'เพราะความพิการ...ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต' 72 ปี ที่ไม่เคยปล่อยมือคนพิการ

สำหรับคนคนหนึ่ง ความพิการอาจติดตัวมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ขณะที่อีกหลายคนต้องสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวจากโรคภัยหรืออุบัติเหตุที่ไม่เคยคาดคิด จากคนที่เคยเดิน เคยทำงาน เคยมีชีวิตอย่างคนทั่วไป วันหนึ่งกลับต้องเริ่มต้นเรียนรู้แม้กระทั่งการช่วยเหลือตัวเองอีกครั้ง

แต่สำหรับหลายชีวิต ไม่ได้สิ้นสุดเพียงเพราะ “ความพิการ”
เมื่อมีใครสักคนยื่นมือเข้ามาในวันที่รู้สึกว่าตัวเองหมดหวัง การรักษาและฟื้นฟูที่เหมาะสม การศึกษา การฝึกทักษะ และโอกาสที่ได้รับ ทำให้ค่อย ๆ กลับมายืนบนเส้นทางชีวิตของตัวเองอีกครั้ง บางคนมีงานทำ บางคนก้าวสู่เส้นทางของการเป็นนักกีฬา และบางคนเปลี่ยนจาก “ผู้รับ” ในวันนั้น มาเป็น “ผู้ให้” ในวันนี้

เบื้องหลังการเดินทางของชีวิตมีชื่อ “มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” องค์กรที่ทำงานเคียงข้างคนพิการของไทยมายาวนานถึง 72 ปี มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2497 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโปลิโอ ซึ่งทิ้งความพิการไว้กับเด็กจำนวนมาก จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยพาเด็กเข้ารับการรักษาและสอนหนังสือให้เด็กป่วยตามเตียงในโรงพยาบาล งานเล็ก ๆ ในวันนั้นค่อย ๆ เติบโตเป็นระบบการดูแลและการฟื้นฟูคนพิการอย่างรอบด้าน ทั้งการบำบัดรักษา การศึกษา สวัสดิการ การเตรียมความพร้อมเพื่อประกอบอาชีพ การเพิ่มโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง รวมถึงด้านกีฬาและเทคโนโลยี

หนึ่งในพลังสำคัญที่ทำให้งานเพื่อคนพิการหยั่งรากและเติบโต คือพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับมูลนิธิไว้ในพระราชูปถัมภ์ และพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนาม “สว” เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายมูลนิธิ พระราชดำริในการช่วยให้เด็กพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตนเอง และอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ยังคงเป็นแนวทางสำคัญของการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ความช่วยเหลือจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “สงเคราะห์” แต่คือการสร้างโอกาสให้คนพิการสามารถกลับไปใช้ชีวิตด้วยศักยภาพของตนเอง
การทำงานที่ต่อเนื่องและเป็นระบบมาอย่างยาวนาน ทำให้มูลนิธิได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 และการรับรองมาตรฐานองค์กรเพื่อคนพิการระดับดีมาก 100 เปอร์เซ็น จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่า “โอกาส” ที่มอบให้คนพิการ ต้องมาพร้อมกับระบบการดูแลที่มีคุณภาพ

ทว่าในวันที่ภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อ ความท้าทายกลับเพิ่มขึ้นตามเวลา โดยเฉพาะการสนับสนุนที่มีแนวโน้มลดลง ขณะที่การฟื้นฟูคนพิการหนึ่งคนไม่ใช่ภารกิจระยะสั้น แต่ต้องอาศัยทั้งเวลา บุคลากร อุปกรณ์ การศึกษา และการดูแลอย่างต่อเนื่อง
21 ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า จึงไม่เพียงเป็นอีกวันที่เราน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ หากยังเป็นโอกาสให้เรามองย้อนกลับไปยังเส้นทางกว่า 72 ปีของมูลนิธิ และมองไปข้างหน้าว่า ยังมีอีกหลายชีวิตที่กำลังรอ “โอกาส” ที่จะพาพวกเขากลับไปใช้ชีวิตด้วยศักดิ์ศรีและคุณค่าของตนเอง

เพราะบางครั้ง...สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่ง อาจไม่ใช่ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่
แต่อาจเป็นเพียง “มือหนึ่งมือ” ที่ยื่นไปหาเขา ในวันที่เขาคิดว่าไม่เหลือใคร
และเมื่อมือหลาย ๆ มือช่วยกันประคอง
ความพิการก็ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดสิ้นสุดของชีวิตอีกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

