546.jpg
‘รุ้ง-ปนัสยา’ทำใจสั่งลา  เตรียมนอนคุก  ลุ้นพร้อมไมค์-ไผ่ ดาวดิน

‘รุ้ง-ปนัสยา’ทำใจสั่งลา เตรียมนอนคุก ลุ้นพร้อมไมค์-ไผ่ ดาวดิน

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

‘รุ้ง-ปนัสยา’ทำใจสั่งลา

เตรียมนอนคุก

ลุ้นพร้อมไมค์-ไผ่ ดาวดิน

อัยการนัดสั่งคดี17ก.พ.นี้

“รุ้ง-ปนัสยา”สั่งลาพวกพ้อง เตรียมใจเข้าเรือนจำตามรอย “กวิ้นและอานนท์” ในความผิดชุมนุมพ่วง ม.112 ที่อัยการจะชี้ขาดคดีในวันที่ 17 ก.พ.นี้ พร้อมเดินสายขอความเห็นใจหลายแห่ง “ไผ่” โผล่แจมช่วยพรรคพวก

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยกรณีพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 นัดสั่งฟ้องผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร คดีชุมนุม วันที่ 17 ก.พ. เวลา 10.00 น. ว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 18 คน เป็นคดีจากกรณีการชุมนุม “19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร” เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 ในจำนวนนี้มี 3 คน ที่โดนแจ้งข้อหาตาม ป.อาญา ม.112 คือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ผบ.ไมค์, นายจตุภัทร์บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และ น.ส.ปนัสยาสิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ส่วนผู้ต้องหาจะมาครบหรือไม่ ยังไม่มั่นใจ แต่ได้แจ้งผู้ต้องหาแล้ว เบื้องต้นได้รับยืนยันว่าจะมา


เมื่อถามว่าหากผู้ต้องหามาไม่ครบ มีโอกาสที่อัยการจะเลื่อนฟังคำสั่งหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากพนักงานสอบสวน ถ้าใครมารายงานตัวก่อนก็จะฟ้องก่อน คนอื่นอาจจะฟ้องในภายหลัง

เมื่อถามถึงการเตรียมยื่นร้องขอความเป็นธรรมและการยื่นประกันตัวนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ได้เตรียมยื่นร้องขอความเป็นธรรมขอให้อัยการสอบสวนพยานเพิ่มเติมก่อน โดยยังไม่ต้องฟ้อง และเตรียมหลักประกัน โดยมีทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ สส.พรรคก้าวไกล จะมาประกันตัว เนื่องจากมีผู้ต้องหาหลายคน คงไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ต้องหาที่อัยการนัดฟ้องส่งตัวต่อศาลอาญา ได้แก่ “น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง,นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ผบ.ไมค์”,นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง, “ชูเกียรติ แสงวงศ์หรือจัสติน, นายธนชัย เอื้อฤาชา,นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่,นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, นายสุวรรณา ตาลเหล็ก,นายภัทรพงศ์ น้อยผาง, นายณัทพัชอัคฮาด, นายณัฐชนน ไพโรจน์,นายธานี สะสม, นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ, นายสิทธิทัศน์จินดารัตน์, นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์หรือ ฟอร์ด, นายธนพ อัมพะวัต และ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ เดอะ บัททอม บลูส์

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ในคำร้องอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นาย อานนท์ นำภา, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร หลังถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมเพราะกลัวว่าจะหลบหนีหรือ อาจจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายหรือความเสียหายประการอื่นอีก

ด้าน “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองเตรียมใจไว้แล้วในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ อัยการจะพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องตนเองในคดีมาตรา 112 หรือไม่ เพราะมันเป็นคดีเดียวกับทั้ง 4 แกนนำ และคาดว่า เราจะต้องถูกนำตัวเข้าเรือนจำ และแม้ตนจะต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็คิดว่าไม่มีผลกระทบมากต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร เพราะเราก็เป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในกระบวนการนี้เพราะยังมีคนอื่นที่พร้อมจะออกมาต่อสู้ และยังมีมวลชนอีกมากมายที่แม้ไม่มีแกนนำเขาก็พร้อมที่จะออกมาต่อสู้

ทั้งนี้ คาดหวังว่าสถานการณ์การชุมนุมหลังจากนี้หากตนเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิด เราก็ได้มีการพูดคุยเพื่อวางแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ทำให้จากเดิมที่เราเตรียมจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาฯ ในวันนี้จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะมีแน่นอนซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

น.ส.ปนัสยา ยังได้กล่าวขอโทษต่อเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมวันที่ 13 ก.พ.โดยระบุว่า ทุกครั้งที่ผ่านมาก็จะมีกลุ่มที่ไม่ยึดแนวทางสันติวิธีเหมือนกับพวกเราและมวลชนอีกหลายกลุ่ม ซึ่งพวกเราก็พยายามจะจัดการเรื่องนี้ให้ได้มาโดยตลอด แต่ในวันนั้นยอมรับว่าเราควบคุมไม่ได้อันนี้เรายอมรับผิดจริงๆ เราควบคุมตรงนี้ไม่ได้ผิดที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของหลายๆ คน ซึ่งต้องขอโทษที่เราควบคุมไม่ได้ แต่หลังจากนี้ทุกอย่างจะรัดกุมและครอบคลุมขึ้น เราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก เรายังยืนยันว่าเรายังคงยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีและจะยึดมั่นต่อไป

เมื่อถามว่า หากต้องเข้าเรือนจำ แล้วการชุมนุมวันที่ 20 ก.พ.ที่นัดหมายไว้ว่าหากครบกำหนด 7 วัน ไม่มีการปล่อยตัว 4 แกนนำ จะมีการชุมนุมอีกครั้งจะมีแนวทางอย่างไร น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ยังคงต้องมีการชุมนุมเพราะนัดหมายไว้แล้ว ส่วนรูปแบบและการเคลื่อนไหวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ตอนนี้ก็มีการพูดคุยถกเถียงเรื่องการปรับกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ต่างๆขอยังไม่พูด เพราะส่วนตัวยังไม่ทราบว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของคนที่ยังอยู่จะพาขบวนการไปสู่เป้าหมายให้ได้ ซึ่งขอโอกาสเชื่อมั่นในตัวเราว่าเราจะทำอย่างดีที่สุดอย่างแน่นอน

น.ส.ปนัสยา ยังเดินทางไป ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้กระบวนยุติธรรมมีความเป็นกลางในการพิจารณาและดำเนินคดี รวมทั้งขอเรียกร้องให้มีการอนุญาตประกันตัว 4 ผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 อาทิ ที่ศาลรัฐธรรมนูญกระทรวงยุติธรรม ศาลอาญารัชดา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี

เช้าวันเดียวกัน ที่สวนสุรนารี(สวนรักษ์) ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีกลุ่มคณะราษฎรกว่า 30 คนรวมตัวกันพร้อมมีการจัดรถสำหรับบันทึกเหตุการณ์การทำกิจกรรม มีการเขียนป้ายขนาดใหญ่เดินทะลุฟ้า 247.5 Km โคราช-กรุงเทพ โดยการนำของ 3 แกนนำคนสำคัญ ประกอบด้วย “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ ในฐานะ
ตัวแทนราษฎร และ นิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทน People GO Network

“ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า เราจะเดินตามเป้าหมาย 247.5 กม. เฉลี่ยจะเดินวันละ 16 กิโลเมตร และหยุดพัก ระหว่างทางก็จะนั่งประทานอาหาร โดยจะไปถึงกรุงเทพฯวันที่ 2 มีนาคม 2564 โดยระหว่างทางจะมีการพูดคุยพบปะกับเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งพี่น้องประชาชน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็อยากให้ประเด็นการเมืองเริ่มจากภูมิภาคเข้าไปหาส่วนกลาง และอยากให้ประเด็นปัญหาต่างๆจากภูมิภาคเข้าไปสู่ส่วนกลาง การเดินครั้งนี้ก็เพื่อให้ปล่อยเพื่อนของเรา เพราะการเดินครั้งนี้มาจากเพื่อเราโดนจับ ซึ่งเขาบังคับให้เราสู้ ฉะนั้นการเดินก็คือการต่อสู้ การเดินมันคือการปล่อยเพื่อนเรา การเดินให้ปล่อยเพื่อนเราและต้องไม่จับเพิ่ม และเพื่อเป็นการกดดัน คอนเซ็ปต์คือ ปล่อยเพื่อนเรา ไม่จับเพิ่ม

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊คของ“นายอานนท์ นำภา”แกนนำม็อบโพสต์ข้อความ มีเนื้อหาดังนี้...

จดหมายจากเพื่อน คุกกักขังและพรากเสรีภาพไปจากเรา แต่ไม่สามารถพรากความคิดฝันถึงบ้านเมืองที่มีเสรีภาพมีความเท่าเทียม คุกอาจขังหนึ่งเม็ดฝนได้ แต่ไม่อาจขังพายุที่กำลังก่อตัวได้ พวกเราเชื่อมั่นในเพื่อนๆ ทุกคนว่าการขังพวกเราจะเป็นส่วนหนึ่งของใบเสร็จแห่งความอยุติธรรม และเป็นเชื้อไฟให้เราลุกขึ้นสู้ร่วมกันอีกครั้ง ความยากลำบากในคุกคงยากที่จะบรรยาย แต่คงเทียบไม่ได้กับความยากลำบากในการต่อสู้ของคนข้างนอก

พวกเราข้างใน หวังว่าเพื่อนๆ จะมีพลังใจในการต่อสู้และเราขอให้สัญญาว่าจะรักษาพลังใจให้เข้มแข็งเพื่อออกไปสู้ร่วมกันอีกครั้ง “ให้มันจบที่รุ่นเรา” พริษฐ์ ชิวารักษ์ อานนท์ นำภา ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม สมยศ พฤกษาเกษมสุข 16 กุมภาพันธ์ 2564เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แดน 2 ห้อง 7

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top