดยฝ่ายหญิงไม่อยากให้ฝ่ายชายบังคับให้ทำตามใจ ฝ่ายหญิงอยากเป็นตัวของตัวเอง ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร ข่าวไม่ได้แจ้ง (ทั้งๆ ที่ชาวบ้านอยากรู้)
ในอเมริกา เป็นประเทศที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน ยากที่จะให้อีกฝ่ายทำตามใจได้เสมอไป ไม่เหมือนประเทศเรา ชายยังเป็นใหญ่ไม่น้อย
ยกเว้นผู้หญิงจะมีการศึกษา หาเลี้ยงตัวเองได้ หรือร่ำรวยก็พอ จะไม่ยอมด้วยเสมอไปเช่นกัน
สุพัตรา สุภาพ

