533.jpg
พริษฐ์ เปิดหลักฐาน ลูกน้องสุขสมรวย โอนเงินให้ กกต.เกือบ 9 แสน ห้วงเลือกสว. ชี้เส้นเงินชัด ชงเร่งส่งศาล

พริษฐ์ เปิดหลักฐาน ลูกน้องสุขสมรวย โอนเงินให้ กกต.เกือบ 9 แสน ห้วงเลือกสว. ชี้เส้นเงินชัด ชงเร่งส่งศาล

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

พริษฐ์ เปิดข้อมูล ลูกน้องสุขสมรวย โอนเงินเหยียบ 9 แสนให้ กกต.อำนาจเจริญ ช่วงเลือก สว. 67 จี้ กกต.แจงรายละเอียด ชี้ หลักฐานเส้นเงิน พัน สว.-อดีตผู้สมัครชัด เร่ง กกต.ส่งศาลฏีกา ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ ญานี นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม สุขสมรวย โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์ โดยมีน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร และนายปุวิชญ์ วัฒนสุข นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น และพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูล


โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในกระบวนการโกง สว. 4 พื้นที่ ได้แก่ 1. จังหวัดนครพนม พบว่ามีการโอนเงินช่วงวันที่ 21 มิถุนายน 2567 จากนายสิทธิกร ธงยศ สว.กลุ่ม 19 จำนวน 31,000 บาท ไปให้กับบริษัทนครพนม เทรเวลเซ็นเตอร์ เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้นายสิทธิกรและผู้สมัคร สว. อีก 7 คน ทั้งนี้มี 2 คนที่ไม่ได้เดินทางตามที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้ 2.จังหวัดลำพูน พบว่ามีการโอนเงิน นายอาทร โยธา เจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น ไปยังผู้สมัคร สว. 7 คน รวม 21,000 บาท ซึ่งมีบางคนบอกว่าเป็นค่าหมูกะทะ เป็นต้น แต่จากการตรวจสอบพบว่านายอาทร แม้ไม่ได้ลงสมัคร สว. แต่กลับมีการไปรวมตัวที่บริษัท ซึ่งนายวิเชียร ชัยสถาพร สว.ลำพูน และนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว.เชียงใหม่ ที่ทั้ง 2 ครอบครัวเป็นเจ้าของสาขาสมุทรสาคร ไม่ฟันธงว่านายอาทรทำงานให้ 2 สว. หรือไม่ สิ่งที่ฟันธงได้คือ เบอร์ผู้สมัครของนายวิเชียร และนายวิวรรธน์ มีหมายเลขประจำตัวอยู่ทุกโพยในกลุ่ม16

นายพริษฐ์​ กล่าวต่อว่า 3.จังหวัดสงขลาพบว่า นายโสภณ มะโนมะยา สว.กลุ่ม 10 โอนเงินให้ 2 ผู้สมัคร สว. คือนายปรีชา วิเศษสินธุ์ และนายอำนาจ กิติโชติ รวม 1.5 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นการกู้ยืมเงิน ดังนั้นจะตรวจสอบในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ และ นายยะโก๊ป หีมละ สว. ที่โอนเงินจำนวน 60,000 บาทให้ผู้สมัคร สว. โดยอ้างว่าบริจาคให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ สำหรับยอดเงินที่สูงเช่นนี้ก็เป็นไปได้ว่าจะให้หัวคะแนนให้กระจายในสาย ซึ่งตนหวังว่า 2 สว.ดังกล่าวจะมีคำตอบที่ชัดเจน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 4.จังหวัดอำนาจเจริญพบการโอนเงินจากน.ส.ญาณี สีฟ้า ส.อบจ. กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ โดยก่อนที่จะเป็น สจ. พบว่าที่เป็นทีมงานของนางสุขสมรวย ไปยังนายสุรชัย ขันติยานนท์ พนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัย กกต. วงเงิน 860,000 บาท จำนวน 13 ครั้งช่วงเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 ซึ่งคาบเกี่ยวกับการเลือก สว. ฉะนั้น จึงขอสอบถามไปยัง กกต.ว่าได้สอบสวนนายสุรชัยและ น.ส.ญาณีหรือไม่ หากทำแล้วมีรายละเอียดอย่างไร การโอนเงินเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.หรือไม่ 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากกกต.ตอบว่าไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. นั้น แต่ทำไมหลังจากนั้นช่วงครึ่งปีหลังปี 2567 ไม่พบการโอนเงินจาก น.ส.ญาณีไปที่นายสุรชัยอีก เพราะพบ การโอนเงินแค่ช่วงเมษายนถึงกรกฎาคม ฉะนั้น จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเลือกสว.หรือไม่ หากเป็นการโอนเพื่อภารกิจอื่นก็ได้จะปรากฏการโอนในช่วงเดือนอื่นๆ ด้วย และอยากทราบสถานะผลการสอบสวนมีบทสรุปว่าใครผิดจากข้อเท็จจริงที่ปรากฎหรือไม่

“จากหลักฐานเส้นเงินที่เปิดออกมาในปัจจุบันและก่อนหน้านี้ กระจายใน 6 จังหวัด คือ ลำพูน หนองบัวลำภู สุราษฎร์ธานี นครพนม อำนาจเจริญ และสงขลา แม้ว่าจะเข้าถึงไม่ง่าย แต่พบว่ามีการทำเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงไปในจังหวัดต่างๆ ผมมองว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตที่กกต. ต้องส่งศาลให้พิจาณา” นายพริษฐ์ กล่าว

จากนั้นนาบพริาฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงหลักฐานการโยงเส้นเงินถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น  ประการแรกตนพบว่ามีบุคคลที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อำนาจเจริญ มีการโอนเงินให้กับพนักงานสอบสวนของ กกต. จำนวน 860,000 บาท ซึ่ง กกต. ควรชี้แจงทันทีว่าสอบสวนแล้ว และข้อเท็จจริงการโอนเงิน ดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เกี่ยวกับการเลือก สว. หรือไม่ เพราะพบหลักฐานการโอนเงินช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงการเลือก สว. พอดี แต่ไม่พบการโอนเงินในช่วงสิงหาคมถึงธันวาคม ปี 2567 เลย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ประการที่สอง ตนอยากให้มองหลักฐานแต่ละชิ้น ว่าเป็นจิ๊กซอว์หลายส่วนนำมาประกอบกัน เส้นทางการเงินยอดเงิน 860,000 บาท อาจไม่ใช่ผู้สมัคร สว. เป็นผู้โอน แต่เมื่อประกอบกับหลักฐานอื่น ใบสั่งและเส้นทางการเงินในจังหวัดอื่น เชื่อได้ว่ากระบวนการโกง สว. มีอยู่จริง ส่วนใครจะผิดหรือไม่เป็นเรื่องของศาล ซึ่ง กกต. หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ มีการกระทำความผิดต้องส่งเรื่องไปยังศาล ซึ่งยังไม่ได้ฟันธงว่าใครคนใดคนหนึ่งผิด แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กกต. มีหน้าที่ส่งเรื่องไปศาล 

ส่วนบทบาทหน้าที่ของนายสุรชัย เจ้าหน้าที่ กกต. ที่พบว่ารับเงินนั้น จากเอกสาร กกต. ปี 2567 ปรากฎชื่อเป็นพนักงานสอบสวนไต่สวนวินิจฉัยฝ่าย 7 ตนมีข้อสงสัยว่ามีอำนาจแค่ไหน รับผิดชอบอะไร เป็นหน้าที่ของ กกต. ชี้แจง ส่วนคนที่โอนเงินให้คือญาณี เป็น ส.อบจ. เขต 5 อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ตอนสมัครใช้โลโก้กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ และปรากฏภาพร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล อยู่หลายครั้ง 

เมื่อถามว่า กกต. ออกเอกสารข่าวว่าจะพิจารณาคดีฮั้ว สว. ภายในเดือนสิงหาคมนี้ มองว่ากระแสกดดันจากภายนอกมีผลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า  ตามกรอบกฎหมาย กกต. ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน การที่ให้คำมั่นว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคม ถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลา 90 วัน ที่จะครบในช่วงต้นเดือนกันยายน 

“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่จบอย่างไร สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น กกต. ตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้เรื่องไปไม่ถึงศาล แต่ที่กังวลในตอนนี้คือจะจบอย่างไร ผมเชื่อว่าความสนใจของประชาชนต่อหลักฐานที่ถูกนำเสนออย่างเป็นระบบ จะมีส่วนทำให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สั่งฟ้องเรื่องที่ศาล“ นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า หาก กกต. ไม่ตอบฝ่ายค้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับนายสุรชัยที่รับเงิน มีช่องทางเอาผิดได้หรือไม่  ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางไหน นายพริษฐ์ ถามกลับสื่อมวลชนว่าให้เวลากี่วันดี  ตนให้โอกาส กกต. 1-2  วัน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ มั่นใจว่าเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เชื่อว่า กกต. เข้าถึงได้เช่นกัน หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่าเรื่องถึงขั้นไหน หากยังไม่ได้สอบสวน ตนพร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.

เมื่อถามว่าข้อสรุปสำนวนของ กกต. อาจไม่ได้นำเรื่องเส้นเงินมาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้น้ำหนักของสำนวนเบาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า กกต. มีหน้าที่นำพยานหลักฐานทุกส่วน ทั้งโพยและเส้นเงินไปพิจารณา หากความปรากฏว่าไม่ได้นำไปพิจารณาต้องถามกลับว่ากกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

เมื่อถามว่าสว. ดำรงตำแหน่งมาถึงครึ่งทางแล้ว จะมีโอกาสไปยื่นให้เป็นโมฆะหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตอนนี้ต้องพิจารณาว่า กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หากส่งตามข้อเรียกร้อง หากคนที่ถูกส่งเรื่องไปยังศาลเป็น สว. จะมีกรอบกฎหมายเรื่องของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรมไม่ได้ถูกหรือถูกเตะถ่วง

ส่วนข้อกังวลว่าการเลือก สว.สมัยหน้า ถ้าไม่ปรับกลไกการเลือก สว. จะเกิดการฮั้วหนักขึ้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ควรเลือก สว. แบบนี้อีกในประเทศเราหรือประเทศไหนในโลก ซึ่งความเป็นไปได้ไม่ให้เกิดขึ้นคือการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากดำเนินการตามประชามติและมี สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เชื่อว่าจะไม่เห็นการเลือก สว. เช่นอีก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่กำหนดกติกาเช่น แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการชำระปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top