533.jpg
‘ฝ่ายค้าน’ไม่จบ! จี้ทบทวนญัตติด่วน ตั้งกมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล. รองปธ.สภาฯ โยนวิป 2 ฝ่ายคุยกัน

‘ฝ่ายค้าน’ไม่จบ! จี้ทบทวนญัตติด่วน ตั้งกมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล. รองปธ.สภาฯ โยนวิป 2 ฝ่ายคุยกัน

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.45 น.

‘ฝ่ายค้าน’ ไม่จบ! จี้ทบทวนญัตติตั้ง ’กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้4 แสนล.‘ ด้าน ‘รองปธ.สภาฯ‘ โยน ’วิป2 ฝ่าย‘ คุยให้เรียบร้อย ชี้มีช่องทางเลื่อนญัตติอยู่แล้ว  ขณะที่ ’ประธานวิปรบ.‘ เหน็บยื่นตีความเอง ไม่เช่นนั้นพิจารณาเสร็จไปแล้ว  

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 17.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังที่ประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ... ในวาระ1 เสร็จสิ้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นสอบถามกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ชี้แจงในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าว่าได้มอบให้คณะกรรมการพิจารณาว่าญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบพ.ร.ก.กู้เงิน4 แสนล้านบาท ซึ่งทราบว่ารองประธานคนที่หนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ จึงขอให้ชี้แจงตกลงแล้วญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วนหรือไม่ ต่างจากญัตติแลนด์บริดจ์ที่ให้เป็นญัตติด่วนอย่างไร และในเมื่อข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากรัฐบาลได้เดินหน้าใช้เงินจากพ.ร.ก.เงินกู้ไปแล้ว ท่านพร้อมจะทบทวนการวินิจจัยญัตติดังกล่าวหรือไม่


น.ส.มัลลิกา ชี้แจงว่า วันที่มีการเสนอญัตติพ.ร.ก.กู้เงินเข้ามา ทางสภาฯได้เสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ จึงต้องรอว่าจะมีการวินิจฉัยอย่างไร ซึ่ง ณ วันนั้นทางครม.ยังไม่ได้ดำเนินโครงการใดๆ ทางคณะกรรมการฯให้ความเห็นว่ายังไม่ใช่เรื่องด่วน จึงต้องการรอคำวินิจฉัยดังกล่าวก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร  ส่วนญัตติแลนด์บริดจ์ไม่เหมือนกันถือว่าต่างกรรมต่างวาระ

ทำให้นายพริษฐ์ ลุกขึ้นแย้งว่า ตนก็สันนิษฐานว่าเป็นเช่นนั้น เพราะตอนที่คณะกรรมการฯวินิจฉัยรัฐบาลยังไม่มีการใช้พ.ร.ก.กู้เงิน แต่มาวันนี้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจริงอยู่ที่สภายังลงมติอนุมัติพ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ได้เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องรอ 60 วัน แต่รัฐบาลก็เดินหน้าใช้เงินไปแล้ว ตนจึงเห็นว่าเป็นเหตุอันสมควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบการใช้เงิน ในเมื่อรัฐบาลไม่ได้รอคำวินิจฉัยของศาล ตนคิดว่าสภาก็ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัย แต่ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงิน จึงอยากถามว่าในเชิงขั้นตอนสามารถทบทวนได้หรือไม่ หากทบทวนแล้วมีการวินิจฉัยใหม่ว่าเป็นญัตติด่วนจะได้ไม่ต้องมาหารือกันระหว่างวิปฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะถือว่าเป็นญัตติด่วนที่เข้ามาต่อคิวญัตติแลนด์บริดจ์ 

น.ส.มัลลิกา ชี้แจงว่า จากที่ฟังประธานสภาบอกว่าให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกัน และตัวญัตติสามารถเลื่อนขึ้นมาได้ จึงอยากให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกันก่อน ก็มีช่องทางในทางที่จะขอเลื่อนญัตติขึ้นมาได้ โดยเราก็เคยทำมาแล้ว ตนไม่อยากให้ฟันธงว่าประธานว่าอย่างไร แต่อยากให้ทำงานด้วยความประนีประนอมกัน 

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่าหากจะให้หารือกันก็สามารถมาคุยกันได้ว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรในการนำญัตตินี้มาพิจารณาว่าเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ด่วนอย่างไร  จริงๆแล้วพวกตนต้องการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แต่ฝ่ายค้านก็ใช้สิทธิ์ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกตนไม่ได้อยากให้ไปยื่น เพราะคิดว่าหากได้พิจารณาป่านนี้ก็คงเสร็จไปแล้ว  แต่เราก็เคารพสิทธิ์เมื่อมีการไปยื่นศษแล้ว หากคิดว่าเป็นเร่องเร่งด่วนก็มาหารือกันว่าเราจะพิจารณากันแบบไหน แต่สิ่งที่รัฐบาลทำไปแล้วก็ไม่มีเรื่องไหนที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเมื่อพ.ร.ก.ออกมาแล้วก็ถือว่าเป็นกฎหมายรัฐบาลเดินหน้าได้  

จากนั้นน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ที่นายกรวีร์ระบุว่าตัวพ.ร.ก.ยังไม่มีการทำผิดกฎหมาย ซึ่งจริงๆ ได้เริ่มมีการทำผิดกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา มีการอนุมัติโครงการที่เป็นโครงการต้องใช้งบประมาณตามปกติอยู่แล้ว ในส่วนของกองทุนประชารัฐที่มีการสอดไส้ ในการจ่ายเงิน 4 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 69 ที่เป็นสวัสดิการตามปกติ ซึ่งไม่เข้าวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ของพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ดังนั้น ต้องแจ้งว่าจำเป็นและเร่งด่วนมากจริงๆ หากประธานโอเค สามารถเสนอญัตติเลื่อนกันตอนนี้เลยก็ได้ ถ้าทางฝ่ายรัฐบาลพร้อม

นายพริษฐ์ กล่าวว่าพรรคประชาชนยื่นญัตติเรื่องตั้งกรรมาธิการ พ.ร.ก. เงินกู้ น่าจะหลังจากการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญแล้ว หรือถ้าไม่นับญัตติของพรรคประชาชนก็มีพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติดังกล่าวหลังมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาแล้ว และคณะกรรมาธิการสามัญติดตามงบประมาณ ยังไม่มีการตั้งอนุขึ้นมาทำหน้าที่ ในการติดตามเรื่องพ.ร.ก. เงินกู้เป็นการเฉพาะ จึงขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่วิปรัฐบาลชี้แจง อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจว่าเป็นความเห็นต่างเรื่องประเด็นพ.ร.ก.เงินกู้ เราควรจะใช้กลไกคณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นเรื่องที่ไม่ผิดปกติ ที่เราจะเสนอให้มีการตั้งกลไกวิสามัญขึ้นมาสำหรับเรื่องใหญ่ๆ เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ 

“ถ้าลองถาม เพื่อนสมาชิกจากพรรคท่านตอนที่มีพ.ร.ก.เงินกู้ สมัยโควิด ก็เห็นว่าเพื่อนสมาชิกท่านก็เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเช่นกัน เราก็ปฏิบัติไม่แตกต่างจากที่สภาแห่งนี้เคยทำในช่วงเวลานั้น” นายพริษฐ์กล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่เข้าชื่อเสนอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องแยกให้ออกเพราะขณะนี้เราพูด3 เรื่องปนกัน 1. การพิจารณาตัวร่างพ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งประกาศไปแล้วว่าสภาจะเห็นชอบหรือไม่ 2. การเสนอญัตติเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการตรวสอบการใช้เงินกู้เป็นญัตติด่วนหรือไม่ และ3. สมมติมีการพิจารณาแล่วจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่  อย่างที่ตนพูดไปแล้วเพราะหากวันนี้ประธานวินิจฉัยว่าไม่ใช่ญัตติด่วนแต่ฝ่ายรัฐบาลยอมให้เลื่อนขึ้นมาก็จะได้พิจารณา แม้ประธานวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วนก็จะมีคนอื่นเสนอเลื่อนญัตติอื่นขึ้นมา ทำให้ญัตติดังกล่าวก็จะไม่ได้พิจารณา ดังนั้นจึงอยากให้ทบทวนวินิจฉัยใหม่เพราะข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถ้าจะกรุณาวินิจฉัยเป็นญัตติด่วน ส่วนจะได้พิจารณาหรือไม่ และได้ตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ก็น่าจะให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกันน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม 

ทำให้น.ส.มัลลิกา วินิจฉัยว่า อย่างไรก็ต้องไปคุยกันจึงอยากให้ทั้ง 2 ฝั่ง และตอนนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการร่วมแล้ว ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เวลามีอะไรก็คุยกัน จากนั้นได้ปิดการประชุมในเวลา 17.56 น.

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top