วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คุก2ปี‘เทพไท เสนพงศ์’
ทุจริตเลือกนายกอบจ.เมืองคอน
ตัดสิทธิ์การเมืองอีก10ปี
ได้ประกันสู้ชั้นอุทธรณ์
‘ปชป.’สั่งทีมกม.สอบ
หวั่นกระทบการเป็นสส.
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุก “เทพไท-มาโนช เสนพงศ์” คดีทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองคอนคนละ 2 ปี พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ก่อนศาลให้ประกันตัววางเงินคนละ 1.5 แสน เพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ ด้าน“จุรินทร์” เต้นสั่งทีมกฎหมายพรรค ตรวจสอบกระทบสถานภาพ “สส.เทพไท” หรือไม่ ขณะ “พท.” ปัดแตกคอ “ก้าวไกล” ปมแก้ไข รธน.ย้ำต่างมีจุดหมายเดียวกัน ต้องแก้ที่มา “สว.” ใหม่ “ม็อบปลดแอก” เข้ารายงานตัวแล้ว
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (อบจ.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่1และนายเทพไท เสนพงศ์ จำเลยที่2 ในคดีอาญา ฐานร่วมกันกระทำความผิดในการทุจริตการเลือกตั้ง นายกอบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี2557ตาม พรบ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 โดยวันนี้ นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีต นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เดินทางมาพร้อมทีมทนายความ ส่วนจำเลยทั้ง 2คน เดินทางมาพร้อมทีมทนายความและคนสนิท รวมทั้ง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาให้กำลังใจ ขณะรอฟังคำพิพากษา
ศาลจำคุก’เทพไท-น้องชาย’2ปี
หลังศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา ใช้เวลาประมาณ 30นาที ศาลพิเคราะห์ว่า จากการสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ว ศาลเชื่อในพยานหลักฐานของโจทก์และปราศจากข้อสงสัย เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง พยานฝ่ายจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองในสถานเบาจาก 3ปี ลดเหลือจำคุกคนละ2ปี โดยไม่รอลงอาญาและตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนละ10ปี หลังศาลอ่านคำพิพากษา นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีต นายก อบจ.นครศรีธรรมราช พร้อมทีมทนายความ เดินทางจากศาลทันที โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า”ผมขอขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรมตนในครั้งนี้ ผมพอใจในคำพิพากษามากครับ”
ขณะที่ นายเทพไทและนายมาโนช เซ็นรับทราบคำพิพากษา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลใส่กุญแจมือ แล้วเดินทางจากห้องบังลังก์ไปยังห้องควบคุมผู้ต้องขังด้านล่างศาลเพื่อรอการประกันตัวในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไป
ทุจริตลต.นายก อบจ.สู้นาน7ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีทุจริตเลือกตั้งที่ยาวนานเกือบ 7ปี หลังจาก นายพิชัย ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีโดยตรง ตัดสินใจยื่นฟ้องด้วยตัวเอง เนื่องจากคดีในกระบวนการปกติเสร็จสิ้นการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้ลงโทษจำเลยที่1คือ นายมาโนช ด้วยการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ กกต.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งดำเนินคดีอาญากับ นายมาโนชและนายเทพไท กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แต่พบว่ากระบวนการมีความล่าช้ากว่า 6ปี คดียังค้างอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่ได้มีการสั่งคดี กระทั่งนายพิชัย ยื่นฟ้องโดยตรง จนศาลรับพิจารณาและนำไปสู่การพิพากษาจำคุก นายเทพไทและนายมาโนชญ์ คนละ2ปีดังกล่าว
ศาลให้ประกันตัวคนละ1.5แสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ประกันตัวนายเทพไท และนายมาโนช เสนพงศ์ โดยใช้หลักทรัพย์คนละ150,000บาท ในระหว่างยื่นอุทธรณ์คดี ต่อมานายเทพไท และนายมาโนช ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช พิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ทั้ง 2ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกันคนละ 150,000บาท
‘เทพไท’ลั่นพร้อมสู้ชั้นอุทธรณ์
ต่อมานายเทพไท ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก หลังได้รับประกันตัว ว่า’ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกับผมและคุณมาโนช ในคดีความที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นคดีความที่เกิดจากมูลเหตุการแข่งขันทางการเมืองในระดับท้องถิ่น ที่มีการแข่งขันตามปกติ เมื่อเกิดคดีความฟ้องร้องกันก็ต้องต่อสู้ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป ผมเคารพในคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอยืนยันในความบริสุทธิ์ มั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด ผมจะขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมจะยื่นต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายเทพไท ได้รับประกันตัวในวงเงิน 2แสนบาท
‘จุรินทร์’สั่งทีมกม.ดูผลกระทบ
ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิพากษาจำคุก นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราชและนายมาโนช เสนพงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช คนละ2ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมตัดสิทธิเลือกตั้งคนละ10ปีว่า ตนให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคปชป.ไปพิจารณารายละเอียดของเรื่องดังกล่าวว่าเป็นอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่าจะมีผลต่อสถานภาพความเป็น สส.ของนายเทพไท หรือไม่ อย่างไร ขอให้รอฟังความเห็นจากคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคก่อน
‘วิษณุ’ชี้ได้ประกันไม่หลุดสส.
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีศาลนครศรีธรรมราชพิพากษาสั่งจำคุกนายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคปชป.และนายมาโนช เสนพงศ์ น้องชาย รายละ2ปี พร้อมตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10ปี ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนที่พิพากษาจำคุกแล้วไม่รอลงอาญานั้น ตนขอดูกฏหมายก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายวิษณุ ได้เปิดดูรัฐธรรมนูญ พร้อมอธิบายเปิดรัฐธรรมนูญมาตรา98 เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสส.ว่า ต้องเป็นผู้ที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล ซึ่งประเด็นนี้จะถือว่าหลุด แต่หากได้รับประกันก็จะไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ก็จะไม่พ้น หากเขายังไม่ถูกคุมขังโดยหมายศาล ก็ไม่เข้าเงื่อนไขนี้
‘พท.’ไม่ขวางก้าวไกลปมแก้รธน.
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 นายสมคิด เชื้อคง สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้านเผยว่า กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ มติดังกล่าวเป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ใช่เฉพาะพรรค พท.แม้ภายหลังพรรคก้าวไกลมีมติถอนชื่อออกไปก็ไม่ใช่ปัญหา พรรคร่วมฝ่ายค้านเคารพในมติพรรคก้าวไกล การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา256 เสมือนเปิดประตูบ้านไว้ก่อน เพื่อให้มีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะเอาอย่างไร หลังจากนั้นจึงไปเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะมีการเลือกตั้งกันมา เป็นการเปิดกว้างเอาไว้ เพื่อให้เดินไปตามแนวทางที่ทุกฝ่ายรับได้
ส่วนกรณีพรรคก้าวไกลจะเสนอแก้ไขมาตรา272 พรรค พท.ไม่มีปัญหา แต่ไปร่วมไม่ได้ เพราะพท.มีมติไปแล้ว จะกลับมติตัวเองไม่ได้ ไม่ได้ขัดขวางในการเสนอของพรรคก้าวไกลแต่อย่างไร ยืนยันว่าการเสนอญัตติของทั้ง 2พรรค ไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด
จี้สว.ต้องได้มาด้วยกติกาสากล
‘กรณีที่ สว.ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่แปลกใจกับกรทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ไม่เกินความคาดหมาย เพราะหวงอำนาจ อยากเตือนว่าสว.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับตัว สว.บางส่วนที่มาจากการลากตั้ง ส่วนใหญ่อยู่มานานเกิน 10ปี ไม่ยอมที่จะถอยออกมา ขออย่าเห็นแก่ตัวสังคมเปลี่ยนแล้ว สว.หลายคนเสวยสุขมานานแล้ว หากอยากเป็นอีกต้องยอมรับกติกาและถ้าดีจริงเชื่อว่าประชาชนจะเลือกกลับมาเป็นสว.อีกแน่นอน’นายสมคิด กล่าว
ม็อบปลดแอกรายงานตัวตำรวจ
วันเดียวกัน นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มดาวดินพร้อมกลุ่มเยาวชนปลดแอก เดินทางมาที่สน.สำราญราษฎร์เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในความผิดเกี่ยวกับ พรก.ฉุกเฉิน, พรบ.ควบคุมโรค,พรบ.รักษาความสะอาดและพรบ.จราจรในคดีร่วมกันชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่18ก.ค.ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำ แจ้งข้อหา ปล่อยตัวและนัดหมายนำตัวส่งฟ้องต่ออัยการ
มีรายงานข่าวว่าระหว่างผู้ชุมนุมเดินทางมามอบตัวที่สน.สำราญราษฎร์ มีการตั้งรั้วเหล็กกั้นพื้นที่และขอตรวจรายชื่อทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นโดยมีผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้นเข้าไปใน สน.เพื่อยืนรอ เมื่อแกนนำมากันจนครบได้ขึ้นไปรับทราบข้อกล่าวหาก่อนจะแยกย้ายกันกลับไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี