วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
1.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กองทุน กยศ.” นั้น ตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ “นักศึกษายากจน” สามารถเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยได้ (กรณีที่สอบคัดเลือกสำเร็จ) โดยกองทุน กยศ. จะช่วยเหลือ“นักศึกษายากจน” 3 เรื่องที่จำเป็นต่อการศึกษา คือ 1) ค่าเล่าเรียน กองทุนจะให้กู้ยืมเงินเพื่อไปจ่ายค่าเล่าเรียน หรือค่าหน่วยกิต 2) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา กองทุนจะให้เงินกู้ยืมเพื่อไปชำระค่าธรรมเนียมต่างๆเช่น ค่ากิจกรรม ค่าอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น และ 3) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพระหว่างการศึกษา ซึ่งเงินกู้ยืมนี้รวมไปถึงค่าเช่าหอพัก ค่าอาหาร ค่าเดินทางประจำวัน เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายทั้ง 3 ประเภทนี้ เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อมที่จำเป็นต่อการเรียนในมหาวิทยาลัยของนักศึกษา กล่าวง่ายๆ คือถ้านักศึกษามีความสามารถที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ นักศึกษาคนนั้นจะต้องได้รับโอกาสที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ว่าเขาจะมีข้อจำกัดทางการเงินอย่างไรก็ตาม กองทุน กยศ. จึงเปรียบเสมือนหลักประกันที่จะช่วยให้คนยากจนสามารถส่งลูกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยได้
2.การมอบโอกาสให้กับคนยากจนเข้าถึงการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้นั้น เป็นกลไกของการพัฒนาและสร้างระบบที่ดีให้กับสังคมอย่างน้อย 2 รูปแบบด้วยกันคือ 1) โอกาสสำหรับการรับการศึกษาจะช่วยให้คนยากจนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ภายหลังสำเร็จการศึกษา 2) โอกาสสำหรับการพึ่งพาตัวเองได้จะช่วยให้คนยากจนเกิดความเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของตัวเอง ดังนั้น กองทุน กยศ. จึงเป็นกองทุนที่ยืนยันหลักการในเรื่องของ “ความเป็นธรรมในสังคม” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ว่าหลักการพื้นฐานทั้งสองนั้น คือรากฐานของสังคมไทย
โดยหลักการทางนโยบายสาธารณะของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ1) เปิดโอกาสให้คนยากจนสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยฐานะทางการเงินของครอบครัว2) นักศึกษาที่กู้ยืมเงินไปแล้ว เมื่อสำเร็จการศึกษา มีงานทำมีรายได้ จะต้องคืนเงินกู้นั้นให้กับกองทุน ถือเป็นการฝึกฝนความรับผิดชอบต่อการกู้ยืมเงินของตนเอง เพื่อหวังจะเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน และในเวลาเดียวกัน สำหรับการคืนเงินกู้ของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้วนั้น จะช่วยให้กองทุน กยศ. ได้มีเงินทุนหมุนเวียนกลับมา
ให้นักศึกษาในรุ่นต่อๆ ไปได้กู้ยืมโดยไม่ต้องเป็นภาระกับงบประมาณของประเทศเพิ่มขึ้น
3.สำหรับปัญหาการไม่ชำระเงินกู้ยืมของนักศึกษา ก็เป็นประเด็นที่ต้องทบทวนในเรื่องของการบริหารจัดการกองทุน กยศ. กันใหม่ เพราะหัวใจของปัญหาก็คือ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 กำหนดให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานกำกับกองทุน กยศ. เมื่อเป็นเช่นนี้กระทรวงการคลังจึงต้องใช้พระราชบัญญัติการบริหารราชการและกฎระเบียบราชการ เป็นแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดให้ต้องรักษาผลประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ หมายความว่า เงินของทางราชการจะสูญหายไม่ได้ ดังนั้น กองทุน กยศ. จึงต้องฟ้องร้องเพื่อบังคับให้ผู้กู้เงินกองทุน กยศ. ต้องคืนเงินให้แก่กองทุน ไม่เช่นนั้นผู้บริหารกองทุนจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ซึ่งการฟ้องร้องนักศึกษาที่กู้กองทุน กยศ. ก็ขัดกับหลักการของบริการสาธารณะดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาการฟ้องร้องนี้ จึงต้องไปแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา นั่นคือการนำกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาออกจากระบบราชการ กล่าวให้ชัดเจนก็คือ การแก้ไขระบบการกำกับติดตามของกองทุน กยศ. จะต้องเป็นอิสระจากระบบราชการ โดยเปิดให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในการแก้ไขปัญหาความผิดพลาดในการชำระหนี้เงินกู้ยืม แทนการฟ้องร้องบังคับคดีต่อศาลเหมือนที่ผ่านมา
4.แน่นอนว่า เราควรต้องมีมาตรการเสริมสำหรับกลุ่มคนที่ขาดความรับผิดชอบในการชำระคืนเงินกู้ เพื่อความชอบธรรมต่อกลุ่มคนที่มีวินัยทางการเงิน โดยอาจเป็นการให้ผู้กู้ปฏิบัติหน้าที่หรือทำงานชดใช้เงินกู้ยืมได้ เป็นต้น ยกตัวอย่างให้เห็นคือ ปัจจุบันมีโรงเรียนขนาดเล็ก
ในถิ่นทุรกันดารที่หาครูไปสอนไม่ได้ กองทุน กยศ. สามารถทำความตกลงกับกระทรวงศึกษาธิการให้บรรจุผู้กู้ยืมเงินกองทุน กยศ. ไปปฏิบัติหน้าที่ครูในโรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าว (ผู้กู้ยืมจะต้องมีคุณสมบัติและความสามารถด้านการสอนตามเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด) มาตรการเสริมนี้ด้านหนึ่งเป็นการชำระเงินกู้ยืมคืนผ่านการทำงาน ในอีกด้านหนึ่งเป็นการช่วยนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้มีครูมาสอนพวกเขา ซึ่งเป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนในถิ่นทุรกันดารที่จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม ที่ถือว่าเป็นเจตนารมณ์ของการตั้งกองทุน กยศ. เช่นกัน เป็นต้น
นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากให้สังคมได้มองเห็นภาพที่ชัดเจน ว่า กยศ. เป็นกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับคนยากไร้ เป็นโอกาสที่คนยากจนจะลุกขึ้นยืนได้ด้วยขาของตนเอง เป็นหนทางที่พวกเขาจะไปพบเจอกับความสำเร็จในชีวิต เป็นความหวังของครอบครัวชาวบ้านในการเห็นลูกของตนมีอนาคตที่สดใส อย่าให้ปัญหาการไม่ชำระคืนเงินกู้ยืมของคนจำนวนหนึ่ง มาเป็นปัจจัยที่มาทำลายชีวิตและจิตวิญญาณของกองทุน กยศ. เลยครับ
กนก วงษ์ตระหง่าน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี