546.jpg
‘สมชัย’เตือน‘ลุงคนนอก’  ผิดกฎหมาย!  ไม่สังกัดพรรค-ห้ามหาเสียง

‘สมชัย’เตือน‘ลุงคนนอก’ ผิดกฎหมาย! ไม่สังกัดพรรค-ห้ามหาเสียง

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘สมชัย’เตือน‘ลุงคนนอก’

ผิดกฎหมาย!

ไม่สังกัดพรรค-ห้ามหาเสียง

หากฝ่าฝืนติดคุก-ยุบพรรค

พปชร.ยอมรับเสียเปรียบ

‘บิ๊กป้อม’หนุนบิ๊กตู่เป็นต่อ

“บิ๊กป้อม”รับอยากให้“บิ๊กตู่”เป็น นายกฯอีกเพื่อสานต่องานให้เสร็จ “วิษณุ” แย้ม 7 ธันวาคม จะชัดวันปลดล็อกการเมือง“สมชัย”เตือน“ลุงคนนอก”ไม่สังกัดพรรคก็ได้แต่ระวังห้ามปริปากใดๆตลอดช่วงหาเสียง แนะรีบสมัครดีกว่า ฝ่าฝืนโทษถึง ติดคุก-ยุบพรรค‘ พปชร.โอ่ยอด1,300คน เย้ย“พท.-นปช.”เยอะสุด ยังไม่คุยเสนอชื่อนายกฯรับ’บิ๊กตู่’มีข้อดี ข้อด้อย‘หญิงหน่อย’ปลุกขวัญลูกพรรค ทวงประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 27พฤศจิกายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวถึงภาพรวมการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆว่า แล้วแต่ใครชอบ อยู่กับใคร เขากำหนดเวลาให้แล้ว ทุกอย่าง ก็เป็นไปตามนั้น ส่วนที่มีนักการเมืองย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐเป็นจำนวนมากนั้น ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้อยู่พรรคนี้


บิ๊กป้อมอยากให้บิ๊กตู่นั่งนายกฯต่อ

เมื่อถามว่าหากพรรคพลังประชารัฐได้เสียงจำนวนมากจะส่งเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่ทราบ เราก็อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ จะได้ทำงานที่ทำอยู่ให้เสร็จ เพราะทุกอย่างก็พยายามเร่งทำงานทุกอย่าง สี่ปีก็ทำได้มากแล้วซึ่งถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ จะได้สานต่องานในอนาคตให้ก้าวเดินไป ซึ่งถ้าพรรคการเมืองเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ สมควร ก็คงจะเชิญเองและแต่พรรคการเมือง

เมื่อถามว่า หากเชิญ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมยิ่งเหนื่อยใหญ่เลยและคงไม่รอใครมาเชิญ ทำงานไม่ไหวแก่แล้ว”

ยันจะเข้าร่วมชี้แจงนัดประชุม7ธค.

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองกับ คสช.ในวันที่ 7ธ.ค.ว่ายืนยันว่าตนจะเข้าประชุมด้วย ซึ่งในส่วนของเกี่ยวกฎหมาย จะมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ชี้แจง ถ้าเรื่องของ คสช.จะมีนายกรัฐมนตรี หรือตน เป็นคนตอบ ส่วนประเด็น ที่จะพูดคุยกับนักการเมืองก็แล้วแต่นักการเมืองว่า จะมาถามเรื่องอะไร

สำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้การเลือกตั้ง ยืนยันว่า เป็นประเด็นต้องพูดถึง โดยเฉพาะเรื่องการหาเสียงจะทำอย่างไรให้เกิดความเรียบร้อย ไม่ขัดแย้ง เมื่อถามว่าห่วงจะมีการหาเสียงโจมตีทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าคิดว่าเวลา 60-70วัน น่าจะเพียงพอแล้วในการหาเสียง หากให้หาเสียงนาน ก็จะยุ่ง ทั้งนี้ นักการเมือง ก็คงจะลงพื้นที่หาเสียง คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ซึ่งอยู่มา 4 ปี ก็เรียบร้อยดี ก็น่าจะรู้แล้วว่าความเรียบร้อยเป็นอย่างไรและประชาชนก็ชอบ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวยุบยุบพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร ปฎิเสธว่า ยังไม่ได้ยิน ต้องไปถาม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่งตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ส่วนที่พรรคเพื่อไทยหวาดระแวงจะถูกยุบพรรคนั้น ต้องไปถามเพื่อไทย หากถูกยุบ ทางคสช.ก็ไม่เกี่ยว และยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 24ก.พ.2562

‘วิษณุ’แย้ม7ธ.ค.ชัดปมปลดล็อค

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับบรรดาพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ว่า ยังไม่ทราบจะมีการพูดคุยในเรื่องอะไรบ้าง ทราบแต่ว่าคสช.จะเป็นผู้เตรียมในเรื่องของสถานที่และเนื้อหาที่จะพูดคุย ส่วนกกต.เป็นผู้เชิญบรรดาพรรคการเมือง ซึ่งเจตนาการพูดคุยกันครั้งนี้เนื่องจากมีคำถามใดๆที่พรรคการเมือง เคยพบกับ กกต.แล้วถาม กกต.แต่ กกต.ตอบไม่ได้ ให้ไปถาม คสช.หรือพรรคการเมือง หรือผู้เข้าประชุม มีความเห็นอะไรที่จะเสนอแนะก็เสนอมาได้ ส่วนจะทำตามหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ในส่วนของ คสช.จะบอกให้บรรดาพรรคการเมืองรู้ ในเรื่องของโรดแมปที่ชัดเจนขึ้น ที่เคยพูดกันมาตั้งแต่การปลดล็อค จนถึงการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาและอื่นๆ บางอย่าง คสช.กำหนดเองไม่ได้ กกต.เป็นผู้กำหนด ก็จะมาช่วยกันคิดในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ซึ่งวันนั้น ควรจะต้องได้ข้อยุติทั้งหมดเกี่ยวกับวันปลดล็อครายละเอียดของการปลดล็อคนี้ คสช.จะเป็นผู้ชี้แจงทั้งหมด ในการประชุม คสช.เมื่อวันที่26 พ.ย.ก็มีการพูดคุยกัน อีกทั้งไม่ทราบว่า หลังการพูดคุยกันแล้ว ควรจะมีกฎเกณฑ์หรือข้อตกลงอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่

ย้ำบิ๊กตู่ไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรค

นายวิษณุ กล่าวถึงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสมาชิกพรรคเลย เพราะพรรคสามารถเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคละไม่เกิน3 คน ก็ไม่ได้ระบุว่าบุคคลนั้นๆ ต้องเป็นสมาชิกพรรค แต่ถ้าเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว จะลงสมัคร ตั้งแต่แรก จะได้หมดเรื่อง ส่วนข้อมูลกฎหมายสำหรับทุกพรรคว่า พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ในวันที่11ธ.ค.จากนั้นจะมีพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งและหลังจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จะออกประกาศภายใน 5 วัน เกินจากนั้นไม่ได้ซึ่งในประกาศนั้นกกต.จะต้องระบุวันเลือกตั้ง วันสมัครรับเลือกตั้ง สถานที่รับสมัคร

“และก่อนวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส.พรรค ต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ พรรคจะเสนอ 1ชื่อ 2ชื่อ หรือ3ชื่อก็ได้ แต่เสนอชื่อซ้ำกันไม่ได้ เพราะเมื่อเซ็นยินยอมให้กับใคร พรรคใดแล้วจะเซ็นให้กับพรรคอื่นอีกไม่ได้ อธิบายเพื่อให้รู้ไทม์มิ่งว่า จังหวะเวลาจะเป็นช่วงใด ดังนั้นในวันสมัคร สส.ไม่ต้องมีชื่อนายกฯก็ได้ แต่เมื่อถึงวันปิดรับสมัคร สส.จะเสนอชื่ออีกไม่ได้”

สมชัยเตือน’ลุงคนนอก’ไร้พรรค

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อดีต กกต.ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็น กรณีการเสนอชื่อ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยระบุว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค มีสื่อมวลชนสอบถามมายังผม (ราวกับเป็นคนร่าง กม.) ว่า ลุงคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ หากพรรคการเมืองเห็นว่าเหมาะสมจะเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่

“ผมตอบไปทันทีว่าได้ (อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา88และ89) เพราะ กม.กำหนดเพียงเงื่อนไข ดังนี้ 1.พรรคเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ 1-3ชื่อ หรือ ไม่เสนอเลยก็ได้ 2.การเสนอต้องเสนอก่อนวันปิดรับสมัคร(ยังมีเวลาให้ลุงตัดสินใจอีกเยอะ)3.หากลุง จะรับ รับได้เพียงพรรคเดียว โดยต้องมีหนังสือยินยอม ลุงต้องไปพลิกกฎหมายไปมาหลายมาตราหน่อยว่า มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามต่างๆที่เขากำหนดไว้ ดังนั้น แปลว่าที่เขาตื่นเต้นกันว่า วันที่ 26พฤศจิกายน 2561ต้องรีบสมัครเป็นสมาชิกพรรคกันนั้น ลุงสบายใจได้ นอนเกาพุงอยู่บ้านไปก่อน”

ย้ำห้ามปริปากตลอดช่วงหาเสียง

อดีต กกต.คนนี้ ระบุว่า ส่วนพรรคการเมืองใดที่อยากได้ คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค มาเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี อาจต้องพึงสังวรณ์ไว้สักสองอย่าง คืออย่างแรก จะโดนปรามาสไปตลอดการหาเสียงว่าพรรคนี้ขาดแล้วซึ่งสมาชิกที่มีความสามารถ ต้องไปประเคนตำแหน่งให้คนนอก ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคตัวเอง อีกอย่างคือ อีตาลุงคนนอกนั้นห้ามปริปากใดๆตลอดฤดูกาลหาเสียงเพราะมาตรา29 ของพรป.พรรคการเมือง เขียนไว้ว่า

“ห้ามมิให้ผู้ใด ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”

แนะรีบสมัคร-โทษติดคุก-ยุบพรรค

นายสมชัยยังระบุอีกว่า ในขณะเดียวกันมาตรา28 ก็กำหนดข้อห้ามไว้อย่างน่าฟังว่า“ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอม หรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นที่มิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระทั้งนี้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม”มาตรา29ติดคุก มาตรา 28 ยุบพรรค ครับ ยอมเสียเงิน50 บาทสมัครสมาชิกดีกว่าครับลุง สมัครได้เรื่อยๆถึงก่อนวันปิดรับสมัคร ส.ส.

มาร์คไม่แปลกใจ’บิ๊กตู่’รอเทียบเชิญ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ความเห็นถึงท่าที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่ประกาศพร้อมลงบัญชีรายชื่อผู้จะเป็นนายกฯของพรรคการเมืองแต่รอคนมาทาบทามนั้นว่า ไม่แปลกใจ แต่การที่ทั้งพล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีทั้งหลายยึดถือแค่ว่าตามกฎหมายโดยไม่ดูเจตนารมณ์ แสดงให้เห็นว่าไม่มีความพยายามที่จะยกระดับการเมืองให้ดีขึ้น

และยังยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่คิดที่จะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเสนอตัว เป็นทางหลักของประเทศและจะแข่งขันบนแนวคิดนี้ โดยเคารพการตัดสินใจของประชาชน ส่วนจะทำงานกับใคร จะสนับสนุนใคร หรือ ให้ใครมาสนับสนุนเรา ต้องยึดแนวทางเป็นหลัก

ชี้การเมืองไทยอาจมีมากกว่า3ขั้ว

นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า เป็นการเลือกตั้งที่ประเทศกับประชาชนได้ประโยชน์จึงต้องหนีจากการนับหัว อดีต ส.ส. ต้องให้การเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ประชาชนจะเลือกว่าต้องการให้ประเทศไทยเดินไปทิศทาง และยังมองว่า การเมืองไทย อาจจะมีมากกว่า 3 ขั้ว คือ พลังประชารัฐ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ก็ได้ แล้วแต่ว่าจะมีใครเสนอตัว เป็นขั้วที่ 4ที่ 5หรือไม่ แต่ความพยายามที่จะบีบให้เหลือ2ข้างนั้นไม่จริง เราไม่สนใจเล่นเกมเลือกขั้ว เพราะประเทศมีทางเลือกที่ดีกว่านั้นจึงต้องการยกระดับให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้

“บางคนบอกให้เลือกเผด็จการกับ ประชาธิปไตย ก็ไม่แน่ใจว่า คนที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยด้วยจิตวิญญาณจริงหรือไม่ และมีส่วนทำให้สูญเสียประชาธิปไตยมาก่อนหน้านี้หรือไม่ บางคนบอกว่าเลือกระหว่างคนดีกับคนไม่ดี ก็อยากให้ดูว่า คนดี ดีจริงหรือเปล่า เราต้องเอาการเมืองพ้นจากสิ่งเหล่านี้ แล้วมาถกกันว่าต้องการให้บ้านเมืองไปในทิศทางไหน จะเดินแบบรวมศูนย์อำนาจ หรือ ประชานิยม หรือจะเลือกแนวทางของประชาธิปัตย์ ก็ว่ากันมา”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

พปชร.โอ่ยอด1,300/พท-นปช.อื้อ

ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค เปิดเผยว่าตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐ เปิดรับบุคคลเพื่อเข้าเป็นสมาชิกพรรคจนถึงวันที่ 26 พ.ย. มีผู้มาสมัครสมาชิกมากกว่า1,300 คน จากนี้พรรคจะเร่งตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ที่มีความประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบเขต เข้าเป็นสมาชิกในลำดับต้นก่อน ยอมรับตัวเลขของผู้สมัคร ถือว่าเกินคาดหมาย

และเชื่อว่าน่าจะเกิดจากแนวทางของพรรค ในการสร้างความสงบสุขให้กับสังคมและประเทศตลอด มีเป้าหมายเพื่อขจัดความขัดแย้ง ทำให้มีอดีต รมต.อดีตส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่นรวมถึงผู้สนใจจำนวนมากโดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.

ตั้ง11อรหันต์คัดลงสส.เขตต้นธค.

ส่วนจำนวนผู้ที่มาสมัครและประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบเขต ที่มีจำนวนมาก และมีความหลากหลาย จะต้องผ่านการสำรวจความนิยมของประชาชนในพื้นที่ประกอบกับการตัดสินใจของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค คาดว่าจะมีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค 11 คน ได้ประมาณช่วงต้นเดือนธันวาคม พร้อมจับตามองว่า 4 รัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าพรรค ,รองหัวหน้าพรรค ,เลขาธิการพรรค และโฆษกพรรค จะลาออกเพื่อเข้ามาทำงานเต็มตัวในพรรคพลังประชารัฐ

รับ’ประยุทธ์’มีจุดเด่น-จุดด้อย

นายวิเชียร กล่าวถึงการที่จะเสนอชื่อบุคคลที่จะให้เป็น นายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาหรือไม่ว่าพรรคยังไม่มีพูดคุยกัน ทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ของเวลาที่เหมาะสมรวมถึงการตัดสินใจของบุคคลที่จะทาบทามด้วย

“หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค ก็ต้องยอมรับว่ามีทั้งจุดเด่น จุดด้อย ซึ่งจุดเด่นก็คือ ประชาชนจะรู้จัก พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่จุดด้อยก็คือพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถช่วยพรรคหาเสียงได้”นายวิเชียร ย้ำ

‘หญิงหน่อย’ปลุกขวัญเพื่อไทย

ในซีกพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวปลุกขวัญพรรคเพื่อไทยระบุว่า “พรรคเพื่อไทย ผ่านร้อนผ่านหนาว ฝ่าพายุมาหลายครั้งหลายครา ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ เพราะยึดมั่นใน’ประชาธิปไตย’และเรามี’ประชาชนอยู่ในหัวใจ’เสมอ ระยะทางที่ยาวไกลและอุปสรรคที่ต้องฟันฝ่า เป็นเสมือนด่านคัดกรอง ความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ ของคนเพื่อไทย ที่ร่วมทำงานกันมาถึงวันนี้ ขอชื่นชม ขอคารวะในความแข็งแกร่งของทุกคน ที่ได้ยืนหยัดรักษาอุดมการณ์ประชาธิปไตยร่วมกับพรรคเพื่อไทยอย่างมั่นคง จากนี้‘เพื่อไทย’เราพร้อมที่จะเดินหน้าทำงาน เพื่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะทวงความสุขกลับมาสู่คนไทย เราจะนำประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศ เพื่อคว้าโอกาสในโลกยุคใหม่ใส่มือคนไทย #เลือดข้นคนเพื่อไทย #เพื่อไทยหัวใจคือประชาชน”

พท.เชื่อมั่นเดินหน้า’ประชาธิปไตย’

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.)ระบุถึงแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยว่าช่วงหลายวันมา อดีตส.ส.นักการเมืองทุกพรรคการเมือง มีการแตกตัว เปลี่ยนย้ายไปอยู่พรรคต่างๆมากมาย แม้แต่พรรคเพื่อไทย เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นมากนัก หากประเทศมีการพัฒนาทางการเมืองมากกว่านี้สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ใช้อำนาจพิเศษนอกระบบเข้ามาล้มล้างการปกครองโดยการยึดอำนาจไปจากรัฐบาลประชาธิปไตย สัญญาว่าจะคืนอำนาจกลับมาให้ประชาชน

‘ผมเคารพในข้อจำกัดและการเลือกเส้นทางชีวิตทางการเมืองของแต่ละคน แม้นพยายามจะเข้าใจ แต่ก็ยังอดเสียดายอดีตที่แต่ละคนได้มีส่วนทุ่มเทผลักดันสิ่งดีๆที่ผ่านมาไม่ได้”

ยืนหยัดเพื่อไทยทำงานเพื่อปชช.

และยืนยันอีกครั้งว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนยังตั้งความหวังและไว้วางใจเราได้ และได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ ยืนยันว่าสถานการณ์แค่นี้ ไม่ระคายหรือไม่อาจทำลายเราได้แม้แต่น้อย…เรายังมีบุคลากรที่มีคุณภาพทางการเมืองในพื้นที่ ต่างๆอีกจำนวนมาก เชื่อว่ายังเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน

‘เจ๊หน่อย’หนีตาย ลง สส.เขต กทม.

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยถึงความเคลื่อนไหวการจัดตัวผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทยว่าในภาคกทม.ที่มี อดีต ส.ส.กทม.10คนจากการเลือกตั้งปี2554 ทั้งหมด จะยังคงลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป โดยยังมี ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.อีก 3คน อาทิ นายวัน อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตบางบอน นายประพนธ์ เนตรรังษี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตจตุจักร และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ

“ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มที่จะลงสมัครเลือกตั้งระบบเขต ในพื้นที่ กทม.เพื่อการันตีการทำงานในสภาฯกรณีที่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นรัฐบาล ส่วนจะลงเขตใดนั้น อยู่ระหว่างการตัดสินใจ จะต้องเป็นเขต ที่เป็นฐานที่มั่นของพรรคที่ลงแล้วชนะเลือกตั้งแน่นอน”แหล่งข่าว ระบุ

‘เหวง’ขึ้นบัญชีดำ40สส.แปรพักตร์

ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.สมาชิกพรรคเพื่อไทยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าอดีต สส.เพื่อไทย ที่ย้ายไป พปชร.อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายวราเทพ รัตนากร (ถูกตัดสิทธิทางการเมือง) นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสุพล ฟองงาม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็นต้น โดยให้นำรายชื่อทั้ง 40คน มาให้แปะติดข้างฝา เพื่อมาตรวจดู หลังเลือกตั้งว่าใครได้ใครตก เพราะเลือกตั้งปี54 ประชาชนได้ให้บทเรียนที่ทรงคุณค่าไว้ ก็ช่วยพินิจพิจารณากันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนะครับ เพราะบางคนฉาวโฉ่ในเรื่องโกงอย่างซ้ำๆซากๆอย่าเลือกคนโกง คนไม่ดี อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เฝ้ากรอกหู

‘บิ๊กตู่’ถึงเยอรมัน-ยันทำหน้าที่ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เดินทางไปเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายนว่าเวลา 06.00น.ตามเวลาท้องถิ่น กรุงเบอร์ลิน (ช้ากว่าไทย 6ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีชาวไทยในเยอรมัน ให้การต้อนรับที่โรงแรมที่พัก ก่อนหารือกับทีมไทยแลนด์เพื่อเตรียมความพร้อม โดยชาวไทยที่มาต้อนรับระบุว่า เป็นกำลังให้นายกฯมาโดยตลอด

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เพจไทยคู่ฟ้าว่า ได้กำลังใจจากคนไทยที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศ พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเยอรมันและสหภาพยุโรปซึ่งได้มาตามคำเชิญของ นางอังเกลา แมร์เคล นายกฯเยอรมนีเพื่อสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top