'The Craft of Brilliance' เปล่งประกายจิวเวลรีไทยผ่านงานช่าง ศิลปะ และการออกแบบร่วมสมัย

The Craft of Brilliance เปิดมุมมองจิวเวลรีไทย ใน The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair เวทีอัญมณีและเครื่องประดับครั้งใหญ่ของไทย กว่า 1,300 บริษัทจาก 20 ประเทศ 2,800 คูหา บนพื้นที่กว่า 53,000 ตารางเมตร รวมผู้ผลิต แบรนด์ และนักออกแบบจากไทยและทั่วโลก พร้อมไฮไลต์ The Craft of Brilliance ที่เผยให้เห็นอีกมิติของงานจิวเวลรีไทย ผ่านงานช่าง ศิลปะ และการออกแบบร่วมสมัย

The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2569 ด้วยขนาดการจัดงานที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กว่า 40 ปีของ Bangkok Gems รวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 1,300 บริษัทจาก 20 ประเทศ มากกว่า 2,800 คูหา บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 53,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อเร็วๆ นี้


พื้นที่จัดแสดงครอบคลุม Hall 1–8 และขยายไปยัง Plenary Hall รองรับตั้งแต่วัตถุดิบ อัญมณี เพชร เครื่องประดับ Fine Jewelry ไปจนถึงงานออกแบบและเทคโนโลยีการผลิต ทำให้งานครั้งนี้เป็นจุดนัดพบครั้งสำคัญของผู้ผลิต นักออกแบบ แบรนด์ ผู้ซื้อ และผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลก

ตลอด 5 วัน งานสามารถดึงดูดผู้ซื้อและผู้เข้าชมมากกว่า 50,000 คน จาก 123 ประเทศ โดยกว่า 74% เป็นผู้เข้าชมจากต่างประเทศ พร้อมสร้างมูลค่าการค้ากว่า 5,800 ล้านบาท หรือประมาณ 174 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าการจัดงานครั้งก่อน 31% ตอกย้ำความสำคัญของกรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติ

The Craft of Brilliance เมื่อเบื้องหลังความเปล่งประกายกลายเป็นเรื่องราวสำคัญ
ท่ามกลางอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลก หนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับการนำเสนอเป็นพิเศษคือ The Craft of Brilliance นิทรรศการที่พาผู้ชมมองผ่านความงามของเครื่องประดับไปสู่สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่มือของช่าง ความคิดของนักออกแบบ ไปจนถึงองค์ความรู้และเทคนิคที่ทำให้เครื่องประดับหนึ่งชิ้นเกิดขึ้นได้ แทนที่จะเล่าเรื่องเครื่องประดับผ่านมูลค่าของเพชรหรืออัญมณีเพียงอย่างเดียว The Craft of Brilliance เปิดให้เห็นอีกด้านของจิวเวลรีไทยที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความละเอียด และความหลากหลาย
ภายในนิทรรศการมีผลงานจากชื่อสำคัญในวงการเครื่องประดับไทย อาทิ Beauty Gems, Mahallati Jewellery, MIRIMA GOLD by PRANDA, DER MOND, Blue River และ AVALON Jewelry ร่วมกับผลงานจากสมาคมและสถาบันด้านงานช่างของไทย ซึ่งการนำผลงานที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันมาอยู่ในพื้นที่เดียวกันทำให้เห็นว่า Thai Jewelry ในปัจจุบันมีมากกว่าภาพของ Fine Jewelry แบบดั้งเดิม ตั้งแต่งานที่โดดเด่นด้วยเพชรและอัญมณีชั้นสูง งานทองและงานฝีมือที่ต้องอาศัยความประณีต ไปจนถึงการนำศิลปะและแนวคิดร่วมสมัยมาสร้างภาษาใหม่ให้กับเครื่องประดับ

เมื่อศิลปะกลายเป็นเครื่องประดับ
หนึ่งในมุมที่น่าสนใจของนิทรรศการมาจาก AVALON Jewelry กับผลงาน Bright Blue Sea Collection ซึ่งนำผลงานสีน้ำของศิลปินไทย อาจารย์บันชา ศรีวงศ์ราช มาตีความผ่านการออกแบบเครื่องประดับ อารมณ์ สีสัน และความเคลื่อนไหวของภาพสีน้ำถูกถ่ายทอดผ่านรูปทรง เส้นสาย อัญมณี และรายละเอียดของงานช่าง เปลี่ยนผลงานบนกระดาษให้กลายเป็นเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ได้

Bright Blue Sea Collection จึงเป็นตัวอย่างของการพบกันระหว่าง Artist, Designer และ Artisan และแสดงให้เห็นอีกความเป็นไปได้ของงานจิวเวลรี เมื่อศิลปะไม่ได้หยุดอยู่บนผืนผ้าใบหรือกระดาษ แต่สามารถถูกตีความให้กลายเป็น Wearable Art ที่มีทั้งเรื่องราวและตัวตน ขณะเดียวกัน ผลงานจากแบรนด์อย่าง Beauty Gems, Mahallati Jewellery, MIRIMA GOLD by PRANDA, DER MOND และ Blue River ก็สะท้อนความเชี่ยวชาญและภาษาการออกแบบที่แตกต่างกัน ทำให้ The Craft of Brilliance กลายเป็นพื้นที่ที่สามารถมองเห็นความหลากหลายของอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยได้ในภาพเดียว

จากฝีมือช่างไทยสู่เวทีระดับโลก
ความน่าสนใจของ The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair จึงไม่ได้อยู่ที่ขนาดของงานเพียงอย่างเดียว แม้งานครั้งนี้จะรวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 1,300 รายและผู้เข้าชมจาก 123 ประเทศ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นคือความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในการเชื่อมต่อการผลิต งานฝีมือ การออกแบบ และการค้าระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน
The Craft of Brilliance ช่วยทำให้ภาพดังกล่าวชัดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เครื่องประดับไม่ได้ถูกเลือกจากความงามหรือมูลค่าของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องราว ที่มา ฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าของผลงาน ตั้งแต่ Fine Jewelry จากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ไปจนถึงภาพสีน้ำของศิลปินไทยที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องประดับ แต่ละผลงานล้วนสะท้อนความหมายของคำว่า Craft ในแบบของตัวเอง

และเมื่อทั้งหมดมารวมอยู่ในหนึ่งในเวทีอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย The Craft of Brilliance จึงไม่ได้แสดงเพียงสิ่งที่อุตสาหกรรมจิวเวลรีไทยทำได้ในวันนี้ แต่ยังเปิดให้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ของ Thai Jewelry บนเวทีโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

