วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
4 มิ.ย.56 นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงและคดีลักลอบดักฟังโทรศัพท์ ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว Jakrapob Penkair ถึง "หน้ากากวี" จากภาพยนตร์ "V For Vendetta" ซึ่งกำลังฮิตในสังคมไทย ว่า เป็น "ศึกชิงเมือง" ซึ่งฝรั่งเลิกฮิตไปนานแล้ว พร้อมทั้งเล่าประวัติถึงที่มาที่ไปของ "หน้ากากวี" ว่า เป็นเรื่องของการประท้วงต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐในอังกฤษ ไม่ใช่ กลุ่มอำมาตย์ศักดินา ต่อสู้กับฝ่ายประชาธิปไตย อย่างที่ประเทศไทยกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้
นายจักรภพ ระบุว่า
June 4, 2013
ตอนนี้เหล่านักกีฬาสีเมืองไทยกำลังสนใจเรื่องหน้ากาก อาจจะเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งในการแข่งขันที่เรียกว่า ศึกชิงเมือง ครั้งเดียวกันนี้ก็ได้ ประกายความคิดที่นำมาสู่เรื่องหน้ากาก ความจริงเป็นเรื่องเก่าที่ฝรั่งเขาทำกันมาก่อนแล้วหลายปี จนเขาเลิกกันไปหมดแล้ว หน้ากากวี (V) จากนิยายภาพ (graphic novel) และภาพยนตร์ “V For Vendetta” เรื่องนี้เป็นเรื่องของการประท้วงต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐในอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องสมมติ แต่ก็มีเค้าจากแนวคิดทางการเมืองแบบเสรีนิยมซึ่งกลัวว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะลุกขึ้นมาอ้างนั่นอ้างนี่แล้วเข้าครอบครองประเทศอังกฤษโดยเด็ดขาด เรื่องหน้ากากวีจึงมีสาระอยู่ในตัวไม่น้อย ควรนำมาคุยกันให้กระจ่าง ไม่ว่าใครสีไหนจะนำมาใช้สื่อสารแนวคิดของตนเองก็ตาม
เล่าเกริ่นอีกสักนิดว่า ผมมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของหน้ากากวีตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมไม่เคยอ่านนิยายภาพของ อลัน มัวร์ ที่วาดเส้นโดย เดวิด ลอยด์ แต่ดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกันที่ผลิตออกฉายในปี พ.ศ.๒๕๔๘ โดยฝีมือของ เจมส์ แมคทีค ที่ฝึกฝีมือมากับภาพยนตร์ชุด The Matrix ทั้งสามภาค ดูแล้วรู้สึกติดใจ เพราะให้ความรู้สึกตื่นตัว อิ่มใจ และถวิลหาคล้ายๆ “สามทหารเสือ” “สี่ทหารเสือ” หรือ “ท่านเคาท์มอนเตคริสโต” แต่เป็นเรื่องราวสมัยใหม่ “V For Vendetta” มีรสชาติแบบปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งที่ฉากหลังเป็นอังกฤษ ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจและค้นคว้าเพิ่มเติม เกร็ดส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ เรื่องนี้คือ ผมมาดูหนังเรื่องนี้เอาในปี พ.ศ.๒๕๕๐ คือดูหนังที่เก่าสองปีแล้วในตอนนั้น และดูในช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิต นั่นคือกำลังร่วมอยู่ในขบวนประท้วงของฝ่ายประชาธิปไตยที่เคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการรัฐไทยที่ส่งลูกน้องชื่อคปค./คมช. ออกมาหลอกหลอนพลเมืองไทย เราย้ายที่อยู่กันทุกวันในช่วงนั้นเพื่อความปลอดภัย วันหนึ่งเราย้ายไปอยู่โรงแรมเล็กๆ แถวถนนรามคำแหง เผอิญที่โรงแรมมีบริหารให้เช่าหนังดีวีดีมาดูในห้องได้ ผมก็เลือกเช่าเรื่องนี้ โดยรู้คร่าวๆ ว่า เกี่ยวกับคนใส่หน้ากากแปลกๆ ออกมาทำงานรับใช้สังคมแบบนิรนาม ผมดูจนจบในคืนนั้นเอง ดูแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อ เพราะเราย้ายที่อยู่กันอีกในวันรุ่งขึ้น เมื่อผมมีเวลาในช่วงหลัง ผมจึงเอาหนังเรื่องนี้กลับมาดูซ้ำสองและเริ่มค้นคว้าทำความเข้าใจกับสิ่งที่ อลัน มัวร์ และ เจมส์ แมคทีค พยายามจะนำเสนอ เรื่องหน้ากากวีจึงเป็นเรื่องเก่าสำหรับตัวผม เมื่อเห็นคนเขาปัดฝุ่นนำมาใช้งานสื่อสารทางการเมืองกันใหม่ ก็นึกสนุกไปด้วย เพราะฝ่ายประชาธิปไตยอาศัยความตลกที่ฝ่ายอำมาตย์ศักดินาดันนำเรื่องนี้ไปใช้ เพื่อมาอธิบายความเข้าใจผิดของเขาได้มาก ผมเข้าใจว่าคนที่นำมาใช้อาจจะไม่รู้ว่า หน้ากากวีมีเอาไว้ต่อสู้กับระบอบอย่างอำมาตย์ศักดินาไทยนั่นแหละ ไม่ได้เอาไว้ใช้ต่อสู้กับฝ่ายประชาธิปไตยเลย เพราะหน้ากากวีคือการต่อสู้กับลัทธิรวมหมู่ เพื่อพิทักษ์รักษาสิทธิส่วนบุคคลอันล้ำค่าเอาไว้
อลัน มัวร์ เป็นนักเขียนการ์ตูนอังกฤษที่สนใจการเมือง เขากังวลใจว่ารัฐบาลอังกฤษของนางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ขณะนั้นจะกลายเป็นเผด็จการฝ่ายอนุรักษ์นิยมขึ้นมา คนอังกฤษจะเดือดร้อนมาก ต่อมาเมื่อมีแรงต่อต้านรัฐบาลแธตเชอร์หนักขึ้น โดยเฉพาะจากสหภาพแรงงานที่นำโดย อาเธอร์ สคาร์กิล มัวร์เริ่มเชื่อว่าพรรคอนุรักษ์นิยมคงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี พ.ศ.๒๕๒๕ (ปีฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี) และพรรคแรงงานที่นำโดย ไมเคิล ฟุต จะขึ้นมาบริหารประเทศแทน ซึ่งตัวเขาสนับสนุน แต่คนที่รักสิทธิส่วนบุคคลมากๆ อย่างเขาก็กลัวต่อไปอีกว่า นักอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายอย่างมัวร์จะเอาไม่อยู่และต้องพลาดท่าเสียทีให้กับลัทธิเผด็จการฟาสซิสต์ (Fascism) แบบ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ หรือ เบนิโต มุสโสลินี ที่อาจฉวยโอกาสยึดอำนาจในอังกฤษจากฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา เพื่อสถาปนารัฐอังกฤษที่พวกตนมีอำนาจอันเบ็ดเสร็จขึ้นมาแทนได้ ความกังวลอย่างนี้เองที่ทำให้มัวร์สร้างนิยายภาพเรื่องนี้ขึ้นมา และตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน วอริเออร์ แบบขาว-ดำ เขาคิดอะไรเรื่อยไปหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็มาลงตัวที่ว่า ตำรวจเก่าที่มีชื่อว่า กาย ฟอว์คส์ นี่ล่ะ ที่จะเป็นตัวแทนปราบปรามทุรชนที่เป็นเผด็จการฟาสซิสต์ในอังกฤษขณะนั้นอยู่ เขาให้ กาย ฟอว์คส์ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนสุดท้ายที่เหลือรอดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พยายามผลิตตำรวจที่เก่งกว่าแกร่งกว่าขึ้นมา แต่เหยื่อทดลอง ๔๘ คนเหลือเขาคนเดียว ที่รอดมา และถูกจับขังเอาไว้หลายปี เนื่องจากแนวคิดก้าวหน้าเกินไป ทั้งที่โดยสภาพร่างกายแล้วเขาก็กลายเป็นซูเปอร์แมนขึ้นมาตามเป้าหมายของการทดลองจริงๆ กายแข็งแรงเหนือมนุษย์ธรรมดา ความอดทนต่ออาวุธและการทรมานรูปแบบต่างๆ ก็มีอยู่ในตัว แถมยังเป็นเลิศด้านภาษาและวัฒนธรรม เขาเกิดความเคียดแค้นที่ถูกจำคุกไว้เสียนาน ทั้งที่เป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างกันในสังคมเท่านั้น เมื่อหนีออกมาสู่อิสรภาพได้ กาย ฟอว์คส์ ก็ประกาศตัวสู้กับระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จชนิดจัดเต็ม โดยใช้อาวุธระเบิดและกริชเป็นอาวุธเอกลักษณ์ ออกโรงไล่ล่าบุคคลสำคัญๆ ในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จที่ครองอังกฤษอยู่ในเวลานั้น รายละเอียดต่างๆ เล่าตอนนี้ก็จะยาวไป ท่านที่สนใจคงไปหาอ่านได้ใน ดีซี คอมิกส์ ซึ่งเป็นเป็นผู้พิมพ์รายใหม่ของมัวร์หลังจากที่นายทุนของ วอริเออร์ พับฐานไป กาย ฟอว์คส์ ผู้สวมหน้ากากวีในนิตยสารใหม่นี้ ออกมาเป็นการ์ตูนสีเสียด้วย เขาพิมพ์เป็นตอนๆ โดยแต่ละเรื่องจบในตอนเหมือนเราอ่านเรื่องสั้นหรือดูละครซิตคอม ใครไม่ชอบอ่านก็สามารถหาหนังมาดูได้ นักแสดงเรื่องนี้สุดยอดทุกคน โดยเฉพาะ นาตาลี พอร์ตแมน ที่ได้ออสการ์เมื่อสามปีก่อนจาก “Black Swan” แต่คนที่ผมชื่นชอบกลับเป็นนักแสดงประกอบมากฝีมืออย่าง จอห์น เฮิร์ต (ซึ่งเคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ในบทคนพิการที่รูปร่างหน้าตาบิดเบี้ยวเหมือนช้างในเรื่อง “The Elephant Man” โดยไม่ได้โชว์หน้าจริงของเขาเลยแม้แต่เฟรมเดียว) หรือนักแสดงจากละครเวทีอย่างสตีเฟน ฟราย และสตีเฟน รี
แต่มัวร์ก็ยอมรับในภายหลังว่า ความกลัวของเขาเกินขีดไปหน่อย อังกฤษเป็นประชาธิปไตยมากกว่าจะยอมให้ระบอบใดๆ มาครอบงำความคิด จิตใจ และค่านิยมทางสังคมอย่างเบ็ดเสร็จจนเหมือนซอมบี้ได้ ท้ายที่สุดถึงนางแธตเชอร์จะชนะเลือกตั้งสามครั้ง แต่นางก็สูญเสียอำนาจภายในพรรคอนุรักษ์นิยม ตัวนายกรัฐมนตรีก็เปลี่ยนมาเป็น จอห์น เมเจอร์ ที่แพ้เลือกตั้งให้กับ โทนี่ แบลร์ กอร์ดอน บราวน์ ที่ขึ้นมาแทนแบลร์ ก็แพ้เลือกตั้งให้กับ เดวิด คามารอน จนถึงปัจจุบัน แปลว่าระบบสองพรรคก็ยังสลับกันไปมาในอังกฤษเหมือนเมื่อสองร้อยปีที่แล้ว โดยไม่มีใครผูกขาดได้อย่างแท้จริง ส่วนขบวนการเผด็จการแนวเดียวกับฮิตเลอร์และมุสโสลินีก็ยังเป็นขบวนการขนาดเล็กที่มีผู้สนับสนุนไม่มาก ยังไม่สามารถผงาดขึ้นมาเป็นทางเลือกที่สามได้เลย ความกลัวของเขาจึงสงบระงับลงไป
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้กุนซือฝ่ายอำมาตย์ศักดินาเมืองไทยส่งลูกน้องมาเล่นสนุกกับหน้ากากวีในคราวนี้นั้น น่าจะเป็นเพราะเรื่องของรัฐตำรวจ (police state) ซึ่งผมว่าจะคุยต่อในวันพรุ่งนี้ เพราะต้องขอตัวไปคุยงานข้างนอกเสียแล้วครับ นอกจากรัฐตำรวจแล้ว ผมจะได้โยงเรื่องของหน้ากากวีมาถึงการเมืองไทยในขณะนี้ด้วย จะได้กระจ่างชัดกันไปเลยว่าไผเป็นไผ
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี