31 มีนาคม 2564 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า.....วันนี้ที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 13 นาฬิกา ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนในฐานะกมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรต้องตรวจสอบทุกดุลอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญว่าศาลได้ทำหน้าที่อย่างอิสระหรือไม่ ตนจึงได้เสนอเรื่องนี้ต่อ กมธ.กฎหมาย เพื่อให้ กมธ.เชิญผู้พิพากษา ประธานศาลฎีกาหรือตัวแทนมาชี้แจงต่อ กมธ.ต่อไป (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:'โรม'เล่นใหญ่จ่อเชิญ ’ประธานศาลฎีกา’ แจงปมไม่ให้ประกันตัวแกนนำ 3 นิ้ว)
.....ใคร่ขอให้นายรังสิมันต์ โรม อ่านบทบัญญัตของรัฐธรรมนูญ พรบ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการฯ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะได้รู้ว่ากรรมาธิการมีอำนาจเรียกผู้พิพากษาหรือประธานศาลฎีกา มาชี้แจงต่อกรรมาธิการหรือไม่
.....ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ควรไปถามท่านประธานรัฐสภาชวน หลีกภัย ท่านเป็นเนติบัณฑิตไทยสมัยที่ 17 เป็น ส.ส. มาตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปัจจุบัน เป็นประธานสภา 2 สมัยแล้ว คงจะบอกได้ว่า ส.ส. มีอำนาจก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของศาลหรือผู้พิพากษาหรือไม่
.....รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
.....มาตรา 3 อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
.....มาตรา 188 การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอํานาจของศาล ซึ่งต้องดําเนินการให้เป็นไป ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
.....ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง
.....พระราชบัญญัติ คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554
.....มาตรา 5 คณะกรรมาธิการมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้
.....คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ ในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดีหรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล ฯลฯ
.....ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562
.....หมวด 5 กรรมาธิการ
.....ข้อ 97 การเรียกเอกสารจากบุคคลใด ๆ หรือเรียกบุคคลใด ๆ มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่ ให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือช่ือประธานคณะกรรมาธิการหรือรองประธานคณะกรรมาธิการผู้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนประธานคณะกรรมาธิการ
.....การเรียกเอกสารจากบุคคลหรือการเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับ แก่ผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อานาจในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี หรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล ฯลฯ
ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก Chuchart Srisaeng
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี