วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“โปรดเข้าใจ กระหรี่ไม่ใช่คนชั่ว กระหรี่แค่เร่ขายตัว แต่หญิงคนชั่วเที่ยวเร่ขายชาติ”
เพียงไม่ถึงชั่วโมง ข้อความจากการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวของ “ชัย ราชวัตร” ก็กลายเป็นประโยคยอดฮิตของโลกออนไลน์ไปเสียแล้ว เมื่อมีการแชร์ต่อๆ กันไป จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ๆ ตามมามากมาย อาทิ
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็ได้พามวลชนกว่า 100 คนมาวางพวงหรีดที่หน้า นสพ.ไทยรัฐ พร้อมทั้งเรียกร้องให้หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ดำเนินการทางวินัยกับ “ชัย ราชวัตร” ในทันที
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ส.ส.หญิงจากพรรคเพื่อไทย ในนาม “กลุ่มผู้หญิงเพื่อไทย” ก็ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของ “ชัย ราชวัตร” ว่าไร้ซึ่งจิตสำนึกและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เป็นการพูดที่ขาดความรับผิดชอบ และขอให้ “ชัย ราชวัตร” ออกมาขอโทษ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พร้อมกับเรียกร้องให้สตรีทั้งหลายช่วยกันแสดงออกซึ่งความไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้
ตามมาด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่โพสต์ผ่านเพซบุ๊คส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า นสพ.ไทยรัฐ ต้องรับผิดชอบและดำเนินการกับ “ชัย ราชวัตร” และประณามพฤติกรรมของ “ชัย ราชวัตร” ว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย ก่อนจะท้าโหวตว่าจะมีคนด่าหรือคนเชียนร์ในกรณ๊นี้มากกว่ากัน
เมื่อกระแสของความไม่เห็นด้วยรุนแรงเช่นนี้ ก็เปรียบเสมือน “ไฟจุดติด” วันที่ 3 พ.ค. เวลา 15.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่รอช้า ได้ส่งตัวแทนไปแจ้งความฟ้องร้อง “ชัย ราชวัตร” ทันที ในข้อหาดูหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
จากนั้นทางกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ หรือ ICT ก็รับลูก ประกาศทันทีเลยว่า เว็บไซต์ไหนมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทนายกรัฐมตรี จะสั่งปิดเวบไซต์นั้นทันที
มาถึงตรงนี้ แม้จะมีกระแสไม่เห็นด้วยต่อการฟ้องร้อง “ชัย ราชวัตร” เกิดขึ้นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในกรณี “ขายชาติ” ที่หลายคนแนะนำฝั่งที่ไม่เห็นด้วยว่า ให้ไปอ่านปาฐกถาของนายกฯ ที่ประเทศมองโกเลียดูว่าเป็นการให้ร้ายประเทศชาติอย่างชัดเจน และบิดเบือนความจริงเพื่อปกป้องพี่ชาย
หรือกรณีดูถูกเพศแม่ ที่ จิตกร บุษบา ได้ออกมาอธิบายอย่างกระจ่างแจ้งแล้วว่า “ชัย ราชวัตร” วิจารณ์นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ “ผู้นำประเทศ” มิใช่ “หญิงสาวคนหนึ่ง” เลย จึงไม่สามารถใช้คำว่า “ดูถูกเพศแม่” ต่อ “ชัย ราชวัตร” ได้
“ขอย้ำในหลักการว่า ทุกวันนี้ ชายหญิงมีความเสมอภาคกันหมดแล้ว และความเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีความเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มีแต่ความเป็นผู้นำ มีแต่การกระทำที่ถูกหรือผิดชั่วหรือดี อย่าใช้ “โยนี” เป็นที่หลบภัย ที่มีอะไรก็อ้างแต่คำว่า “ดูถูกเพศแม่” เพราะสำหรับคนอื่นๆ ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่แม่ของเขา และแม่เขาไม่ทำสิ่งที่น่าตำหนิ เช่น ยิ่งลักษณ์ แม้ยิ่งลักษณ์จะเพศเดียวกับแม่เขา แต่เขาต่างก็มีปัญญา รู้กันดีว่า ผู้หญิงหรือเพศหญิงนั้น มีทั้งชั่วและดี มีทั้งกุลสตรีและหญิงสำส่อน ผู้หญิงดีๆ เวลามีคำวิพากษ์วิจารณ์อะไร เขาก็จะชี้แจงกลับไปด้วยเหตุผลที่สะท้อนความมีปัญญา ไม่มีใครวิ่งไปหลบหน้า อยู่หลังคำว่า “เพศหญิง” หรอก และเครื่องเพศของสตรีมิใช่เครื่องซักผ้า ที่จะนำมาซักฟอกให้การกระทำชั่วหรือผิดหายไปจนสะอาดโอโม่!!” ส่วนหนึ่งจากบทความของจิตกร ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า
หรือการที่กลุ่มเสื้อแดงที่มาชุมนุมหน้า นสพ.ไทยรัฐ อ้างว่า “ชัยราชวัตร” ดูถูกอาชีพ โสเภณี
ต่อกรณีนี้ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” คนกันเองของเสื้อแดง ก็ยังออกมาให้ความเห็นเลยว่า ไม่ได้เป็นการไปต่อว่าอาชีพโสเภณี แต่เป็นการเปรียบเทียบว่า ยิ่งลักษณ์ไม่ดีอย่างไร
“นิดนึงนะครับ ผมเห็นคนด่า ชัย ว่า ชัย ด่ายิ่งลักษณ์ หรือ เปรียบเทียบ ยิ่งลักษณ์ เป็นกะหรี่ .. อันทีจริง เขาด่ายิ่งลักษณ์ ว่า "ต่ำ" กว่ากะหรี่ นะครับ ไมใช่ว่า ด่าว่าเป็นกะหรี่ (พูดง่ายๆ คือบอกว่ากะหรี่ ดีกว่า อะไรประมาณนั้น)” ข้อความจ่ากเฟซบุ๊คส่วนตัวของสมศักดิ์ เจียมฯ
ประกอบกับการแสดงความอารยะขัดขืน ประกาศของกระทรวง ICT โดยการโพสต์รูปแบบในการวิจารณ์นางสาวยิ่งลักษณ์ต่างๆ ที่เผ็ดร้อน รวมไปถึงการวิเคราะห์ประโยคยอดฮิตว่า ว่าไม่ได้เป็นการหมิ่นแต่อย่างใดของหลายๆ คน
แต่ทุกคนก็ต้องทราบกันดีว่า ในการต่อสู้คดี “ชัย ราชวัตร” ต้องสู้เพียงลำพัง และแน่นอนว่าจะถูกคุกคามจากพวก “พลังถ่อย” ไปอีกนาน ซึ่งต้องยอมรับกันว่า “ชัย ราชวัตร” เสียสละตัวเองเป็นอย่างมากในการ “เปิดหน้าสู้” เพื่อแสดงให้ “รัฐบาลแดง” ได้เห็นว่า “กูไม่กลัวมึง” เพื่อที่จะหยุดยั้ง “การผูกขาดประเทศให้กับนายทักษิณ ชินวัตร” ดังที่กลุ่มส.ส.พรรคเพื่อไทย กำลังกระทำอยู่ในสภา โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และในเร็วๆ นี้คงจะทำการคลอดกฏหมายนิรโทษกรรมกันต่อไป ผนวกกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ออกมากดดันศาลกันอย่างรุนแรง
เมื่อ “ชัย ราชวัตร” ส่งสัญญาณออกมาเป็นคนแรก ถ้าไม่อยากให้การกระทำของเขาต้องสูญเปล่า และกลายเป็นแค่เพียง “อุปทานหมู่” ในการชื่นชมฮีโร่ ใครทำอะไรได้ก็ควรต้องเปิดหน้าออกมาทำ
ดังที่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ส่งจดหมายสองภาษาเพื่อชี้แจงคำปาฐกถาของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่มองโกเลีย ต่อนานาประเทศ กลุ่มของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กับแนวร่วมที่เคยร่วมต่อสู่กันในสงคราม “ม็อบเสธ.อ้าย” ก็ไปปักหลักกันที่สนามหลวง กลุ่ม P Move ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายของรัฐ ก็เคลื่อนพลล้อมทำเนียบ ส่วนสันติอโศก ของสมณะโพธิรักษ์ ก็กางเต็มท์พร้อมลุยที่บริเวณพระบรมรูปทรงม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น ประชาชนที่รักชาติทั้งหลาย จงอย่าอยู่เฉยที่บ้าน หรือหน้าจอ
อย่าปล่อยให้ “ชัย ราชวัตร” ต้องสู้เพียงลำพัง
ใครทำอะไรได้ก็ควรจะทำ ตามที่ “พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร” เคยว่าไว้
“ผมบอกคุณชัย ราชวัตร ว่าผมเอาใจช่วยท่าน และบอกด้วยว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องจับอาวุธไม่ว่าชนิดไหนขึ้นมาช่วยป้องกันบ้านเมือง แต่ไม่ได้บอกนะครับว่าให้จับปืน เพราะประชาชนมีแต่มือเปล่า แต่ที่ว่า “อาวุธ” นั้น ผมหมายความว่าสิ่งที่แต่ละคนใช้ได้ตามถนัด คุณชัยนั้นท่านเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะฉะนั้นท่านก็ใช้พู่กันหรือปากกา
ส่วนผมเป็นคนเขียนหนังสือ ผมก็ใช้คอมพิวเตอร์ ท่านผู้อื่นก็ควรใช้ “อาวุธ” อย่างอื่นตามที่ท่านถนัด ข้อสำคัญทุกคนต้องทำ แต่ไม่ใช่ใช้วิธีอนารยะแบบเอาเลือดไปสาดบ้านเขา หรือจุดไฟเผาสถานที่ราชการ หรือแต่งชุดดำลอบยิงเขา ผมเชื่อว่าเราชนะได้ด้วยการต่อสู้ที่ประทำโดยสงบและปราศจากศาตราวุธครับ”
แล้วเจอกัน...
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี