แบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู AURUM (ออรุ่ม) พลิกโฉมผ้าไหมไทย สู่งานคราฟต์ระดับสากล จัดงานแฟชั่นโชว์เผยโฉมคอลเลกชั่น Spring/Summer 2027

เมื่อความโดดเด่นของศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) มาพบกับความพิถีพิถันของหัตถศิลป์ไทย จึงเกิดเป็นเรื่องราวของแฟชั่นที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ล่าสุด คนึงนิตย์ คงคาเจริญ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรคเตอร์ประจำแบรนด์ AURUM (ออรุ่ม) ได้จัดแฟชั่นโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเผยโฉมคอลเลกชั่น Spring/Summer 2027 ภายใต้ชื่อ Lempicka (เล็มพิกา) นำเสนอแรงบันดาลใจจาก Tamara de Lempicka (ทามารา เดอ เล็มพิกา) ศิลปินหญิงไอคอนิกแห่งยุคศิลปะ Art Deco (อาร์ตเดโค) นำมาตีความใหม่ผ่านแนวคิด “The Elegance of Art Deco Femininity” สะท้อนความประณีตของงานฝีมือในทุกรายละเอียด เกิดเป็นคอลเลกชั่นที่เผยเสน่ห์ของหญิงสาวผ่านความโฉบเฉี่ยว และเย้ายวนอย่างมีชั้นเชิง พร้อมนำเสนอผ้าไหมไทยในมุมมองใหม่ผ่านงานออกแบบที่ผสานแนวคิดแฟชั่นระดับสากล และสวมใส่ได้จริงในทุกวัน ที่งาน ELLE Fashion Week 2026 ณ ไอคอนสยาม

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้และแฟนคลับของแบรนด์ที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง อาทิ ชัชชฎา ก้องธรนินทร์, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, นาขวัญ รายนานนท์, ณิชชา บุณยากร, ชัญญ ธนเพ็ญชาติ, กานดา สายทุ้ม, ปานวาด เหมมณี, ณัณณิริณ วโรกรวัชระคุณณ์, วิชาดา พูลผล, พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์, ซาฟฟรอน มายา สนูค และอีกมากมาย

รวมถึงเหล่านักแสดงชื่อดังที่มาร่วมถ่ายทอดคอลเลกชั่นนี้บนรันเวย์ อาทิ โยชิ–รินรดา ธุระพันธ์, กระทิง–ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์, ชาล็อต ออสติน, แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์, เฌอเอม–ชญานุช บุญธนาพิบูลย์, แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค, มิลาน–ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ และ โฟล์ค–ภานุรุจ อินกองงาม
AURUM (ออรุ่ม) แบรนด์แฟชั่นสตรีร่วมสมัยสัญชาติไทย (Contemporary Fashion House) ที่ยึดมั่นในแนวคิดว่าความหรูหราที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “ความตั้งใจ” โดยผสานเสน่ห์ของหัตถศิลป์ไทยเข้ากับมุมมองแฟชั่นระดับสากล พร้อมให้ความสำคัญกับความประณีตในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุไปจนถึงกระบวนการตัดเย็บโดยทีมช่างฝีมือ In-house ของแบรนด์ ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างใกล้ชิดจากดีไซเนอร์ เพื่อรังสรรค์เสื้อผ้าที่ผสานโครงสร้างอันโดดเด่นเข้ากับความนุ่มนวลได้อย่างลงตัว พร้อมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ สง่างาม และมีสไตล์เป็นของตัวเอง
สำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ AURUM (ออรุ่ม) ได้นำเสนอคอลเลกชั่นผ่านรูปแบบโชว์ที่ดึงดูดทุกสายตา พร้อมมอบประสบการณ์แบบ Immersive Experience ที่จำลองบรรยากาศของกรุงปารีส โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Café de Flore (คาเฟ่ เดอ ฟลอร์) คาเฟ่เก่าแก่บนถนน Saint-Germain-des-Prés (ย่านแซ็ง แฌร์แม็ง เด เพร) ซึ่งเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของเหล่าศิลปินในยุค 1920s อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ศิลปะ Art Deco (อาร์ตเดโค) เฟื่องฟู AURUM (ออรุ่ม) จึงนำเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศริมถนนปารีสมาตีความเป็นฉากรันเวย์ในรูปแบบ “Café de AURUM” (คาเฟ่ เดอ ออรุ่ม)
องค์ประกอบทั้งหมดนี้ช่วยขับเน้นเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นให้โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตเข้ากับความทันสมัยของหญิงสาวยุคปัจจุบันได้อย่างน่าประทับใจ
คนึงนิตย์ คงคาเจริญ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรคเตอร์ประจำแบรนด์ AURUM (ออรุ่ม) กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “สำหรับ AURUM เราเชื่อว่าเสื้อผ้าที่ดีไม่ใช่เพียงสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงดูสวยงาม แต่ต้องสะท้อนตัวตนและทำให้ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจในแบบของตัวเอง ดังนั้น Lempicka จึงนำเอกลักษณ์ของศิลปะ Art Deco ทั้งเส้นสายที่เฉียบคมและโครงสร้างที่โดดเด่น มาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบที่ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความเย้ายวนในแบบฉบับของ AURUM อีกหนึ่งสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการนำผ้าไหมไทยมาต่อยอดในมุมมองร่วมสมัย ก้าวข้ามภาพจำเดิมๆ ด้วยการผสานคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยเข้ากับรูปทรงและการออกแบบที่สอดคล้องกับผู้หญิงยุคปัจจุบัน สำหรับเราแฟชั่นโชว์ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ AURUM และเป็นโอกาสในการถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านผลงานทุกชุดอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เราหวังว่าทุกคนจะได้เห็นถึงศักยภาพของงานฝีมือไทยที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นงานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย และตอบรับกับเวทีแฟชั่นระดับสากล”
ในฤดูกาลนี้ AURUM (ออรุ่ม) ได้นำเสนอคอลเลกชั่น Lempicka (เล็มพิกา) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Tamara de Lempicka (ทามารา เดอ เล็มพิกา) ศิลปินหญิงผู้โดดเด่นแห่งยุค Art Deco (อาร์ตเดโค) ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานที่ถ่ายทอดภาพของหญิงสาวที่เปี่ยมด้วยพลัง ความเป็นอิสระ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา AURUM (ออรุ่ม) นำมาต่อยอดผ่านแนวคิด “The Elegance of Art Deco Femininity” ที่หลอมรวมเส้นสายเรขาคณิตและรูปทรงอันเฉียบคมของศิลปะตะวันตกในช่วงทศวรรษ 1920 เข้ากับความละเมียดละไมของงานหัตถศิลป์ตะวันออกได้อย่างลงตัว พร้อมผสานประสบการณ์จากการนำเสนอผลงานในกรุงปารีสและกรุงโตเกียว สู่การสร้างสรรค์ผลงาน Ready-to-Wear ที่ตกผลึกตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนและมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในด้านโครงสร้างเสื้อผ้า การเลือกใช้วัสดุ โดยยังคงให้ความสำคัญกับรากฐานความเป็นไทย สู่เสื้อผ้าระดับสากล ที่ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ซึ่งให้คุณค่ากับทั้งสไตล์ ความมั่นใจ และหลงใหลในงานฝีมือ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการนำผ้าไหมไทยมาใช้ในสัดส่วนมากกว่า 30% ของคอลเลกชั่น พร้อมตีความความงดงามของวัสดุที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาไทยผ่านโครงสร้างและเส้นสายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะ Art Deco (อาร์ตเดโค) เพื่อก้าวข้ามภาพจำของผ้าไหมในรูปแบบดั้งเดิม สู่การสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีรูปทรงร่วมสมัยและสวมใส่ได้จริง พร้อมตอกย้ำแนวคิดความยั่งยืนผ่านการนำเศษผ้าที่เหลือจากกระบวนการตัดเย็บทั้งหมดมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ทำมือ ด้วยเทคนิคพิเศษที่ต้องอาศัยความประณีตในทุกรายละเอียด ซึ่งไม่เพียงเพิ่มมิติให้กับงานออกแบบ แต่ยังสะท้อนความใส่ใจในการใช้วัสดุอย่างสร้างสรรค์ โดยยังคงคุณค่าของเนื้อผ้าและเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ไว้อย่างงดงาม

คอลเลกชั่นนี้โดดเด่นในด้านรูปทรงและซิลูเอตทรงตรงเพรียวยาว (Elongated Column Silhouette) ที่ช่วยขับเน้นสัดส่วนอย่างสง่างาม เสริมด้วยการตัดเย็บแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Cuts) และเทคนิคการจับเดรปช่วงเอวต่ำ (Low-Slung Drapery) ซึ่งสะท้อนกลิ่นอายแฟชั่นยุค 1920s ได้อย่างมีเอกลักษณ์ รายละเอียดเหล่านี้ช่วยสร้างมิติให้กับเสื้อผ้า พร้อมสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างที่ดูแข็งแรงและความพลิ้วไหวที่เคลื่อนไปตามร่างกายได้อย่างลงตัว ขณะที่การเลือกใช้โทนสีช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ของคอลเลกชั่นผ่าน 3 มิติ ที่แตกต่างกันอย่างมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่สีขาว และสีดำที่สะท้อนความคมชัดและแข็งแกร่งของเส้นสายเรขาคณิต หรือโทนสีนู้ด (Nude), สีชมพูอ่อน (Soft Pink), สีเขียวเสจ (Sage Green) และสีฟ้าอ่อน (Sky
Blue) ที่มอบความรู้สึกอ่อนหวานและละมุนละไม ไปจนถึงสีเบอร์กันดีเข้ม (Deep Burgundy) และสีดำที่เติมเสน่ห์ลึกลับและความเย้ายวนให้กับลุคยามค่ำคืน
เบื้องหลังความงดงามบนรันเวย์คือกระบวนการสร้างสรรค์ที่ AURUM (ออรุ่ม) ให้ความสำคัญไม่แพ้การออกแบบ โดยเสื้อผ้าทุกชิ้นผ่านการทำงานของทีมช่างฝีมือภายในแบรนด์ (In-house Atelier) ตั้งแต่การสร้างแพทเทิร์น การปรับโครงสร้างเสื้อผ้า การฟิตติ้ง ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดของงานตัดเย็บ และงานปักสามมิติ (3D Embroidery) ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากดีไซเนอร์ เพื่อให้ทุกรายละเอียดถ่ายทอดแนวคิดของคอลเลกชั่นได้อย่างครบถ้วน กระบวนการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการให้คุณค่ากับทักษะงานฝีมือและความประณีตในทุกขั้นตอน จนเกิดเป็นผลงานที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและมีเรื่องราว พร้อมเคียงข้างผู้หญิงในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

นอกจากนี้ เหล่าคนดังที่มาร่วมงานยังได้เผยถึงความประทับใจในคอลเลกชั่นล่าสุด พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการแต่งตัวในสไตล์ของตนเอง เริ่มจากสาวสังคม ชัชชฎา ก้องธรนินทร์ เผยว่า “สิ่งที่ชอบในเสื้อผ้าของ AURUM คือความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการจับเดรป งานตกแต่งดอกไม้ทำมือ รวมถึง Silhouette ที่มีเอกลักษณ์ ช่วยขับเน้นรูปทรงของเสื้อผ้าให้ดูโดดเด่น โดยเฉพาะคอลเลกชั่นนี้ที่นำแรงบันดาลใจจากศิลปะ Art Deco มาตีความผ่านเส้นสายและรูปทรงได้อย่างโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัย ส่วนตัวเวลาแต่งตัวจะชอบเลือกเสื้อผ้าที่มีดีเทลโดดเด่นสักชิ้น แล้วแมตช์กับไอเทมเรียบๆ เพื่อให้ลุคดูมีสไตล์โดยไม่ต้องแต่งเยอะ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของการแต่งตัวอยู่ที่การนำเสื้อผ้ามาสร้างสรรค์ลุคในแบบของตัวเอง”
ถัดมาที่เซเลบริตี้สาว นาขวัญ รายนานนท์ เล่าว่า “ประทับใจที่ AURUM นำผ้าไหมไทยมาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น เพราะปกติเราอาจคุ้นเคยกับผ้าไหมในลุคที่ค่อนข้างเป็นทางการ แต่คอลเลกชั่นนี้ทำให้เห็นว่าผ้าไหมสามารถนำมาสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส เพียงแค่เปลี่ยนรองเท้าหรือเครื่องประดับก็สามารถปรับลุคจากวันสบาย ๆ ให้ดูหรูหราขึ้นได้ อีกสิ่งที่ชอบคืองานฝีมืออันประณีต โดยเฉพาะการนำเศษผ้าจากการตัดเย็บมาสร้างสรรค์เป็นดอกไม้ทำมือ ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าและเสน่ห์ให้กับเสื้อผ้าได้อย่างน่าสนใจ”

ปิดท้ายที่นักแสดงสาว ชาล็อต ออสติน เผยว่า “สำหรับเรา การแต่งตัวให้ดูดีเริ่มต้นจากการเข้าใจรูปร่างและสไตล์ของตัวเอง ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ของ AURUM มีซิลูเอตที่หลากหลายและสามารถนำมาปรับใช้ได้หลายโอกาส ทั้งเดรสที่มีโครงสร้างชัดเจนสำหรับลุคสง่างาม หรือการนำชิ้นเด่นมาแมตช์กับเสื้อผ้าทรงเรียบเพื่อสร้างลุคที่ดูผ่อนคลาย ส่วนตัวชอบทดลองจับคู่เสื้อผ้าชิ้นเดิมในรูปแบบใหม่ๆ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้การแต่งตัวแล้ว ยังทำให้เราได้ค้นพบสไตล์ที่สะท้อนตัวตนของตัวเองมากขึ้นด้วย”
ร่วมสัมผัสความงดงามของแบรนด์เสื้อผ้า AURUM (ออรุ่ม) ได้ทาง Instagram: aurum.bkk
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

