บทจ. 3 เชิญ โจ ฮอร์น พัธโนทัย แนะนำความสัมพันธ์ ‘ไทย-จีน’ กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์

บทจ. 3 เชิญ โจ ฮอร์น พัธโนทัย แนะนำความสัมพันธ์ ‘ไทย-จีน’ กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์ รับคลื่นการค้า-เทคโนโลยีและการปรับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมกับศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group (CMG) และหอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดการบรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร ในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ไทย-จีน กับ ทิศทางการค้าและการลงทุน” โดยมี คุณโจ ฮอร์น พัธโนทัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Strategy613 จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระหว่างประเทศ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายแก่ผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนชั้นนำ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสการเติบโตเชิงลึก

นายโจ ฮอร์น พัธโนทัย ได้ฉายภาพรวมเศรษฐกิจจีนว่า แม้ปัจจุบันจีนจะเผชิญความท้าทายจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคในประเทศ แต่จีนได้เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต (Future-Proofing) จนกลายเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และพลังงานสะอาด เห็นได้ชัดจากสัดส่วนการส่งออกสินค้ากลุ่มยุทธศาสตร์ใหม่ของจีนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและครองตลาดโลก อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดส่งออกโลกสูงกว่า 70% โซลาร์เซลล์ (Solar PV) ที่ครองสัดส่วนถึง 74–81% รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีส่วนแบ่งกว่า 50% ของโลก นอกจากนี้ จีนยังเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปประมวลผล หุ่นยนต์ และการผลิตขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก
สำหรับทิศทางความร่วมมือระหว่างไทยและจีน วิทยากรเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ลึกซึ้งและรอบด้านยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมาย "50 ปีทอง" แห่งมิตรภาพ โดยบทบาทของไทยไม่ใช่เพียงตลาดปลายทาง แต่เป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ที่อยู่ในจุด "Sweet Spot" ของการปรับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) โดยเฉพาะการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์ดิจิทัล และ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกของไทยไปยังตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ภาคธุรกิจและภาครัฐของไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุก (Thailand’s China Master-Plan) ทำความเข้าใจวัฒนธรรมและกลไกการค้าการลงทุนของจีนอย่างถ่องแท้ เพื่อผสานจุดแข็งระหว่างกันในการสร้างโมเดลธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

นอกจากนี้ นายโจ ฮอร์น พัธโนทัย ยังเน้นย้ำถึงมิติการลงทุนข้ามพรมแดนว่า ปัจจุบันตลาดจีนเปิดโอกาสมหาศาลจากการที่มูลค่าสินทรัพย์และหุ้นเทคโนโลยีจีนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ (Attractive Valuation) ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับความเข้าใจเชิงลึกต่อภูมิทัศน์ทางธุรกิจของจีน ซึ่งมีรัฐวิสาหกิจ (SOEs) และนโยบายภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ
รวมถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละมณฑลที่มีการแข่งขันระหว่างกันสูง โดยการลงทุนในยุคถัดไปจะต้องไม่หยุดอยู่แค่การค้าแบบดั้งเดิม แต่ต้องมุ่งเน้นโมเดลความร่วมมือแบบ "ไทยผนึกกำลังจีนเพื่อรุกตลาดโลก" (Thailand + China to the World) ผ่านการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน BRI อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและป้องกันไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสูญเสียความสามารถในการผลิตในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

