546.jpg
ทหารทำพิธี‘บวงสรวง’  กลองมโหระทึก  งานบรมราชาภิเษกร.10

ทหารทำพิธี‘บวงสรวง’ กลองมโหระทึก งานบรมราชาภิเษกร.10

วันพุธ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทหารทำพิธี‘บวงสรวง’

กลองมโหระทึก

งานบรมราชาภิเษกร.10

เริ่มฝึกกำลังพลร่วมริ้วขบวน

เคลื่อนพยุหยาตราสถลมารค

เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ทำพิธีบวงสรวงกลองมโหระทึก เปิดการฝึกชุดครูฝึกและกำลังพล ร่วมขบวนพยุหยาตราสถลมารค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก เขตดุสิต กรุงเทพฯ กรมสรรพาวุธทหารบก จัดพิธีบวงสรวงกลองมโหระทึก และเปิดการฝึกชุดครูฝึกและกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก ในขบวนพยุหยาตราสถลมารค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 โดยมีผู้บริหารกรมสรรพาวุธและกำลังพลผู้เข้ารับการฝึก เข้าร่วมในพิธี


โอกาสนี้ พล.ท.ศักดา ศิริรัตน์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ผู้อำนวยการกองอำนวยการกรมสรรพาวุธทหารบกสนับสนุนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทำพิธีบวงสรวงกลองมโหระทึก ลำดับพิธีตามที่เจ้าหน้าที่พราหมณ์กำหนด จากนั้นให้โอวาทเปิดการฝึกว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในการเปิดการฝึกชุดครูฝึกและกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบก ในขบวนพยุหยาตราสถลมารค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถือว่า เป็นพระราชพิธีที่สำคัญยิ่ง กรมสรรพาวุธทหารบกได้รับพระมหากรุณาธิคุณมอบหมายภารกิจอันเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ในการจัดกำลังพบเข้าร่วมในริ้วขบวนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานแบกหามกลองมโหระทึกในริ้วขบวนที่ 2 คือริ้วขบวนราบใหญ่และในริ้วขบวนที่3 คือขบวนพยุหยาตราสถลมารค นับเป็นภารกิจสำคัญยิ่งและมีเกียรติยศสูงสุด ขอให้กำลังพลทุกนายตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของตนเอง ครอบครัว และเกียรติยศของกรมสรรพาวุธทหารบก รวมทั้งเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติด้วย

ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธ ได้รับมอบมอบหมายภารกิจในการจัดกำลังพลเข้าร่วมในริ้วขบวนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 โดยปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานแบกหามกลองมโหระทึก น้ำหนัก 15 กิโลกรัม ริ้วขบวนละ 4 หมู่จำนวน 16 นาย และสารวัตรกลองในริ้วขบวนจำนวน 2 นาย ซึ่งกำลังพลเหล่านี้จะร่วมเดินในริ้วขบวนที่ 2 คือริ้วขบวนราบใหญ่ และริ้วขบวนที่ 3 คือริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค รวมระยะทาง 6.6 กิโลเมตร ทางกรมสรรพาวุธจึงต้องจัดกำลังพลเป็น 2ผลัด มีจุดเปลี่ยนที่วัดบวรนิเวศวิหาร

สำหรับท่าที่ทำการฝึกมี 12ท่า ประกอบด้วย บุคคลท่ามือเปล่า ท่าถวายบังคม ท่านั่งคุกเข่าวันทยาหัตถ์ ท่าถอดหมวก-สวมหมวก ท่านั่งพับเพียบกราบ ท่าถอดหมวกถวายบังคม ท่าหันอยู่กลับที่ ท่ายกกลอง-ลดกลอง ท่าเดินขณะยกกลอง ท่าเดินประกอบดนตรี ท่าผลัดเปลี่ยนและมารยาทราชสำนัก โดยมี พ.ท.สิทธิศักดิ์ บัวลอย ทำหน้าที่หัวหน้าชุดครูฝึก โดยจะเริ่มซ้อมตั้งแต่วันนี้ (26กุมภาพันธ์) ไปจนถึงวันที่ 3พฤษภาคม2562 รวมระยะเวลา 10สัปดาห์ สำหรับการฝึกซ้อมครั้งที่1และ2 ในวันที่ 21มีนาคมและ28มีนาคม ที่พื้นที่กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ ส่วนครั้งที่ 3-5 จะเป็นการซ้อมในพื้นที่จริง วันที่ 12เม.ย.,21เม.ย.และ 28เม.ย.

ด้าน พราหมณ์ คีษณพันธ์ รังสิพราหมณกุล พราหมณ์พิธี กล่าวว่า พิธีบวงสรวงครั้งนี้จัดขึ้นตามโบราณราชประเพณี เนื่องจากอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้ในพระราชพิธีจะมีเทวดารักษาอยู่ การใช้ของจึงต้องใช้ถูกวิธี จึงมีการจัดพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ การบวงสรวงกลองมโหระทึกเป็นการบอกกล่าวเทวดาทั้งหลายว่า เครื่องดนตรีนี้จะใช้บรรเลงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะเดียวกันเป็นการแสดงความพร้อมว่าจะปฏิบัติงานใดๆ ทั้งนี้ ขั้นตอนการบวงสรวงแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หากทำประการใดผิดพลาด, การถวายของ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในพิธีบวงสรวงทุกครั้งคือ กล้วยกับมะพร้าว รวมถึงของที่มีชื่อมงคล รสหอมหวาน ไม่ตกไม่ช้ำไม่เน่า สำหรับพิธีบวงสรวงในวันนี้ใช้สูตรมังสวิรัติ ไม่มีเนื้อสัตว์แต่มีไข่ต้มบนยอดพานบายศรี และขั้นตอนสุดท้ายเป็นการขอพรเพื่อให้กำลังพลของกรมสรรพาวุธทหารบกที่เข้าร่วมขบวนฯ ได้ประสบความสำเร็จ

‘กลองมโหระทึกจะใช้ในพระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาแต่โบราณ ตีในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตและงานรัฐพิธีต่างๆ รวมถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปี2562 ครั้งนี้ด้วย สำหรับพิธีบวงสรวงครั้งนี้ มีกลองมโหระทึกจากสำนักพระราชวัง 4 ใบ ที่ใช้ในพระราชพิธีจริง นอกจากนี้ มีกลองมโหระทึกที่กรมสรรพาวุธได้จำลองขึ้นให้ใกล้เคียงของจริงเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมริ้วขบวนอีก 2ใบ ร่วมพิธีบวงสรวง”พราหมณ์พิธี ชี้แจกรายละเอียด

สำหรับประวัติกลองมโหระทึกในประเทศไทย ถือเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน โดยมีหลักฐานแสดงถึงการใช้กลองมโหระทึก เช่น ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงสมัยสุโขทัย กล่าวว่า มีการใช้กลองมโหระทึกกันแล้วแต่จะเรียกว่า “มหรทึก”ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยามีการกล่าวถึงชื่อกลองมโหระทึก ในกฏมณเฑียรบาล ซึ่งประกาศใช้ในแผ่นดินสมัยนั้นแต่เปลี่ยนเป็นชื่อเรียกว่า”หรทึก”และใช้ตีในงานราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าแผ่นดินและที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักร ขุนนางที่ทำหน้าที่ตีมโหระทึกมีตำแหน่งเป็น”ขุนดนตรี”จนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้เรียกชื่อกลองดังกล่าวว่า “มโหระทึก” และเรียกต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังมีการใช้กลองมโหระทึกในงานพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีฉัตรมงคล หรือราชรัฐพิธีต่างๆ รวมถึงพิธีบรมราชาภิเษกปี2562 อีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top