538.jpg
เปิดตัวหนังสือวิเคราะห์‘นายกฯม.7’ ไชยันต์หวั่นวุ่น-แนะแก้ทุกวิกฤตอย่าแค่ตั้งนายกฯ

เปิดตัวหนังสือวิเคราะห์‘นายกฯม.7’ ไชยันต์หวั่นวุ่น-แนะแก้ทุกวิกฤตอย่าแค่ตั้งนายกฯ

วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 18.40 น.

ส.พระปกเกล้า เปิดตัวหนังสือวิเคราะห์นายกฯม.7 “ไชยันต์”แจงการไม่มีเจ้าภาพ ต้องตีความประเพณีการปกครองเสี่ยงทำวุ่น ส่วน“นรนิติ”ชี้เป็นอำนาจศาล รธน.ตีความหาทางออก

20 ก.พ.61 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ สถาบันพระปกเกล้าจัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข : บทวิเคราะห์มาตรา 7 จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน(มุมมองทางรัฐศาสตร์)” ที่นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้เขียนขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้า


นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า เรื่องมาตรา 7 ซึ่งในรัฐธรรมนูญปัจจุบันคือมาตรา 5 ที่ระบุว่า “เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เรื่องดังกล่าวมีโจทย์คำถามหลายอย่าง ว่า อะไรคือประเพณีการปกครอง แล้วต้องเอาประเพณีการปกครองตามศาสตร์ของใคร เอาหลักของใครมาตอบคำถามเรื่องประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และในรัฐธรรมนูญปี 60 มีการใส่ข้อความว่าเป็นประเพณีการปกครองของประเทศไทย ซึ่งจะต้องดูว่าประเพณีการปกครองของประเทศไทยคืออะไร ดังนั้นจึงเป็นการคลี่คลายคำถามที่น่าสงสัยเหล่านี้ เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาในอนาคตเราจะได้มีคำตอบ และเป็นส่วนในการช่วยหาทางออก

ส่วนนายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนสนใจเรื่องดังกล่าวเพราะเป็นต้นเหตุของวิกฤติการณ์ทางการเมืองถึง 2 ครั้ง คือ ปี 2549 และปี 2556 ซึ่งมีการยกประเด็นมาตรา 7 ขึ้นมาอ้าง ทั้งนี้ปกติมาตรา 7 จะไม่ถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเลย แต่เริ่มมีมาหลังจากรัฐธรรมนูญปี 40 เป็นต้นมา แต่ไม่มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าภาพในเรื่องมาตรา 7 ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มีการระบุคณะบุคคลที่จะมาวินิจฉัยมาตรา 7 ไว้ชัดเจนคือให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วม ระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระเพื่อวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวก็ถูกคว่ำไป และในรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ไม่ได้ระบุผู้ที่เป็นเจ้าภาพไว้ ดังนั้นหากหลังเลือกตั้งแล้วไม่สามารถเลือกนายกฯคนในได้ และไม่สามารถเลือกนายกฯคนนอกได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนไว้ว่าต้องทำอย่างไร ก็ต้องว่ากันตามประเพณีการปกครอง แต่ก็จะต้องมาตีความว่าประเพณีการปกครองของประเทศไทยจะต้องทำอย่างไร คือการนำมาสู่นายกฯตามมาตรา 7 ใช่หรือไม่

ด้านนายนรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าวันนี้การตีความเรื่องนี้คนจะตีความได้ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นเรื่องมาตรา 5 ไม่ใช่เรื่องการตั้งนายกฯอย่างเดียว แต่คลอบคุลมถึงทุกเรื่องที่มีปัญหาแล้วไม่มีทางออก ซึ่งเป็นความหมายที่กว้างมาก ดังนั้นมาตรา 5 จริงๆ จึงถือเป็นยาทั่วไป หากไม่มีทางออกก็ต้องมาใช้มาตรานี้ ที่เปิดทางให้แก้ปัญหาวิกฤติได้ในหลายๆอย่าง

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก สถาบันพระปกเกล้า

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top