546.jpg
'นคร มาฉิม'ชี้พรก.ฉุกเฉินต้านโควิด-19   คือรัฐประหารเงียบ?

'นคร มาฉิม'ชี้พรก.ฉุกเฉินต้านโควิด-19 คือรัฐประหารเงียบ?

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563, 16.00 น.

วันที่ 28 มีนาคม 2563 นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า อย่าใช้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด 19 เพื่อยึดอำนาจทำรัฐประหารเงียบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. สามารถยึดอำนาจ และสืบทอดอำนาจปกครองประเทศ เกือบ 6 ปีเต็ม ได้สร้างวิกฤตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างต่อเนื่อง มากมาย ทุกมิติ ได้สะสมความเครียดต่อสังคมมายาวนาน จนถึงช่วงปลายปี 62 ย่างเข้าต้นปี 2563 กระแสความไม่พอใจ ต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ถึงจุดเดือด จากการบริหารประเทศที่ผิดพลาด ทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง การเมืองแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีการทุจริตคอรัปชั่นรุนแรง อาณาราษฏรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า นักเรียน นักศึกษาปัญญาชนฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มรวมตัวประท้วงขับไล่รัฐบาล กระแสจุดติดและดังกระหึ่มหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ


ในขณะที่รัฐบาลถูกกดดัน ถูกประท้วง ถูกขับไล่ ด้วยความไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถบริหารและกำลังเสื่อมทรุด จากวิกฤตโรคระบาดร้ายแรงเข้ามาและแพร่ระบาดแต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการป้องกัน ตั้งแต่แรกรัฐบาลเห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตของประชาชนปล่อยให้นักท่องเที่ยวจีน เกาหลีซึ่งเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาแต่เริ่มต้นเข้ามาโดยไม่มีมาตราการป้องกันเพียงพอ จนสถานการณ์ปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาไปเกือบทั้งประเทศ แล้วพลเอกประยุทธ์ จึงประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉิน พ่วงด้วยกฎหมายอีก 40 ฉบับ

การประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉิน แทบจะไม่มีใครต่อต้านเพราะทุกคน ทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด 19 แต่เมื่อพิจารณาความสมเหตุสมผล เบื้องหน้า เบื้องหลัง เป้าหมาย และเจตนารมณ์อันแท้จริงของพลเอกประยุทธ์ ที่ประกาศ พรก. ฉุกเฉิน พ่วงด้วย พรบ. อีก 40 ฉบับ แล้ว การประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉินครั้งนี้ ไม่ได้ประกาศเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเพียงอย่างเดียว แต่ในทางวิชาการรัฐศาสตร์ ถือว่าเป็นการยึดอำนาจ หรือรัฐประหารเงียบ เป็นการใช้โครงสร้างการบริหารประเทศรวมศูนย์ ยึดอำนาจประชาชน ยึดอำนาจคณะรัฐมนตรี ให้มาอยู่ที่ตัวพลเอกประยุทธ์ เพียงคนเดียว แล้วให้รัฐมนตรีบางคนที่เป็นแกนนำการยึดอำนาจเดิม รวมทั้งปลัดกระทรวงและข้าราชการประจำมาบริหารประเทศแทนคณะรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน

ในด้านรัฐสภาก็เช่นกัน ฝ่ายค้านพยายามเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและเรียกร้องให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อระดมความคิด ความรู้ ความสามารถ แนวทางแก้ปัญหาวิกฤตชาติแต่รัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลกลับพยายามขัดขวางไม่ให้มีการเปิดประชุม ช่องทางรัฐสภาจึงไร้ความหมายและถูกปิดปากจากฝ่ายรัฐบาล

ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ก็ถือโอกาสใช้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินเพื่อสยบความเคลื่อนไหวทั้งหมดของนักเรียนนักศึกษาและฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมกับรวบอำนาจมาไว้ในตัวเอง คล้ายกับรัฐบาลเผด็จการหลังยึดอำนาจเสร็จ ท่ามกลางความโกลาหลของประชาชน

จึงขอให้การใช้ พรก. ฉุกเฉิน ครั้งนี้เป็นไปด้วยความซื่อตรงต่อประชาชน เพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และคืนความเป็นปกติให้กับสังคมโดยเร็ว อย่าใช้ พรก. ฉุกเฉินเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ และคณะ บนความเสียหาย เสียโอกาส บนวิกฤตของประชาชนและประเทศชาติเลย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top