เรื่องนี้มีประวัติ : วังบ้านหม้อ วังเดิมที่ยังหอมกรุ่นด้วยกลิ่นอายของยุคต้นรัตนโกสินทร์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษเทเวศร์ พระนามเดิมคือพระองค์เจ้ากุญชร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา เมื่อวันพุธ เดือน 6 ขึ้น 4 ค่ำ มีมะเมีย สมฤทธิศก จุลศักราช 1160 ตรงกับวันที่ 18 เมษายน 2341 สิ้นพระชนม์ 16 เมษายน 2406 ทรงเป็นต้นราชสกุล “กุญชร”

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร์ ทรงให้ดูแลกรมม้า

ในกาลต่อมา รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ นเรศรราชริววงศ์ อิศวรพงศพิพัฒนศักดิ อุดมอรรควรยศ วงศประนตนาถนเรนทร์ พาหเนนทรบพิตร ทรงให้ดูแลกรมคชบาล เพิ่มอีกกรมหนึ่ง


พระองค์กุญชรสิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 แรม 13 ค่ำ ปีกุน เบญจศก จุลศักราช 1225 ตรงกับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2406 สิริพระชันษา 65 ปี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากราชกาลที่ 4 พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง


พระองค์ทรงมีวัง ชื่อวังบ้านหม้อ ตั้งอยู่บนนถนนอัษฎางค์ ซึ่งหากเราเดิมลัดเลาะแล้วเลียบไปตามคลองหลอด โดยเริ่มจากบริเวณที่ใกล้กับโรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วเดินไปยังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเขตรั้ววัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เราก็จะได้พบกำแพงโบราณที่เป็นอาณาเขตของวัง โดยภายในกำแพงจะมีเรือนไม้หลังใหญ่ และยังมีอาคารทั้งเก่าและใหม่อยู่ภายใน ซึ่งในบริเวณนี้คืออาณาเขตของวังบ้านหม้อ วังที่มีอายุมากกว่า 200 ปี นับเป็นวังกลุ่มแรก ๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะสร้างในครั้งรัชสมัย รัชกาลที่ 2 ในบริเวณดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่าบริเวณท้ายวัดโพธิ์ ซึ่งในครั้งนั้นอยู่ใกล้กับหับเผย หรือเขตที่ถูกใช้เป็นที่คุมขังในบริเวณท้ายวังหลวง ดังนั้นบางคนจึงเรียกวังที่รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างพระราชทานพระโอรสทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งในจำนวนนั้นคือพระองค์เจ้ากุญชรรวมอยู่ด้วยว่า กลุ่มวังท้ายหับเผย


ตามประวัติกล่าวว่า พระโอรสทั้ง 3 ที่ทรงได้รับพระราชทานวังคือ วังแรกเป็นของพระองค์เจ้าพนมวัน หรือกรมพระพิพิธฌโภคภูเบนทร์ ในเจ้าจอมมารดาศิลา ต้นราชสกุลพนมวัน วังต่อมาเป็นของพระองค์เจ้าทินกร หรือกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ในเจ้าจอมมารดาศิลา ต้นราชสกุลทินกร และพระองค์ที่ 3 คือเจ้าของวังบ้านหม้อ คือพระองค์เจ้ากุญชร โดยชื่อวังบ้านหม้อมาเกิดขึ้นในสมัยหลัง เพราะอยู่ใกล้กับบริเวณเขตบ้านหม้อ ปัจจุบันวังบ้านหม้อได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าเป็นวังสุดท้ายที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่พระราชทานแด่พระโอรส ส่วนวังของพระองค์เจ้าพนมวัน และพระองค์เจ้าทินกร ถูกเพลิงไหม้จนหมดสิ้นไปแล้ว

วังบ้านหม้อยังคงเป็นวังที่มีชีวิตดังเดิม เพราะเหล่าทายาทราชสกุลกุญชรยังคงเข้าไปดูแลและบำรุงรักษาโบราณสถานแห่งนี้เป็นอย่างดีตลอดเวลา และในทุกครั้งเมื่อถึงวันสงกรานต์ วังแห่งนี้ก็จะเป็นศูนย์รวมของทายาทรุ่นต่าง ๆ ของราชสกุลกุญชร


วังบ้านหม้อในวันนี้ยังคงได้รับการยกย่องว่ารักษารูปแบบดั่งเดิมของวังโบราณไว้ได้ครบครัน คือยังมีท้องพระโรงที่ทำด้วยไม้สักที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก แล้วก็ยังมีศาลา และเก๋งโบราณดำรงคงอยู่ ส่วนบริเวณรอบ ๆ ท้องพระโรงคือบ้านเรือนที่พักอาศัยของเหล่าบรรดาทายาทและลูกหลาน ทั้งนี้ ท้องพระโรงได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นพื้นที่สำคัญของราชสกุลกุญชร เพราะถือเป็นศูนย์กลางของวังบ้านหม้อ โดยในแต่ละปีจะใช้ท้องพระโรงสำหรับพิธีสำคัญคือการทำบุญอุทิศถวายองค์ต้นราชสกุล และใช้เป็นสถานที่จัดงานรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ หรือใช้สำหรับงานสำคัญของบุคคลในราชสกุลกุญชรเท่านั้น

ท้องพระโรงยังเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงคฤทธิ์ พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้า สิงหนาท และอัฐิของเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ หรือ หม่อมราชวงศ์ หลาน กุญชร

ทายาทของราชสกุลกุญชรบอกเล่ากันต่อ ๆ มาว่า ประเพณีการทำบุญวันสงกรานต์ และการรดน้ำดำหัวของคนในราชสกุลนี้ ดำเนินสืบต่อมาจากขนบประเพณีของครอบครัวกว่า 200 ปีแล้ว เพราะเมื่อครั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ทรงมีพระชนม์ จะทรงเข้าไปบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระราชบิดา และพระมารดาเป็นประจำทุกปี ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นขนบของพวกเรา ที่เป็นลูกหลานเหลนของพระองค์ท่าน เรามารวมตัวกันเพื่อทำบุญอุทิศถวายให้บรรพบุรุษของเรา และใช้โอกาสวันสงกรานต์รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และญาติ ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจัดงานในวันที่ 16 เมษายนทุกปี เพราะในวันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นพระชนม์ของต้นราชสกุลกุญชรด้วย



ปัจจุบันพวกเราเป็นทายาทรุ่นที่ 6-7 ของพระองค์ท่าน ซึ่งพวกเราไม่เคยลืมเลือนพระคุณของท่านแม้แต่น้อย ซึ่งพวกเราถือว่าการทำบุญอุทิศถวายนี้เป็นกิจสำคัญของเรา และในโอกาสเดียวกันนี้ พวกเราก็ถือว่าพิธีรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในตระกูลของเราก็คือการพบปะสังสรรค์ของหมู่ญาติ ได้พบหน้ากัน ได้คุยกัน ได้ถามถึงสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน และได้รวมตัวกันทำกิจกรรม เช่น ลูกหลานคนใดที่มีความสามารถด้านเล่นดนตรีไทย ก็จะรวมตัวกันเล่นดนตรีไทยถวายพระในขณะที่พระท่านกำลังฉันภัตตาหาร และบ้านของเรามีข้าวแช่ตำรับเฉพาะของวังบ้านหม้อ ซึ่งถือเป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นเก่าก่อนจวบจนปัจจุบัน ดังนั้น ในการทำบุญของวังบ้านหม้อจึงต้องมีข้าวแช่ของวังถวายพระทุกครั้ง


ข้าวแช่ตำรับวังบ้านหม้อ มีเครื่องเคียงที่สำคัญที่ตำรับอื่นไม่มี คือ ปลารำวงทอดฉาบน้ำตาล และถั่วทองทอด แต่เครื่องเคียงอื่น ๆ เช่น หอมแดงยัดไส้ปลาแห้ง พริกหยวกสอดไส้ห่อด้วยแพตาข่ายไข่ ผักเคียง ลูกกะปิทอด ไช้โป๊วผัดไข่ มีในตำรับข้าวแช่ทุกที่





เฉลิมชัย ยอดมาลัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

