"เพื่อไทย"ชักไปไม่เป็น! กางกฎหมายหาช่องเอาผิด"ไพบูลย์ โมเดล"ไม่ได้ หันไปโวยขอให้สำนึกตามเจตนารมณ์ประชาชนมอบคะแนนให้
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับคณะกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ , นายโภคิน พลกุล , นายชูศักดิ์ ศิรินิล , นายสามารถ แก้วมีชัย และนายนพดล ปัทมะ เป็นต้น
จากนั้น นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเด็นการขอเลิกความเป็นพรรคการเมืองของบางพรรค เพื่อให้มีผลตามกฎหมาย เมื่อไปดูกฎหมาย มีการเขียนในลักษณะดังกล่าวจริง โดยระบุไว้หลายวิธี เช่น สมาชิกพรรคไม่ครบ ไม่มีการจัดประชุมใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องให้นายทะเบียนร้องขอ ส่วนกรณีที่ พรรคนั้นมีมติขอให้เลิกเอง แม้กฎหมายจะระบุว่า ถ้าพรรคใดเลิกที่เป็นลักษณะนี้ ถือว่าพรรคถูกยุบตามกฎหมายด้วย ส่วนของสมาชิกจะได้รับความคุ้มครอง คือให้สมาชิกไปหาพรรคอยู่ใหม่ได้ แม้กฎหมายจะเขียนไว้ แต่จะเป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมายอย่างนั้นหรือ ในการเลือกตั้ง ประชาชนที่ชื่นชอบพรรคนั้น ได้ไปเลือกพรรค และ ส.ส.ให้มาทำหน้าที่ แต่ต่อมา พรรคจะมาขอเลิกทางการเมือง ทำให้พรรคถูกยุบแล้วไปหาพรรคใหม่สังกัด เจตนารมณ์ต้องการเช่นนั้นหรือ หากทำได้ แสดงว่าสิ่งที่ประชาชนเลือกส.ส.และพรรคนั้น มาไร้ความหมาย ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนได้เลือกมา รวมทั้งกฎหมายยังห้าม ไม่ให้ควบรวมพรรคการเมืองในขณะที่อยู่ในสมัยประชุมที่มีสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่ต้องการให้มีการยุบพรรคเล็กให้ไปรวมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ จะเข้าข่ายการควบรวมพรรคการเมือง ทั้งที่กฎหมายห้ามเอาไว้หรือไม
"พรรคเพื่อไทยเห็นว่า แม้บทบัญญัติทางกฎหมาย ระบุในทำนองที่เหมือนทำได้ แต่สิ่งที่บางพรรคกำลังทำ ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ กฎหมายพรรคการเมือง และความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งความสิ้นสุดหรือไม่สิ้นสุดความเป็นพรรค คงอยู่ที่กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ต้องชี้ขาดในประเด็นนี้ การเลิกพรรคการเมืองที่พรรคนั้นขอเลิกตนเอง ถ้าทำได้ เท่ากับไปทำลายความต้องการของประชาชนที่ได้เลือกมา เราวิตกกังวล ที่อาจจะทำให้พรรคเล็ก พรรคน้อย ขอเลิกตัวเองเพื่อไปหาสังกัดใหม่ ที่เราให้ความสำคัญมาก คือเราแคร์ความรู้สึกพี่น้องประชาชนที่ได้เลือกพรรคเหล่านั้นมา" นายชูศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า กกต.ยอมให้มีการยุบพรรค พรรคเพื่อไทยจะยื่นเอาผิดหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ถ้าเลิกพรรคแบบนี้ กฎหมายถือว่าให้เลิกพรรค และให้ความคุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ ส.ส.ไปหาสังกัดพรรคใหม่ได้ ที่ถามว่าเราร้องอะไรหรือไม่ คงต้องไปคิดอีกทีว่าเรามีส่วนได้เสียอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ดี พรรคเล็กๆ ต้องคิดให้มาก เพราะคะแนนที่แต่ละพรรคได้มาระดับหมื่นต่อพรรค แสดงว่าประชาชนตัดสินใจดีแล้ว เลยลงคะแนนให้
นายสุทิน กล่าวว่า นอกจากข้อกฎหมายที่ระบุว่าทำได้หรือไม่ได้แล้ว แต่เรื่องสำนึกประชาธิปไตยใหญ่กว่า ควรจะเลิกหรือไม่เลิก ควรคิดถึงเรื่องนี้มากกว่า เมื่อลงเลือกตั้ง ได้แสดงตัวตนเพื่อขอให้ประชาชนเลือก พอประชาชนเลือกมา กลับเอาคะแนนไปให้พรรคอื่น มันอาจจะเป็นการเลือกตั้งที่ฉ้อฉล เมื่อไปตรวจสอบย้อนหลัง หลายพรรคตอนหาเสียง แสดงจุดยืน จะไม่ร่วมงานกับพรรคที่สืบทอดอำนาจ แต่พอเลือกมาแล้ว กลับไปอยู่กับพรรคดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกผิดหวัง
นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องโทษคนออกแบบกฎหมาย แทนที่จะส่งเสริมการเจริญเติบโตพรรคการเมือง กลับมีกับดักหลุมพราง ทำให้พรรคอยู่ไม่ได้ เลยทำให้พรรคเล็ก หาทางให้พรรคตัวเองรอด เป็นการเขียนกฎหมายไม่รอบครอบ สุกเอาเผากิน จึงจำเป็นต้องสังคยนารัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อจะวางกฎเกณฑ์ให้เหมาะสม ไม่เช่นนั้น หากตีความไปตีความมา อาจทำให้เกิดความสับสน ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาธิปไตย
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม รัฐบาลต้องไปตีความให้ชัดเจนว่า เฟคนิวส์คืออะไร แต่สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งศูนย์เยียวยา ช่วยเหลือ เมื่อประชาชนประสบปัญหาชีวิตในเรื่องเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ฆ่าตัวตาย น่าจะเหมาะสมและจำเป็นเร่งด่วนมากกว่า
เมื่อถามว่า ข้อห่วงใยไปถึงพรรคอนาคตใหม่ นายอนุสรณ์ ตอบว่า จัดกิจกรรมจับมือดาวสภาฯ แม้มีบางช่วงวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง แต่ก็ไม่ได้มีเป้าประสงค์ วิเคราะห์ คาดการณ์ในทางร้ายแต่อย่างใด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี