เรื่องนี้มีประวัติ : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา "เสด็จพระองค์หญิงขาว"

เมื่อกล่าวถึงพระเจ้าลูกเธอ หรือพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ก็จะนึกถึงอยู่หลายพระองค์ เนื่องจากทรงมีพระราชธิดาทั้งสิ้น 44 พระองค์ (เน้นว่าเฉพาะพระราชธิดาเท่านั้น) แต่สำหรับเรื่องนี้มีประวัติประจำสัปดาห์นี้ จะกล่าวถึงพระประวัติของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา หรือเสด็จพระองค์หญิงขาว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแส (สกุลโรจนดิศ) เมื่อ 31 ตุลาคม 2432 ทรงมีพระโสทรเชษฐา และพระโสทรขนิษฐา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเขจรจิรประดิษฐ (23 กรกฎาคม 2431 – 7 ตุลาคม 2431 พระชนมายุ 3 เดือน) และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ (17 มกราคม 2434 – 4 มิถุนายน 2475 พระชนมายุ 42 พรรษา) ทรงเป็นเจ้านายชั้นสูงในพระฐานันดรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5 พระองค์เจ้าชั้นเอก


ตามพระประวัติกล่าวว่าพระองค์เจ้าอัพภันตรีปชาทรงเป็นที่สนิทเสน่หาในพระบรมราชชนกนาถ สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้าเป็นอันมาก เมื่อทรงเจริญชันษาครบกำหนดโสกันต์ ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธีโสกันต์ตามแบบโบราณราชประเพณี และทรงได้รับการศึกษาในพระบรมมหาราชวัง โดยเรียนทั้งหนังสือไทยและหนังสือแบบตะวันตก ชาววังในยุคนั้นกล่าวกันว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาด้านการฝีมือ โดยเฉพาะการเย็บปักถักร้อยแบบกุลสตรีชาววัง ทรงมีพระจริยามารยาทงดงาม แล้วยังทรงมีความรู้ที่ทันยุคทันสมัย



พระองค์ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอพระชนม์ชีพ เช่น ทรงปฏิสังขรณ์วัดมัชฌันติการาม อำเภอบางซื่อ จังหวัดพระนคร วัดนี้เป็นวัดที่เจ้าจอมมารดาเที่ยง ในรัชกาลที่ 4 สร้างไว้ และถือเป็นวัดของสกุลโรจนดิศ แล้วยังทรงถวายจตุปัจจัยบำรุงวัดโดยตลอด ทรงบวชให้กุลบุตรผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนาที่ประสงค์จะบรรพชาอุปสมบทสืบสานพระพุทธศาสนา แล้วทรงสงเคราะห์พระสงฆ์ให้ได้บวชเรียน พร้อมทรงถวายนิจภัตต์ให้พระสงฆ์ทุกเดือน


ส่วนพระราชกิจด้านการสาธารณสุข และการพยาบาล ทรงบริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลอยู่เนือง ๆ แล้วครั้นเมื่อเจ้าจอมมารดาแสถึงแก่อสัญกรรม ก็ทรงอุทิศเงินเพื่อตั้งเป็นกองทุนสำหรับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และทรงอุทิศเงินเพื่อสร้างตึกอัพภันตรีปชา แล้วทรงอุทิศเงินพร้อมด้วยด้วยพระขนิษฐา แล้วตั้งกองทุนพระธิดาเจ้าจอมมารดาแส และทรงอุทิศเงินเพิ่มเติมให้กองทุนเป็นประจำ

แล้วยังทรงสนับสนุนการศึกษา โดยทรงตั้งโรงเรียนขึ้นในที่ส่วนพระองค์ โดยทรงยกตึก 2 ชั้นที่เคยประทับให้เป็นโรงเรียน คือหลังจากเสด็จจากวังสวนสุนันทา แล้วไปประทับในเรือนหลังเล็ก ต่อมาเมื่อโรงเรียนเจริญขึ้นเป็นลำดับ ทำให้เสนาบดีกระทรวงธรรมการในยุคนั้นเล็งเห็นว่าจะเป็นโรงเรียนที่เจริญถาวรมั่นคง เนื่องจากมีนักเรียนมากกว่า 400 คน และโรงเรียนยังตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่มีโรงเรียนสตรีเปิดให้บริการ ต่อมาจึงประทานนามว่าโรงเรียนอัพภันตรีผะดุง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นขัตติยาณีผะดุง ปัจจุบันโรงเรียนนี้เลิกกิจการแล้ว ส่วนโรงเรียนได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา

ส่วนพระราชกิจในการช่วยเหลือประเทศชาติยามคับขัน เพราะประสบปัญหาเศรษฐกิจ ได้ทรงซื้อใบกู้ของรัฐบาลสยาม แล้วทรงชักชวนพระญาติและผู้ใกล้ชิดให้ช่วยกันซื้อใบกู้เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากปัญหาเศรษฐกิจ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา ประชวรพระโรควักกะ (ไต) อยู่ประมาณ 25 ปี โดยมีพระอาการป่วยมากบ้างน้อยบ้างมาโดยตลอดมา จนถึงเดือนเมษายน 2477 พระอาการป่วยเริ่มหนักขึ้น แล้วในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกันนั้น ยังประชวรด้วยไข้หวัดใหญ่ และมีการอักเสบที่พระทนต์และพระศอเข้าผสม ทำให้พระอาการทางพระวักกะกำเริบขึ้นโดยลำดับ เป็นเหตุสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2478 สิริพระชันษา 45 ปี ซึ่งอยู่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

หมายเหตุ สายสกุลโรจนดิศ มีบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีบุคคลที่เป็นต้นสกุล ดังนี้
พระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) เป็นต้นสกุลโรจนดิศ โดยรับราชการอยู่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ขรัวยายคล้าย ภรรยาพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ)บุตรธิดาของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) กับขรัวยายคล้าย มีทั้งหมด 9 คน โดยธิดาที่ถวายตัวเป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คือ

เจ้าจอมมารดาเที่ยง ในรัชกาลที่ 4 คือพระมารดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ 3 พระองค์ ได้แก่ กรมหลวงสมรรัตนศิริเชฐ, กรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร และกรมหมื่นพงษาดิศรมหิป)
เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาลที่ 4 คือพระมารดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
เจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ 5
เจ้าจอมมารดาแส ในรัชกาลที่ 5
ดังนั้น สายสกุลโรจนดิศ ยังมีความเกี่ยวพันกับราชสกุลดิศกุล เพราะเป็นต้นสายของราชสกุดิศกุล ซึ่งต้นราชสกุลคือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระโอรสในรัชกาลที่ 4 กับเจ้าจอมมารดาชุ่ม ส่วนหม่อมนวมในกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็เป็นสมาชิกสายสกุลโรจนดิศ



ขอบคุณข้อมูลและภาพจากกรมศิลปากร, ราชสกุลวงศ์, พิมพ์ครั้งที่ 14, (กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554), 100.) และเว็บไซต์ และเฟซบุ๊คต่าง ๆ




เฉลิมชัย ยอดมาลัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

