วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
7 ต.ค.59 ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือข้อราชการกับ เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ในโอกาสเสด็จเยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ในระหว่างการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
นายกฯ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าเฝ้าฯ และถวายการต้อนรับนายกรัฐมนตรีบาห์เรนสู่ประเทศไทย พร้อมแสดงความขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีบาห์เรนตอบรับคำเชิญเยือนประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน มีความร่วมมือที่กว้างขวางในหลายมิติ เป็นที่น่ายินดีที่ทั้งสองประเทศจะครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีหน้า ซึ่งเห็นควรหารือแนวทางจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสอันดีนี้
นายกรัฐมนตรีบาห์เรนยินดีที่ได้มาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง และแสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมอวยพรให้การจัดประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) ครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จด้วยดี ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีผู้นำตอบรับเข้าร่วมจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีบาห์เรนได้แสดงความชื่นชมแนวทางการบริหารประเทศของนายกฯ และยินดีให้การสนับสนุนพัฒนาการทางการเมืองของไทย โดยเห็นว่าเสถียรภาพและความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ พร้อมยืนยันว่า บาห์เรนยินดีสนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ
นายกฯ หวังให้มีการผลักดันกลไกความร่วมมือระหว่างไทยและบาห์เรน โดยให้มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีบาห์เรน กล่าวว่า บาห์เรนยินดีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทวิภาคีระดับสูงระหว่างไทยกับบาห์เรน ครั้งที่ 3 ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการแสวงหาความร่วมมือในมิติใหม่ต่อไป
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น และเห็นว่าควรส่งเสริมการติดต่อระหว่างภาคเอกชนให้มากขึ้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีบาห์เรนหวังให้มีการเพิ่มมูลค่าทางการค้า โดยอยากให้มีสินค้าไทยส่งออกไปบาห์เรนให้มากขึ้น ซึ่งนายกฯ ยืนยันความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงทางอาหารของบาห์เรน โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเกษตรซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทยในบาห์เรน ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการขยายมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันด้วย

ในด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีบาห์เรนหวังให้มีการขยายความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยกล่าวว่านักท่องเที่ยวบาห์เรนให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ไทยมีศักยภาพ ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากบาห์เรน และพร้อมดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวบาห์เรน
นายกฯ แสดงความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณที่นายกรัฐมนตรีบาห์เรนประทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่นักศึกษาไทยในบาห์เรน รวมถึงขอบคุณรัฐบาลบาห์เรนที่ดูแลชาวไทยในบาห์เรนเป็นอย่างดี
นายกฯ แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีบาห์เรน ที่ทรงให้การสนับสนุนไทยใน OIC มาโดยตลอด และกล่าวว่าไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายและให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา รวมทั้งสนับสนุนบทบาทและเสรีภาพทางศาสนาของชาวไทยมุสลิมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีบาห์เรนแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ ควบคู่ไปกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ซึ่งบาห์เรนเข้าใจและยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ในตอนท้าย นายกฯ กล่าวถวายพระพรแก่สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งบาห์เรน ให้มีพระพลานามัยที่แข็งแรง และขอบคุณที่ทรงถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ มาโดยตลอด ซึ่งในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีบาห์เรน ได้เชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ ในช่วงเวลาที่สะดวก


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี