ผลส ารวจของยูนิเซฟชี ้ค่าครองชีพที ่สูงขึ ้นกระทบโภชนาการและการศึกษา และความเป็นอยู ่ที ่ดีของเด็ก

ผลสำรวจผลกระทบค่าครองชีพต่อเด็กและครอบครัวในประเทศไทย ซึ่งยูนิเซฟร่วมกับนิด้าโพลจัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังบีบให้ครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนต้องตัดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การศึกษา และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ท่ามกลางราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง
การสำรวจครั้งนี้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ครัวเรือนที่มีเด็กจำนวน 1,227 ครัวเรือนใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และพบว่า กว่า 6 ใน 10 ครัวเรือน (ร้อยละ 61) ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ผลสำรวจออนไลน์อีกฉบับหนึ่งของยูนิเซฟในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี จำนวน 435 คน ซึ่งจัดทำในช่วงเวลาเดียวกัน ก็สะท้อนแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยร้อยละ 43 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนของตนอย่างมากหรือถึงขั้นวิกฤต

ผลสำรวจเหล่านี้สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัว โดยเติบโตลดลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เหลือร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่สอง ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ครัวเรือนต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากรายได้ที่ลดลงและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ครัวเรือนในภาคเหนือระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพหนักที่สุด แต่กลับมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะที่ครัวเรือนในกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดระบุว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว ส่วนเยาวชนที่มีความพิการหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพก็ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น โดยเกือบ 2 ใน 3 (ร้อยละ 63) ระบุว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เทียบกับร้อยละ 39 ในกลุ่มที่ไม่มีความพิการหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ

“เบื้องหลังตัวเลขทุกตัวคือการตัดสินใจที่ยากลำบากของครอบครัวที่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละวัน และต้องตัดสินใจว่าจะลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนลง” เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับบางครอบครัว สิ่งที่ต้องลดลงอาจเป็นคุณภาพของอาหาร สำหรับบางครอบครัวอาจเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือโอกาสในการเรียนรู้ของบุตรหลาน”
เลกินส์ กล่าวเสริมว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ความกดดันนี้ยังมาพร้อมกับความเครียดและความกังวล เมื่อเห็นว่าครอบครัวกำลังเผชิญความยากลำบาก แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มทรงตัว แต่ครอบครัวยังคงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ เราจึงต้องทำให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือไปถึงครอบครัวที่ต้องการมากที่สุด เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานของเด็กและครอบครัว ทั้งการศึกษา โภชนาการ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงสุขภาพจิต”
ผลกระทบด้านโภชนาการเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด โดยมากกว่า 4 ใน 5 ครัวเรือนที่มีเด็กระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลต่อคุณภาพหรือปริมาณอาหารที่บุตรหลานได้รับประทาน เนื่องจาก หลายครอบครัวจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารหรือเปลี่ยนไปซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง

ครอบครัวยังระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานเป็นอีกหนึ่งภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบ 3 ใน 4 ของครัวเรือนระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงขึ้น ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 52) ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าเรียนพิเศษ กิจกรรม และอุปกรณ์การเรียน
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาวะด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนด้วย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนระบุว่า บุตรหลานมีความเครียดหรือความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้อยละ 64 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า รู้สึกเครียดหรือกังวลมากขึ้นจากแรงกดดันด้านการเงิน
แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ครอบครัวที่มีเด็กยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ยูนิเซฟจึงเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชน เช่น การเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการเพิ่มการสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินในวันนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดี โอกาส และอนาคตของเด็กในประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

