546.jpg

‘พุทธะอิสระ’เปิดใจ!หวั่นถูกโยงทำศาสนาแปดเปื้อน ย้ำ5ธ.ค.ไม่‘ห่มเหลือง’ (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 08.30 น.

‘พุทธะอิสระ’เปิดใจ!หวั่นถูกโยงทำศาสนาแปดเปื้อน ย้ำ5ธ.ค.ไม่‘ห่มเหลือง’ (ชมคลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครปฐม ว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อพบกับนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ “อดีตพระพุทธะอิสระ” ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีมีคนมาลอบเผารถกระบะ 4 ประตู  สีบรอนซ์ทอง ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี  เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562


ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่รถกระบะโดนเผาเกิดขึ้นเมื่อไร? และมีกลุ่มใดที่คิดไม่ดีกับปู่บ้าง.?

“อดีตพระพุทธะอิสระ” ตอบว่า ฉันไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่เกิดเหตุ เลยไม่เห็นสภาพรถ มีเด็กโทร.มาแจ้งในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 11  ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 01.00 น. และไม่รู้ว่าใครมาเผา เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามอยู่  แต่มีคนตั้งประเด็นว่าอาจเกิดจากสาเหตุที่พุทธอิสระเป็นผู้ชี้มูลความผิดกรณีเงินทอนวัด  หรือกรณีขัดขวางสมเด็จพระวัดปากน้ำไม่ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช หรือกรณีธรรมกายที่เราเคยร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีทุจริตเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มีพี่น้องมาขอร้องให้ช่วยเหลือ ซึ่งเราบอกพวกเขาว่าคงไม่ใช่  เพราะเรื่องนี้เงียบไปนานแล้ว

อีกอย่างเราไม่รู้แน่ชัดเลยไม่กล้าไปชี้เป้าว่าใครเป็นผู้กระทำ ซึ่งกระบะ 4 ประตูนี้ ลูกศิษย์เป็นผู้นำมาถวายให้เพื่อใช้สำหรับขนคนงาน  ขนพืชผลทางการเกษตร และช่วยชาวบ้านเวลาที่เด็กๆ ต้องไปโรงเรียน ถือว่าเป็นการเผาครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกนั้นเผาด้านหลังของกุฏิ  เนื่องจากพระฉันเพลอยู่ด้านหน้า

อดีตพระพุทธอิสระ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้(30 ตุลาคม 2562) คุณจตุพร พรหมพันธุ์  และหลายๆ คน หลายๆ กลุ่ม  ก็ได้โทร.มาด้วยความห่วงใยและให้กำลังใจ  หลังออกมาจากคุกพร้อมกับกลุ่มสหกรณ์ยูเนี่ยน กลุ่มเงินทอนวัด ก็เลยมีคนที่รักใคร่สนิทสนมกันเป็นห่วง เราเลยบอกพวกเขาไปว่าอาจจะไม่ใช่กลุ่มคนเหล่านี้ก็ได้  มันอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น  เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนอยู่  ที่เราเสียดายคือ  ชาวบ้านอุตส่าห์ถวายรถมาเพื่อให้เป็นกิจของสงฆ์ไม่ใช่ของส่วนตัว  การมาทำลายของสงฆ์ถือว่าเป็นบาปอย่างหนัก  เราไม่อยากให้ไปรื้อฝอยหาตะเข็บ  คนที่ทำคงไม่เป็นสุข อย่างน้อยเขาก็คงเผาใจตนเอง

 

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วันที่ 5 ธันวาคม นี้ จะห่มผ้าเหลืองหรือไม่.?

อดีตพระพุทธะอิสระ ตอบว่า จากที่ประชุมสงฆ์เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา พระสงฆ์และฆราวาสมีฉันทานุมัติให้กลับไปห่มผ้าเหลืองได้ โดยที่ไม่ต้องไปขอบวชใหม่เพราะไม่ได้ลาสิขา แต่มีประเด็นทำให้สังคมเกิดข้อระแวงสงสัย จึงแจ้งไปว่าอย่าไปมุ่งหวังอะไรจนเกินไปหนัก คนอย่างพุทธอิสระทำอะไรไม่เคยหวัง ให้ทบทวนความเป็นไปได้ จะทำอะไรก็อย่างให้โลกต้องช้ำ ธรรมต้องไม่เสีย เรียกว่า อาณาจักรกับศาสนจักรต้องไปด้วยกันได้ หลังจากนั้น มีคุณเปลว สีเงิน คอลัมนิสต์ไทยโพสต์ เขียนให้คำแนะนำว่า ที่ถูกที่ควรแล้ว ควรจะกลับไปขอบวชใหม่ การกลับไปห่มผ้าเหลืองโดยไม่ได้ขอบวชใหม่น่าจะเป็นข้อกังขาให้หมู่มารทั้งหลายคอยจ้องโจมตี  ซึ่งตรงกับใจของพุทธอิสระตั้งแต่ต้น

สาเหตุที่บวชเลยไม่ได้  เนื่องจากว่ามีพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ว่าด้วยเรื่องของกฎหมายเถระสมาคมว่าด้วยหน้าที่ของพระอุปัจฉามีข้อห้ามในข้อ 15 (3) ห้ามภิกษุหรือบุคคลผู้ต้องคดีหรือถูกกล่าวหาในคดีอาญาเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา  จึงทำอย่างที่หลายคนแนะนำไม่ได้  เนื่องจากพุทธอิสระยังมีคดีกบฏติดค้างอยู่ ต้องรอให้หมดคดีกบฏก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ผ่านขบวนการกฎหมายหรือบัญญัติของหน้าที่พระอุปัชฌาย์ 

อีกทั้งการบวชต้องมีการถามอันตรายิกธรรม หนึ่งในอันตรายิกธรรมก็คืออันตรายที่เกิดจากพรหมจรรย์ก็คือการต้องกรณีพันธะไทย ก็คือเป็นพันธะต่อราชการบ้านเมือง เช่นหนีทหาร เป็นคดี  เป็นหนี้เป็นสิน  ซึ่งก็เป็นข้อห้าที่พระอุปัจฉาบวชให้ไม่ได้  พุทธะอิสระก็คงอยู่ในข้อห้ามนั้น เพราะฉะนั้นในวันที่ 5 ธันวาคม จึงไม่สามารถกล่าวคำบวชได้ ตกลงปลงใจว่า กลางปีหน้าหรือปลายปีหน้าก็คงจะสิ้นสุดคดีกบฏหลังจากนั้นค่อยว่ากันใหม่

นอกจากนี้มีข้อกังขาและผู้คนจ้องโจมตีมากมาย  แต่ต้องยอมรับว่ามีกฎหมายและบทบัญญัติหลายมาตราที่ขัดและค้านกับหลักธรรมวินัย  ซึ่งกำลังดูทิศทางความเป็นไปได้ที่จะเรียกร้องและยื่นเรื่องต่อสภาปฏิรูปหรือคณะกรรมาธิการด้านพระพุทธศาสนาให้หันมาดูและแก้ไขให้ตรงกับหลักธรรมวินัย 

“การที่พุทธะอิสระเข้าไปอยู่ในคุกเป็นที่รู้กันว่า พุทธะอิสระไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาแต่ออกมาแล้ว พ้นจากมลทินแล้ว เพราะไปสารภาพแทนคนอื่น ถือว่ายกประโยชน์ให้ประเด็นนี้ไป แต่เราไม่ถือสิทธิห่มผ้าเหลืองเลย  แต่รอให้พ้นจากคดีความทั้งหลายก่อนจึงมาเริ่มต้นนับหนึ่งกล่าวคำลาสิกขาแล้วขอบวชใหม่  แต่อย่างไรก็ต้องกล่าวคำลาสิกขาก่อนแล้วจึงจะบวชใหม่  เพราะถ้าไม่กล่าวคำลาสิกขาแล้วไปบวชจะเป็นกรรม 2 กรรมซ้อนกันก็จะผิดคำวินัยอีก  แต่ถ้าไม่พ้นจากมลทิน ศาลพิจารณาโทษเราก็ต้องไปติดคุกตามเหตุและปัจจัย ลงทุนสู้มาขนาดนี้แล้วอะไรจะเกิดก็ต้องยอมรับสภาพ ยืนยันว่า วันที่ 5 ธันวาคม นี้ไม่มีการห่มผ้าเหลืองแน่นอน” อดีตพระพุทธะอิสระ กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top