วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถึงแก่อนิจกรรมวันที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 04.42 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช ต่อมาเวลา 10.00 น. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แถลงข่าวว่า นายบรรหาร มีอาการหอบหืดกำเริบ ซึ่งเป็นโรคประจำตัว ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 เมษายนโดยปกติแล้วเพียงแค่ให้ยาขยายหลอดลมหรือยาพ่นต่างๆก็จะมีอาการดีขึ้นแต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทางญาติได้มีการให้ยาแล้วแต่นายบรรหารไม่ดีขึ้น ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงชั่วขณะ ทางญาติจึงต้องนำตัวนายบรรหารส่งมาที่รพ.ศิริราช โดยแพทย์ได้เร่งนำตัวเข้ารักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤต(ไอซียู)ในทันที พร้อมให้ยาหลากหลายทั้งยาขยายหลอดลมและเครื่องช่วยหายใจซึ่งอาการก็ทรงตัว2-3วัน แต่ด้วยร่างกายที่มีอายุมากจึงทำให้ร่างกายตอบสนองต่อยาน้อยลง จนกระทั่งในวันที่ 23เมษายน2559เวลา04.42น. นายบรรหารได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการหอบหืด และ ได้จากไปอย่างสงบด้วยวัย 83 ปี 8 เดือน
ลูกสาว-ลูกชายสุดเศร้าร่วมรับศพ
จนกระทั่งเวลา13.30น.ที่นิติเวช รพ.ศิริราช น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พร้อม น.ส.น.ส.ภัคณีรัศ (ชื่อเดิม ปาริชาต)ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชายและบุตรสาว ทั้งหมดอยู่ในอาการโศกเศร้าเดินทางมารับร่างนายบรรหาร ศิลปอาชา เพื่อเคลื่อนไปบำเพ็ญกุศล และทำพิธีพระราชธานน้ำหลวงอาบศพ ยังวัดเทพศิรินทราวาสในเวลา17.30 น.ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกโดยมีญาติพี่น้องและบุคคลที่ให้ความเคารพนับ ถือนายบรรหาร เดินทางมาจำนวนมาก โดยนายวราวุธ บุตรชายคนเล็ก ถือกระถางธูป เดินนำออกมา มี น.ส.กัญจนา บุตรสาวคนโตถือรูปภาพนายบรรหารพร้อมน.ส.ปาริชาติ บุตรสาวคนรอง จากนั้น เจ้าหน้าที่ของรพ.เคลื่อนย้ายร่างนายบรรหารขึ้นรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เทา เลขทะเบียน ฮม 7001 กทม. ออกจาก รพ.ศิริราช
ป๋าเปรมปธ.พิธีน้ำหลวงอาบศพ
โดยการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในเวลา17.30น.พร้อมอัญเชิญพวงมาลาหลวงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์และเป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมในเวลา19.00 น.โดยศพของนายบรรหารจะอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์7วันจากนั้นครอบครัวจะสวดบำเพ็ญกุศลอีก7วัน
โดยพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศรินทราวาส ราชวรวิหารเวลา17.30น.มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และได้มีบุคคลใกล้ชิด นักการเมือง และคนมีชื่อเสียง ทุกวงการรวมทั้งประชาชนจำนวนมาก เข้ารดน้ำศพ นายบรรหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก โดยคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ภริยาของนายบรรหาร เข้ารดน้ำศพ พร้อมกับครอบครัวด้วยสีหน้าเสียใจตลอดเวลา รวมทั้ง นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมสมาชิกพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมีพวงหรีดจากรัฐบาลและบุคคลสำคัญทางการเมือง ส่งมาร่วมไว้อาลัยนายบรรหารจำนวนมาก อาทิ พวงหรีดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นต้น
นายกฯลุงตู่แสดงความเสียใจ
หลังจากทราบข่าวถึงแก่อสัญกรรมของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอแสดงความอาลัยและความเสียใจไปยังครอบครัวศิลปอาชา และผู้เคารพนับถือนายบรรหารทุกคน ต่อการถึงแก่อสัญกรรมของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการสูญเสียนักการเมืองอาวุโส ที่มีบทบาททางการเมืองไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานและเชื่อว่าสิ่งที่นายบรรหาร ได้ปฏิบัติทั้งในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี จะได้รับการจดจำและระลึกถึงจากพี่น้องประชาชนตลอดไป
สุวัจน์ยกเป็นต้นแบบขยันทำงาน
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้กล่าวขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนายบรรหาร จาการถึงแก่อนิจกรรมของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ถือว่าได้สูญเสียนักการเมืองระดับผู้ใหญ่ของประเทศ ถือเป็นนักการเมืองที่เป็นแบบอย่างให้กับนักการเมืองทุกคน เป็นผู้ใหญ่ที่มีความประนีประนอม เป็นมือประสาน เป็นผู้เดินสายกลาง และยังเป็นแบบอย่างในด้านการทำงานที่มีแบบแผน มีความรอบคอบ เก็บทุกรายละเอียดของงาน อีกทั้ง ท่านมีความขยันขันแข็งติดตามการทำงานด้วยตัวเอง ในการทำหน้าที่ ส.ส.นายบรรหาร ก็ได้ทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างมากมาย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักการเมืองได้ยึดถือ
ปชป.ร่วมอาลัย-เสียใจบรรหาร
ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในฐานะที่นายบรรหาร เป็นนักการเมืองอาวุโสที่ทำงานร่วมกันมานานในรัฐสภาและเคยทำงานร่วมรัฐบาล กับ พรรคประชาธิปัตย์หลายครั้ง ตนและพรรคประชาธิปัตย์ ขอร่วมไว้อาลัยแสดงความเสียใจต่อครอบครัวนายบรรหาร กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งของการเมืองไทยในรอบหลายสิบปี การจากไปของนายบรรหารเป็นการสูญเสียนักการเมืองอาวุโสอีกคนหนึ่งของการเมืองไทย ตนและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไปร่วมแสดงความไว้อาลัย และร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ที่วัดเทพศิรินทร์ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ฝากแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนายบรรหารด้วย เพราะอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศจึงไม่ได้ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
เสี่ยหนูชูนักการเมือง’ผู้ให้-อภัย’
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวศิลปอาชา นายบรรหารถือเป็นนักการเมือง ที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในประเทศ เป็นผู้ที่มี”อภัยทาน”แต่กลับถูกมอง ว่าเป็นนักการเมืองที่ไม่มีจุดยืน ทั้งๆที่คำว่า”อภัยทาน”คือสิ่งที่ทำให้ท่านดำรงตนอยู่บนเวทีการเมืองมาได้ท่ามกลางการยอมรับของผู้คน ทุกยุคทุกสมัยในวงการเมือง มายาวนานกว่า40ปี แต่ขณะนี้ อภัย ได้เหือดแห้งไป จากสังคมการเมืองไทย ทำให้ประเทศไทย ต้องมาอยู่ จุดนี้ที่คนไทยเผชิญหน้ากันเอง ไม่รู้จักให้”อภัย” ต่อกัน ถ้าเรามี อภัย ทานเหมือนท่านบรรหารมี เชื่อว่า ประเทศไทยจะพ้นจากวิกฤติ ที่ประสบอยู่ได้
คนสุพรรณแห่ทำบุญส่ง’บรรหาร’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบข่าว นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อช่วงเช้า บรรยากาศที่ จ.สุพรรณบุรี ต่างเป็นไปด้วยความเศร้าโศกโดยทุกภาคส่วนร่วมแสดงความไว้อาลัยและความเสียใจที่สูญเสีย บุคคลสำคัญของชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะ ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมนางวณิชชา บุญธรรม และ นายสรชัด สุจิตต์ อดีตสส.เป็นหลานชาย ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมทำบุญใส่บาตร อาหารแห้ง พระสงฆ์ 108รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้นายบรรหาร ศิลปอาชา ทั้งข้าราชการและชาวสุพรรณบุรีได้แสดงความเสียใจเป็นอย่างมากที่สูญเสียนายบรรหาร เป็นที่เคารพรัก นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เนื่องจากที่ผ่านมานายบรรหารได้ทำคุณงามความดี พัฒนาเมืองสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่องจนเจริญรุ่งเรือง
ด้านนางสำรวย พนัสดิษฐ์ อายุ 76 ปี ชาวบ้านตำบลมะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า รู้สึกช็อค หลังทราบว่านายบรรหาร เสียชีวิตลง หลังเข้ารักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ก็เฝ้าติดตามทางทีวีมาโดยตลอดและเชื่อว่าชาวสุพรรณบุรีรู้สึกเสียใจไม่แพ้กัน เพราะท่านได้พัฒนาจังหวัดสุพรรนบุรีจนเจริญทุกด้าน ขอให้ท่านบรรหารไปสู่สุคติท่านจะอยู่ในใจชาวสุพรรณฯตลอดไป
ชาวสุพรรณยกให้เป็นเทพเจ้า
พระเทพสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ กล่าวว่าจังหวัดสุพรรณบุรี มียอดคนดีชื่อท่านบรรหาร ที่ช่วยเร่งรัดพัฒนาการสร้างเมืองสุพรรณ ให้ศิวิไลซ์ ถนนหนทางไฟส่องสว่างไสว สร้างเมืองใหม่ยิ่งใหญ่น่าชม หอสูงเสียดฟ้า สวนน่ารื่นรมย์ ใครได้มาชมแซ่ซ้องสาธุการ สถานศึกษาโรงพยาบาลมีชื่อ’บรรหาร แจ่มใส’เราชาวสุพรรณ รักท่านจริงๆท่านทำทุกสิ่งเพื่อชาวสุพรรณในความรู้สึกของชาวสุพรรณ ท่านเป็นเหมือน เทพเจ้าของชาวสุพรรณ
ประวัติ บรรหาร ศิลปอาชา
สำหรับประวัติส่วนตัว ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2475 ที่จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 6 คน ของ นาย เซ่งกิม และนาง สายเอ็ง แซ่เบ๊ เดิมมีชื่อว่า นายเต็กเซียง แซ่เบ๊ สมรส กับ คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา มีบุตร-ธิดา รวม 3 คน คือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา,น.ส.ปาริชาติ ศิลปอาชาและนายวราวุธ ศิลปอาชา
เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประทีปวิทยาลัย,ชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยาลัย,ขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประทีปวิทยาลัย และจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ พ.ศ. 2529 จบปริญญาโท นิติศาสตร์ และจบปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน
จากนั้นลงเล่นการเมืองระดับท้องถิ่นมา ก่อนได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีเป็นปี 2516 ได้รับเลือกเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ , สมาชิกวุฒิสภาปี 2518 แล้ว เข้าสู่วงการเมืองจากการชักชวนของนายบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ เริ่มก่อตั้งพรรคชาติไทยเมื่อ พ.ศ. 2517 กับ พล.อ.ประมาณ อดิเรกสารและรับตำแหน่ง เลขาธิการพรรค คนที่สอง โดยได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.สุพรรณบุรี ถึง 11 สมัย
เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.คมนาคม รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นรมว.อุตสาหกรรม รมว.มหาดไทยและ รมว.คลัง รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และเป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร จนได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็น”นายกรัฐมนตรี คนที่ 21”เมื่อเดือน กรกฎาคม 2538และในปี 2539 นายบรรหารได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจส่งผลให้นายบรรหาร ตัดสินใจยุบสภาในวันที่ 27 กันยายน2539 และตำแหน่ง ล่าสุด ก่อนเสียชีวิต ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี