533.jpg
‘สุขสมรวย’เตือนฝ่ายค้าน ถูกสายลับตุ๋น โต้เดือดเส้นเงินฮั้วสว.

‘สุขสมรวย’เตือนฝ่ายค้าน ถูกสายลับตุ๋น โต้เดือดเส้นเงินฮั้วสว.

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สุขสมรวย’เตือนฝ่ายค้าน

ถูกสายลับตุ๋น

โต้เดือดเส้นเงินฮัวสว.

ภท.ปัดสีเขียวไหลซบ

อนุทิน”ตอบ“วิ่งหัวชนกำแพง”แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง ไม่ได้หมายถึงใครไม่รู้ข่าวงูเขียวซบน้ำเงิน ภาพ“เนวิน –บุญยิ่ง”แค่ไปดูบอล อย่าโยงพันพัว ชู“น้ำมันเขียว”ทาแล้วหัวไม่โนเย้ยปชน.กระโดดงับอีกแล้ว ด้าน’ไชยชนก’ไม่ได้ยิน’สีเขียวซบน้ำเงิน’ย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพ-มั่นคง ไทม์ไลน์1ปีปรับครม.แค่คาดเดา โยนนายกฯตัดสินใจ ขณะที่’สุขสมรวย-สว.วุฒิชาติ’โต้’พริษฐ์งจับโยงฮั้ว สว.ยันไม่เป็นความจริง แจงกกต.-DSIแล้ว

เมื่อเวลา 10.05น.ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความ “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” ซึ่งถูกนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นการโพสต์พาดพิง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน จนถูกบรรดา สส.พรรคประชาชนออกมาโพสต์ตอบโต้นั้น หมายถึงใคร โดยนายกรัฐมนตรี ได้เอามือแตะไปที่หน้าผาก ก่อนกล่าวว่า“หัวโน”


เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าต้องการจะสื่ออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ”สอนตัวเอง เตือนตัวเอง“

หนู’อ้างไม่รู้ข่าวงูเขียวซบน้ำเงิน

เวลา 11.15น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวงูเขียวจะเข้าร่วมพรรคสีน้ำเงิน โดยนายกฯหัวเราะพร้อมกล่าวว่า”งูเขียว มาจากไหน”เมื่อถามต่อว่า เห็นว่าจะมี 10งูเขียวเข้ามาร่วม นายกฯ ร้อง”ฮู้ “พร้อมส่ายศีรษะ แล้วตอบว่า”ไม่เอาน่า ถามอย่างนี้มัน”

เมื่อถามย้ําว่า มันมีข่าวออกมา แล้วตอนนี้จําเป็นต้องใช้หรือไม่ นายกฯตอบว่า” ขําๆ ไป งูเขียวงูอะไรก็ไม่รู้ มันเป็นสิ่งที่ผู้สื่อข่าวบอกว่ามีข่าวมา แต่ผมไม่เห็นได้ข่าวนี้เลย”

ภาพ’เนวิน –บุญยิ่ง’แค่ไปดูแข่งบอล

เมื่อถามว่า เมื่อวาน(9 ส.ค.) ปรากฏภาพ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด พบกับ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส. ราชบุรี เขต2 พรรคกล้าธรรม ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องไทยลีก เลยเป็นที่มาของกระแสข่าวนี้ นายอนุทิน ตอบว่า เขาไปเตะบอล อย่าไปพันพัว นายเนวิน ก็ไปทุกจังหวัด เพราะเป็นประธานสโมสรบุรีรัมย์ นางบุญยิ่ง เขาก็เป็นประธานสโมสรราชบุรี เขาต้องไปดูการแข่งบอล ซึ่งก็เป็นฤดูกาลแข่งขันฟุตบอล ถ้าไม่ใช่ฤดูกาลแข่งขันหลักก็มีการเตะกระชับมิตรเพื่อสร้างความสามัคคี

เมื่อถามว่า จึงมีการมองว่าเป็นไทยลีกคอนเนคชั่น จังหว่ะนี้นายอนุทิน พูดว่า”หึ” พร้อมหยิบขวดน้ํามันเขียว ที่กลุ่มสตรีชุมชนรินทร์ทอง นำมาออกบูธ ขึ้นมาให้ผู้สื่อข่าวดู ก่อนระบุว่า” มีแต่น้ำมันเขียว ทาแล้วหัวไม่โน”เมื่อถามต่อว่า เรื่องหัวโน เห็นพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นายกฯ หัวเราะในลําคอ ก่อนตอบว่า”แหม มากระโดดงับอีกแล้ว ไม่ได้พูดพูดถึงเขาเลย มันต้องตั้งสติ ต้องมีสติ ไม่ได้พูดถึงใครอะไรเล๊ย ต่อมากระโดดงับกันทําไมก็ไม่รู้ ผมพูดของผมเอง’

แซะปชน.ใจเย็นๆ-ทำอะไรมีสติ

เมื่อถามอีกว่า การที่เขาออกมาวิพากษ์วิจารณ์อยากจะบอกอะไรเขา นายกฯกล่าวว่า ก็ใจเย็นๆ ทําอะไรต้องมีสติ ถามต่อว่า เมื่อช่วงเช้านายกฯได้แชร์คลิป พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ระบุถึงคําสอนของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล บิดา ถึงการต้องรู้ 5 อย่าง นายกฯ กล่าวว่า ก็ถือเป็นที่มาของคําว่า อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ ตนเคยพูดไว้แล้ว ไม่ใช่ของใหม่ ตนก็เล่นเฟซบุ๊ก เล่นโซเชียลมีเดียวมาแต่ไหนแต่ไร ก็มีเพื่อนของตน เขาก็ไปแชร์กันเยอะ มันก็ช่วยไม่ได้ อาจจะมีคนไปคิดว่าตนพูดถึงคนนั้นคนนี้ ซึ่งตนไม่เคยพูดอย่างนั้น ไม่เคยพูดถึงใคร พูดถึงแต่ตัวเอง เมื่อถามว่า มีคนมองว่าการที่นายกฯโพสต์มันมีนัย นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นหลักการดําเนินชีวิต พูดแล้วมันผิดตรงไหน

ไผ่ ลิกค์’โต้ข่าว10งูเขียวจ่อซบ’ภท.’

ด้าน นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชรและเลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงเรื่องนี้ว่า “ยืนยันกล้าธรรมไม่มีงูแม้แต่ตัวเดียวคนจับงูไม่แพ้งูแน่ และเราจะทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น”พร้อมระบุว่า“คำไหนคำนั้น ไม่เล่นหลายหน้า เป็นลูกผู้ชาย กล้าชนทุกอย่างเพื่อประชาชน”

ไชยชนก’ปัดดูดงูเขียว-เสียงแน่นปึ๊ก

ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้น ตนไม่ได้ยิน

ย้ำ1ปีปรับครม.-อยู่ที่นายกฯตัดสิน

เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดึงพรรคอื่นเข้ามาในตอนนี้ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามต่อว่า ในส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ เลขาธิการพรรคเคยให้สัมภาษณ์ว่า 1 ปี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการปรับ แต่เป็นการให้ระยะเวลารัฐมนตรีในการพิสูจน์ผลงาน ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลา บางอย่างเป็นผลงานที่ทำได้ทันที และแต่ละกระทรวงมีเนื้อหาที่แตกต่างกัน ตนคิดว่ารัฐมนตรีหลายคนมีผลงานที่ชัดเจนแล้วและมีหลายท่านกำลังทำผลงานอยู่ ที่ตนบอก 1ปีนั้น เป็นระยะเวลาที่นานแล้วและต้องมีผลงานที่ชัดเจน สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และความจำเป็นว่าจะต้องปรับหรือไม่ แม้ว่าบางอย่างอาจจะไม่ต้องถึง 1 ปีก็ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประเมินการทำงานของรัฐมนตรีกระทรวงนั้นๆ

เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าว พรรคกล้าธรรมจะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนกกล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่ามาจากไหน แต่หากถามว่าเป็นการเพิ่มเสถียรภาพ ตนยืนยันว่าเรามีเสถียรภาพมากพอสมควรอยู่แล้ว และมีความมั่นคงมากๆ

สุขสมรวย’ลั่นไร้เส้นเงินโยงฮั้วสว.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดข้อมูล “เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว.ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์” ภาค 4 โดยพบมีคนใกล้ชิด นางสุขสมรวย โอนเงิน 8.6แสนบาท ให้กับพนักงานสืบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตนไม่เคยถูก กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกไปชี้แจงเรื่องเส้นเงินใดๆในรอบ 2 ปีกว่าๆ

หวังสร้างกระแส-ไม่เกี่ยวข้องด้วย

เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อหลังถูกพาดพิง นางสุขสมรวย กล่าวว่า เอกสารที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น) มอบให้นายพริษฐ์ ที่ระบุว่าได้จากสายลับ กกต.ตนเรียนว่า ให้กลับไปถามสายลับคนดังกล่าว เอกสารที่ได้มาจาก กกต.ได้สอบหรือยัง ถ้าเอาความจริงมาพูดทั้งหมด ไม่สร้างกระแส จะทำให้คนไทยได้รับข้อมูลจริงทั้งหมด อย่าขับเคลื่อนด้วยการสร้างกระแสและมโนคิดเอาเองและได้ประโยชน์จากการสร้างกระแส รวมถึงเข้าไปคอมเมนต์ เรื่องนี้ง่ายนิดเดียวดูว่า เส้นเงินมาจากสายลับคนไหนกลับไปถามสายลับให้ดีว่า เป็นเรื่องอะไร มีเส้นเงินเกี่ยวกับตนอย่างไร ตนไม่จำเป็นต้องตอบเพราะไม่เกี่ยวข้องด้วย

แจ้งหมิ่น’ยิ่งชีพ-ไอติม-ทนายอั๋น’

เมื่อถามว่า จะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นางสุขสมรวย กล่าวว่า ตนได้แจ้งความนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ( iLaw ) ทนายอั๋น และนายพริษฐ์ เรียบร้อยแล้ว เพื่อรักษาสิทธิของเรา ถ้าคิดว่าพูดไม่หมิ่นประมาทตำรวจคงจะสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าตำรวจสอบแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท คงสั่งฟ้องเอง โดยการฟ้องแต่ละคนแยกกันเป็นคนละกระทงไป และฟ้องไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ‘ขอขอบคุณเพจของนายยิ่งชีพ น่าจะฟ้องไป 10กว่าวันที่แล้ว ขอขอบคุณที่ใส่ใจจังหวัดอำนาจเจริญ แต่อยากจะเตือนข้อมูลที่ลงไป ฝ่ายตรงข้ามอีกฝั่งของฝ่ายการเมืองตรงข้ามของดิฉันในอำนาจเจริญ ซึ่งข้อมูลอาจจะไม่จริงก็ได้ ระวังจะเสียมวยนะคะ’

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าเขาต้องการสร้างกระแสหมายความว่าอย่างไร นางสุขสมรวย กล่าวว่า ตนคิดว่าสื่อมวลชนทุกคนทราบดีว่า ที่ผ่านมากกต.ใช้เวลาสืบสวนเรื่องนี้พอสมควร ทุกคนก็ทราบว่ากกต.ใกล้จะมีมติ ใครจะผิดใครจะถูก หรือใครจะถูกส่งศาล เป็นเรื่องที่กกต.ต้องตัดสิน การกระทำอย่างนี้เชื่อว่า รวมถึงสื่อมวลชนก็รู้ว่าเขาต้องการทำอะไร เพื่ออะไร ยืนยันว่า ไม่มีเส้นเงินที่เกี่ยวข้องกับตน

วุฒิชาติ’โต้‘พริษฐ์’โยงเอี่ยวฮั้วสว.

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.กล่าวถึงกรณี นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ออกมาระบุเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ว่า 1.จากข้อกล่าวหาวานนี้ (9ส.ค.) ของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการแถลงกล่าวหา โดยหลายส่วนที่ได้ยินได้ฟังมา ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามข้อกล่าวหา หากถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะไม่เป็นการทำให้คดีและข้อมูลของ กกต.ซึ่งได้ให้การไปหมดแล้วนั้นเสียหาย ตนพร้อมจะชี้แจงและนำเสนอข้อมูลต่างๆกับสื่อมวลชน ไม่แน่ใจว่า จะรวมกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ด้วยได้หรือไม่ เพราะเท่าที่จำได้ ไม่มีการเรียกหรือเชิญตนให้ข้อมูล

อย่ากดดันหวังเปลี่ยนคำตัดสิน

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า 2.ตนเชื่อว่า ในการทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเคารพในกติกาและดำเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตนและก็ควรใช้กลไกลที่มีผลทางกฏหมาย มากกว่าที่จะใช้วิธีเพื่อทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรใดๆ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่า ดำเนินการไปภายใต้วัตถุประสงค์เพื่ออะไร หรือต้องการให้เกิดการกดดันต่อองค์กรต่างๆ อันหวังผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการตัดสินใจใดๆ ตามที่ใครต้องการ หรือไม่

ย้ำชี้แจงดีเอสไอ-กกต.ไปหมดแล้ว

3.ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการทุจริตทำผิด กฏหมายเกิดขึ้น ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใคร จะเป็นประชาชน หรือ กกต.ผู้ที่ทำทุจริต ก็ต้องรับผิดชอบต่อผลนั้น 4.ตนในฐานะ สมาชิกวุฒิสภา พยายามทำตามหน้าที่ ตามความรับผิดชอบ ทั้งในการกลั่นกรองกฏหมาย การติดตาม เสนอแนะ การดำเนินการต่างๆของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประเทศ และการพิจารณารับรอง องค์กรอิสระต่างๆตามขอบเขตการดำเนินการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ตนได้พยายามทำให้เกิดผลดีที่สุดต่อประเทศชาติและประชาชน ส่วนเรื่องการเมืองการพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการเมืองโดยวิธีการต่างๆนั้น ตนไม่ถนัด ทุกประเด็นที่มีการร้องว่า ตนกระทำผิดกฎหมาย ตนได้ชี้แจงต่อ กกต.และดีเอสไอแล้ว ตนจะชี้แจงต่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น

ชวน’ชี้ซื้อเสียงซื้อเก้าอี้หวังถอนทุน

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ:Art Exchange 2026 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายชวน กล่าวถึงปัญหาทางสังคมและการเมือง ว่า ทุกสิ่งอย่างจำเป็นต้องยึดถือคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจและสังคม หากไร้ซึ่งคุณภาพก็อยู่ยาก

“ไม่อับอายเลยหรือคนรับราชการต้องซื้อ 5แสน 7แสน เพื่อมากินเงินหมื่น เป็นแล้วไม่รีดไถมีหรือ นักการเมืองที่ซื้อเสียงมา 100 ล้าน 80 ล้าน มีหรือครับมากินเงินเดือนแค่แสนบาทกี่ปีก็ไม่คุ้ม แต่คนเหล่านี้เขามีทางออก เขามองการเมืองเป็นธุรกิจ ลงทุนแล้วก็ต้องเอากำไร การทุจริตจึงระบาดไปทั่ว วงจรอุบาทว์นี้ก็ลามไปถึงข้าราชการ ลามไปถึงองค์กรอิสระ”นายชวน กล่าว

ให้กำลังใจ’กกต.’ขอทำหน้าที่ซื่อตรง

นายชวน กล่าวต่อว่า ปัญหาในองค์กรอิสระขณะนี้ อย่างที่เราเห็นกันว่ามีการแทรกแซงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา จนมีเรื่องคดีฮั้ว สว. และตอนนี้มีการคาดคั้น กกต.ให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ กกต.จะกล้าทำหรือ ในเมื่อ กกต.ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งในยุคนี้ ผ่านการเลือกของ สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นชุดที่เขามองกับว่ามาจากระบบโกง จึงตั้งข้อสังเกตว่าคนที่มาจากระบบโกงจะกล้าตัดสินอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่ายังมีคนดีอยู่ในสังคม คงไม่เลวร้ายไปทั้งหมด พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังทำหนังสือไปถึง ประธาน กกต. ให้กำลังใจขอให้ท่านกล้ายึดความถูกต้อง อะไรผิดเป็นผิด อะไรถูกเป็นถูก

ตายแล้วไปงานศพตอบแทนบุญคุณ

นายชวน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องจะใช้หนี้บุญคุณกันนั้น ถ้าเราได้เป็นหรือได้มีตำแหน่งเพราะเขาก็ค่อยตอบแทนบุญคุณตอนเขาตาย ไปงานศพเขา เขาจะตายธรรมดา หรือเป็นอหิวาตกโรคตาย ก็ไปงานศพเป็นการตอบแทนบุญคุณในทางธรรมเนียมประเพณี อย่าตอบแทนด้วยวิธีทำถูกให้ผิด ทำผิดให้ถูก เพียงเพื่อให้โจรการเมืองเหล่านี้ อยู่ในอำนาจ

เปิด‘ไทยช่วยไทยดอกเบี้ยคนละครึ่ง’

เวลา 10.35น.วัที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแหงชาติเข้าร่วมด้วย

โดยนายกฯกล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในวันนี้เห็นว่าไทยช่วยไทยไม่ใช่แค่60-40 ไม่ใช่เรื่องไทยช่วยไทย แต่คำว่า พลัส คือ เราพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไปในประเทศของเราได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลงและเราพยายามจะหาโครงการต่างๆและวิธีการต่างๆมาทำให้ท่านได้สามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นต้น รัฐบาลจึงมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาหนี้สินและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

วงเงิน4.4พันล้าน-กระจายทั่วไทย

นายกฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนให้โครงการดีดีเช่นนี้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดและถ้าเป็นไปได้ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งด้วยวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านกองทุนชุมชนเมืองและกองทุนชุมชนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศให้เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และเสียดอกเบี้ยสูงๆแพงๆ

สมใจเข้าร่วมติดต่อได่ที่’สทบ.’

ด้าน นางสุขสมรวย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น4,452,000,000บาท ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย2ปี (ปี2556-ปัจจุบัน) สิ่งสำคัญต้องจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและมีมติลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุนบัญชีที่1ลง50% ทั้งนี้ กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.) ทั้ง14สาขาเขตทั่วประเทศ

ไทยช่วยไทยเงินสะพัด1แสนล้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า1.06แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้างโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส60/40”ไม่ใช่มาตรการโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มกำลังซื้อและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ไปสู่การเติมทุน ลดต้นทุนทางการเงิน และแก้ปัญหาหนี้ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง สามารถสร้างรายได้และดำเนินธุรกิจต่อได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top