ทหารทำพิธี‘บวงสรวง’
กลองมโหระทึก
งานบรมราชาภิเษกร.10
เริ่มฝึกกำลังพลร่วมริ้วขบวน
เคลื่อนพยุหยาตราสถลมารค
เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ทำพิธีบวงสรวงกลองมโหระทึก เปิดการฝึกชุดครูฝึกและกำลังพล ร่วมขบวนพยุหยาตราสถลมารค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก เขตดุสิต กรุงเทพฯ กรมสรรพาวุธทหารบก จัดพิธีบวงสรวงกลองมโหระทึก และเปิดการฝึกชุดครูฝึกและกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก ในขบวนพยุหยาตราสถลมารค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 โดยมีผู้บริหารกรมสรรพาวุธและกำลังพลผู้เข้ารับการฝึก เข้าร่วมในพิธี
โอกาสนี้ พล.ท.ศักดา ศิริรัตน์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ผู้อำนวยการกองอำนวยการกรมสรรพาวุธทหารบกสนับสนุนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทำพิธีบวงสรวงกลองมโหระทึก ลำดับพิธีตามที่เจ้าหน้าที่พราหมณ์กำหนด จากนั้นให้โอวาทเปิดการฝึกว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในการเปิดการฝึกชุดครูฝึกและกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก ในขบวนพยุหยาตราสถลมารค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถือว่า เป็นพระราชพิธีที่สำคัญยิ่ง กรมสรรพาวุธทหารบกได้รับพระมหากรุณาธิคุณมอบหมายภารกิจอันเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ในการจัดกำลังพบเข้าร่วมในริ้วขบวนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานแบกหามกลองมโหระทึกในริ้วขบวนที่ 2 คือริ้วขบวนราบใหญ่และในริ้วขบวนที่3 คือขบวนพยุหยาตราสถลมารค นับเป็นภารกิจสำคัญยิ่งและมีเกียรติยศสูงสุด ขอให้กำลังพลทุกนายตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของตนเอง ครอบครัว และเกียรติยศของกรมสรรพาวุธทหารบก รวมทั้งเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติด้วย
ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธ ได้รับมอบมอบหมายภารกิจในการจัดกำลังพลเข้าร่วมในริ้วขบวนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 โดยปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานแบกหามกลองมโหระทึก น้ำหนัก 15 กิโลกรัม ริ้วขบวนละ 4 หมู่จำนวน 16 นาย และสารวัตรกลองในริ้วขบวนจำนวน 2 นาย ซึ่งกำลังพลเหล่านี้จะร่วมเดินในริ้วขบวนที่ 2 คือริ้วขบวนราบใหญ่ และริ้วขบวนที่ 3 คือริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค รวมระยะทาง 6.6 กิโลเมตร ทางกรมสรรพาวุธจึงต้องจัดกำลังพลเป็น 2ผลัด มีจุดเปลี่ยนที่วัดบวรนิเวศวิหาร
สำหรับท่าที่ทำการฝึกมี 12ท่า ประกอบด้วย บุคคลท่ามือเปล่า ท่าถวายบังคม ท่านั่งคุกเข่าวันทยาหัตถ์ ท่าถอดหมวก-สวมหมวก ท่านั่งพับเพียบกราบ ท่าถอดหมวกถวายบังคม ท่าหันอยู่กลับที่ ท่ายกกลอง-ลดกลอง ท่าเดินขณะยกกลอง ท่าเดินประกอบดนตรี ท่าผลัดเปลี่ยนและมารยาทราชสำนัก โดยมี พ.ท.สิทธิศักดิ์ บัวลอย ทำหน้าที่หัวหน้าชุดครูฝึก โดยจะเริ่มซ้อมตั้งแต่วันนี้ (26กุมภาพันธ์) ไปจนถึงวันที่ 3พฤษภาคม2562 รวมระยะเวลา 10สัปดาห์ สำหรับการฝึกซ้อมครั้งที่1และ2 ในวันที่ 21มีนาคมและ28มีนาคม ที่พื้นที่กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ ส่วนครั้งที่ 3-5 จะเป็นการซ้อมในพื้นที่จริง วันที่ 12เม.ย.,21เม.ย.และ 28เม.ย.
ด้าน พราหมณ์ คีษณพันธ์ รังสิพราหมณกุล พราหมณ์พิธี กล่าวว่า พิธีบวงสรวงครั้งนี้จัดขึ้นตามโบราณราชประเพณี เนื่องจากอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้ในพระราชพิธีจะมีเทวดารักษาอยู่ การใช้ของจึงต้องใช้ถูกวิธี จึงมีการจัดพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ การบวงสรวงกลองมโหระทึกเป็นการบอกกล่าวเทวดาทั้งหลายว่า เครื่องดนตรีนี้จะใช้บรรเลงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะเดียวกันเป็นการแสดงความพร้อมว่าจะปฏิบัติงานใดๆ ทั้งนี้ ขั้นตอนการบวงสรวงแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หากทำประการใดผิดพลาด, การถวายของ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในพิธีบวงสรวงทุกครั้งคือ กล้วยกับมะพร้าว รวมถึงของที่มีชื่อมงคล รสหอมหวาน ไม่ตกไม่ช้ำไม่เน่า สำหรับพิธีบวงสรวงในวันนี้ใช้สูตรมังสวิรัติ ไม่มีเนื้อสัตว์แต่มีไข่ต้มบนยอดพานบายศรี และขั้นตอนสุดท้ายเป็นการขอพรเพื่อให้กำลังพลของกรมสรรพาวุธทหารบกที่เข้าร่วมขบวนฯ ได้ประสบความสำเร็จ
‘กลองมโหระทึกจะใช้ในพระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาแต่โบราณ ตีในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตและงานรัฐพิธีต่างๆ รวมถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปี2562 ครั้งนี้ด้วย สำหรับพิธีบวงสรวงครั้งนี้ มีกลองมโหระทึกจากสำนักพระราชวัง 4 ใบ ที่ใช้ในพระราชพิธีจริง นอกจากนี้ มีกลองมโหระทึกที่กรมสรรพาวุธได้จำลองขึ้นให้ใกล้เคียงของจริงเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมริ้วขบวนอีก 2ใบ ร่วมพิธีบวงสรวง”พราหมณ์พิธี ชี้แจกรายละเอียด
สำหรับประวัติกลองมโหระทึกในประเทศไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน โดยมีหลักฐานแสดงถึงการใช้กลองมโหระทึก เช่น ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงสมัยสุโขทัย กล่าวว่า มีการใช้กลองมโหระทึกกันแล้วแต่จะเรียกว่า “มหรทึก”ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยามีการกล่าวถึงชื่อกลองมโหระทึก ในกฏมณเฑียรบาล ซึ่งประกาศใช้ในแผ่นดินสมัยนั้นแต่เปลี่ยนเป็นชื่อเรียกว่า”หรทึก”และใช้ตีในงานราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าแผ่นดินและที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักร ขุนนางที่ทำหน้าที่ตีมโหระทึกมีตำแหน่งเป็น”ขุนดนตรี”จนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้เรียกชื่อกลองดังกล่าวว่า “มโหระทึก” และเรียกต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังมีการใช้กลองมโหระทึกในงานพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีฉัตรมงคล หรือราชรัฐพิธีต่างๆ รวมถึงพิธีบรมราชาภิเษกปี2562 อีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี