วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564
ม็อบ‘จตุพร’มาตามนัด
รุมถล่ม‘บิ๊กตู่’
ปราศรัยใหญ่-จี้ลาออก
‘เสื้อแดง’เมินร่วมชุมนุม
เตือนหยุดทำร้ายประเทศ
ตร.ใช้กำลังคุมแค่3กองร้อย
งัดพรก.ฉุกเฉินห้ามทำผิด
ม็อบ“จตุพร”ไล่“บิ๊กตู่” มาตามนัด แต่“กลุ่มเสื้อแดง” เมิน ทั้งเปิดแถลงยำใหญ่หลายจังหวัด ให้หยุดทำร้ายประเทศไทย ด้านตำรวจจัดกำลังแค่ 3 กองร้อยดูแลห่างๆ พร้อมงัดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำราบอย่าทำป่วน
เมื่อวันที่ 4เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น.เปิดเผยถึงมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ที่นัดจัดขึ้นในเย็นวันเดียวกัน ที่บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชน พฤษภา 35 เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมดังกล่าว ว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มี พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 และตำรวจ สน.ชนะสงคราม จัดกำลังดูแล โดยเน้นตั้งจุดตรวจค้นโดยรอบพื้นที่ชุมนุม ซึ่งคาดว่าจะเตรียมกำลังเพียงพอสำหรับการชุมนุมในวันนี้
ม็อบขอใช้พื้นที่แต่ไร้คำตอบ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า เรื่องการแจ้งการชุมนุมของนายจตุพร ได้มีการแจ้งขอใช้สถานที่เท่านั้น โดยขอกับสำนักสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการว่าอนุญาตให้ใช้ได้หรือไม่ ทางกลุ่มญาติวีรชนได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม.เช่นเดียวกันว่าจะอนุญาตให้ชุมนุมหรือไม่ สำหรับเรื่องการชุมนุมปักหลักค้างแรมของกลุ่มนายจตุพร โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครเป็นหลักในการอนุญาตให้ใช้หรือให้พักค้างแรมหรือไม่ เนื่องจากตำรวจมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรวมเป็นหลัก และจะต้องประสานงานกับกรุงเทพมหานครว่าจะตอบรับอย่างไร สำหรับพื้นที่หวงห้ามนั้น เน้นที่สถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐ และพื้นที่โบราณสถาน โบราณวัตถุ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของคนไทย โดยวัตถุประสงค์ของการชุมนุมในวันนี้จะเป็นการประชุมเชิงเสวนา เชิงวิชาการโดยจะเริ่มช่วง 16.00 น. คาดว่าจะยุติประมาณ 20.00 น.-21.00 น.และจะตั้งจุดตรวจค้นอาวุธพื้นที่โดยรอบการชุมนุมเพื่อป้องกันไม่ให้นำอาวุธเข้ามาก่อเหตุ
‘แรมโบ้’เตือนอย่าเข้าร่วมชุมนุม
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวขอร้องไปยังประชาชนที่จะร่วมการชุมนุมกับนายจตุพร ว่าขอกรุณาได้คิดทบทวนอีกครั้ง ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติ บ้านเมือง และประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากการชุมนุม อีกทั้งยังเกรงว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นการรวมคนหมู่มากนั้นอาจส่งผลให้เกิดการระบาดเชื้อโควิด-19 ได้อีก
นอกจากนี้ตนเองยังขอให้ประชาชนที่จะร่วมเคลื่อนไหวอย่าหลงเชื่อ หรือตกเป็นเครื่องมือของนายจตุพรและพวกเพราะตนมั่นใจว่าการเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยโดยแท้จริง แต่เป็นเพียงการออกมาหาผลประโยชน์ส่วนตัวและทำตามใบสั่งของคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง หวังทำลายบ้านเมืองให้เกิดกลียุคเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังขอให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนปี 2553 ที่นายจตุพรกับพวกแกนนำ ออกมานำม็อบ สร้างความรุนแรง จนทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ในฐานะตนเคยร่วมชุมนุมด้วยกันมาจึงรู้สันดานของแกนนำเหล่านี้ดีว่าไม่มีจุดยืนอุดมการณ์อะไรเลยทำเพื่อตนเองและทำตามใบสั่งเท่านั้นบ้านเมืองจะฉิบหายพังพินาศย่อยยับเพียงใดไม่สนใจขอเพียงมีแค่ผลประโยชน์ตอบแทนที่ให้มา น่าอับอายที่สุด
“ขอร้องไปยังประชาชนอย่าตกหลุมพลางของนายจตุพร ที่ประกาศการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เพราะอาจต้องการหลอกให้ประชาชนออกมาต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของนายจตุพรเองและการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจนำไปสู่ความรุนแรงอีกได้ เพราะแกนนำจะพาผู้ชุมนุมไปทำผิดกฎหมายแต่แกนนำกับสุขสบายได้รับผลตอบแทนมหาศาลเหมือนอดีตที่ตนเองรู้ดีที่สุด
ห่วงถกโยงเรื่องการจาบจ้วง
ขณะเดียวกันตนเองยังมั่นใจว่าอาจถูกนำไปผสมโรงกับการเคลื่อนไหวกับกลุ่มที่ จาบจ้วง ก้าวล่วง ล้มล้างสถาบันได้ ดังนั้นจึงอยากขอให้พี่น้องประชาชนที่กำลังจะเข้าร่วมการชุมนุมคิดทบทวนให้ดี ซึ่งหากวันนี้มีคนไม่เข้าร่วมชุมนุม หรือมีชุมนุมคนน้อย นายจตุพรก็จะพิจารณาตัวเองไม่เคลื่อนไหวอีกต่อ ถ้ามวลประชาชนต้องการพิสูจน์ให้นายจตุพร พิจารณาตัวเองและไม่สร้างความวุ่นวายอีกต่อไป ไม่ควรไปร่วมชุมนุม เพราะอาจถูกชักนำให้ไปทำผิดกฎหมายได้ ดังเช่นในอดีต แกนนำสู้แล้วเอาตัวรอดไม่เคยเหลียวแลห่วงใยมวลชนเลยสักนิด จนทำให้อดีตคนเสื้อแดง รู้พฤติกรรมนายจตุพรและพวกเป็นอย่างดี ตนเองรู้ดีว่านายจตุพรเป็นนักเคลื่อนไหวรับจ๊อบไม่ได้มีจุดยืนอุดมการณ์อะไรเลย ทำตามใบสั่งทุกอย่างหาจุดยืนเพื่อประโยชน์ประชาชนประเทศชาติไม่มีในตัวนายจตุพรอย่างแน่นอน” นายเสกสกล กล่าว
แดงภาคกลางไม่ร่วมชุมนุมด้วย
ที่ศูนย์ประสานงานซอย วิภาวดี64 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ศูนย์ประสานงานภาคกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงกรุงเทพ และประธานภาคกลาง ว่าที่ร.ต.บรรณพต คงเทียน อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงสมุทรปราการ ร่วมกันแถลงการณ์เกี่ยวกับการจัดม็อบชุมนุมคนเสื้อแดงของนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช.เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
น ายไวทิต กล่าวว่า ทางคณะทำงานศูนย์ประสานงานอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงกรุงเทพฯและภาคกลาง ได้ลงมติกันแล้ว หลังจากที่เมื่อวานพวกเราได้ประชุมทางไลน์ กับทางประธานแต่ละจังหวัดทั้งกรุงเทพฯ และ เขตปริมณฑล เพื่อแสดงจุดยืนของ “คนเสื้อแดง” และ “อดีตสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดง” ว่า เราจะไม่ไปร่วมกิจกรรมในวันนี้ คือ 4/4/2564 อย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อและยืนยันเสมอว่า วันนี้คนเสื้อแดงในอดีตที่ผ่านมาถูกหลอกมาให้มาทำการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงสู้เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้นเอง
ไม่อยากตกเป็นเครื่องมือ
นอกจากนี้ เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มาจากการเลือกตั้ง ตามที่พวกเราเคยเรียกร้องขอมาว่า คืนอำนาจให้กับประชาชนแล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ทำตามคำพูดที่พวกเราเรียกร้องขอ พวกเราจึงได้ยุติบทบาทการเรียกร้อง จนประเทศไทยมาเจอวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้แก้ไขวิกฤตนี้ พาประเทศไทยสู้กับเหตุการณ์ต่าง ๆ จนนานาประเทศยอมรับว่าประเทศไทยป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดไวรัสโควิด-19 ระบาดได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
นายไวทิต กล่าวอีกว่า ตนขอเป็นตัวแทนคนเสื้อแดง และ “อดีตหมู่บ้านเสื้อแดง” ยืนยันว่า วันนี้ 4 เมษายน 2564 จะไม่ไปร่วมม็อบชุมนุมกับ นายจตุพร อย่างเด็ดขาด เพราะไม่อยากให้ภาพในอดีตที่เลวร้ายกลับมาอีก โดยเฉพาะหลาย ๆ ครอบครัวที่พากันตกงาน ยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัยและทำกินเพราะมัวแต่ไปชุมนุมเรียกร้องเป็นเครื่องมือให้กับแกนนำ สุดท้าย แกนนำสู้แล้วรวย ส่วนมวลชน สู้แล้วจน
เสื้อแดงภาคใต้ก็ไม่สนตุ๊ดตู่
ที่หมู่บ้านทุ่งปะ ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชนายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ และ ผู้นำทางศาสนาอิสลาม ยะผาด สัมฤทธิ์ โต๊ะอีหม่ำ พร้อมด้วยตัวแทนคนเสื้อแดงภาคใต้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วย กรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติออกมาเรียกร้องให้มวลชนคนเสื้อแดงออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดอยากฝากไปถึง นายจตุพร ให้หยุดสร้างความแตกแยกของคนในประเทศเสียที เพราะยุคสมัยนี้มวลชนเริ่มตาสว่างกันแล้วไม่ต้องการให้ใครมาชี้นำและขอให้หยุดทำร้ายประเทศไทยได้แล้ว ประเทศบอบช้ำมามากพอแล้วเราควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อสร้างความรักความสามัคคีร่วมกันในการพัฒนาประเทศไทยดีกว่า
“วันนี้ประชาชนคนไทยต้องออกมารัก ชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ อย่าให้พวกหวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้มาครองเมือง ถ้าวันนี้ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี ในอนาคตต่อไปนี้ก็จะไม่เพียงแค่แก้ มาตรา 112 แต่ต้องการแก้ไขระบอบการปกครองของประเทศไทย แล้วจ้องจะล้มล้างสถาบันมหากษัตริย์ กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ 14 จังหวัด ขอยืนยันว่า วันที่ 4 เมษายน 2564 จะไม่ไปร่วมกิจกรรมกับนายจตุพร อย่างเด็ดขาด” นายทวี กล่าว
ม็อบมาตามนัดตั้งเวทีติดเครื่องเสียง
ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะจัดการชุมนุมของกลุ่มนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ได้เริ่มมาตั้งเวทีปราศรัย และจัดเรียงเก้าอี้ไม่ต่ำกว่า 600 ตัว และติดตั้งระบบเครื่องเสียง จอแอลอีดี ตั้งแต่ช่วงเวลา 13.00 น. เพื่อถ่ายทอดการปราศรัยให้กับมวลชนที่จะเดินทางมาร่วมรับฟังแล้ว และมีมวลชนคนเสื้อแดงทยอยกันเริ่มมาร่วมชุมนุม โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย”
ด้านนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก หนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช. ได้เดินทางมาจัดเตรียมสถานที่ด้วยตนเอง กล่าวว่า ขณะนี้สถานที่พร้อมแล้ว และจะต้องให้มวลชนได้รับฟังอย่างทั่วถึง ซึ่งการจัดเวทีในวันนี้ จะเป็นการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น และมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่แตะต้องเรื่องสถาบัน หากพบว่า มีมวลชนมาของกลุ่มแนวร่วมน้องๆจากกลุ่มอื่นๆที่มาร่วมกิจการมแสดงสัญลักษณ์ ถึง ม.112 ก็จะต้องเข้าไปห้ามปราม ทำความเข้าใจ เพราะถือเป็นสิ่งที่ผู้จัดการชุมนุมเป็นห่วง และได้ทำความเข้าใจกับกลุ่มที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมไว้แล้วถึงจุดยืนของการชุมนุม รวมถึงเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
“การดูแลความปลอดภัยมวลชนได้ประสานงานกับตำรวจให้เข้ามาช่วยดูแล และหากพบว่ามีใครจะเข้ามาป่วนก็จะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น และไม่ได้กังวลเรื่องใดมากเพราะเป็นม็อบผู้ใหญ่ แต่ก็ได้ทำความเข้าใจกับเด็กๆ ที่จะไม่ร่วมชุมนุมในจุดยืนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนกันแล้ว”
ฝนกระหน่ำบริเวณงาน
ขณะที่การดูแลความสงบเรียบร้อยในวันนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 3 กองร้อย เพื่อมาสลับหมุนเวียนดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งมาตั้งจุดคัดกรอง บริเวณเลยปากทางเข้าถนนข้าวสาร หน้าร้าน rocco ฝั่งตรงข้ามวัดชนะสงคราม แล้ว เพื่อคัดกรองรถ และบุคคลที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม ให้เกิดความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาบริเวณสถานที่จัดการชุมนุม ทำให้ผู้จัดงานต้องหลบฝนและเตรียมผ้ามาเช็ดเก้าอี้และบริเวณเวที เพื่อรอเริ่มงานในเวลา 16.00 น.
ผู้ชุมนุมทะยอยเข้าจองที่นั่ง
การชุมนุมหนนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,00-1500 คน โดยแกนนำประกาศบนเวที
ว่าการชุมนุมแบบอารยะขัดขืนจะไม่มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ในการขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์
ต่อมาในเวลา16.00น. นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช.อุ่นเครื่องปราศรัยเรียกผู้ชุมนุม และบอกว่าจะกลับมาปราศรัยอีกเป็นคนสุดท้าย
ทั้งยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวจะนำไปสู่การชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ ว่า เราจะเน้นการทำความเข้าใจ ไม่รีบเร่ง เพราะเรามีบทเรียนมามากมาย ดังนั้นเราจะทำความเข้าใจจนเป็นฉันทามติร่วมกันว่าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกไป ไม่สามารถบริหารประเทศได้อีกต่อไป และเมื่อเราเห็นพ้องต้องกันก็จะตัดสินใจอีกครั้ง และไม่ได้ขีดเส้นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องออกไปตอนไหน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องโชคชะตา
ตำรวจอ่านประกาศพรก.ฉุกเฉิน
ขณะเดียวกันพ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้เข้ามาอ่านประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 5 ) ประกาศ วันที่ 5 มีนาคม 2564 จึงขอให้การทำกิจกรรมในวันนี้ยึดถือประกาศดังกล่าว และหากการกระทำใดที่ล่วงละเมิดกฎหมาย อาจถูกดำเนินคดีในภายหลังได้ จึงขอให้นายจตุพร ควบคุมผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยนายจตุพร กล่าวว่า จะระมัดระวังในการจัดกิจกรรม ซึ่งการจัดตรงนี้ ไม่ได้อยู่บนท้องถนน เพราะต้องการหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายทุกอย่าง ซึ่งวันนี้จะเป็นเหตุเป็นผลทุกเรื่องราว อย่างไรก็ตามบริเวณทางเข้างานมีสเปรย์ แจกหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโควิดด้วย
ศาลไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว“โตโต้”
เวลา 14.30น.ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านคำสั่งผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำการ์ดอาสา We Volunteer และผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 จากการเผยแพร่ภาพป้ายข้อความ #วัคซีนหาซีนให้วัง ในเขต อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หลังจากวานนี้ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวปิยรัฐ และทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในช่วงเช้าวันนี้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ระบุว่า “พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงได้จากการไต่สวนคำร้องฝากขังว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี แต่ผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องและต่อเนื่องกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ และหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว อาจไปกระทำการเช่นเดิมอีก อันเป็นการก่อเหตุอันตรายประการอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (3) ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน จึงให้ยกคำร้อง
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น.เริ่มขานชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงตามลำดับตัวอักษร เพื่อลงมติในญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรม
ส.ว.ชักแถวโหวตคว่ำร่าง"พปชร." ด้าน"ภท."แทงกั๊กงดออกเสียงบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ขณะที่"เพื่อไทย"ตบเท้ารับทั้ง 13 ร่าง ส่วน&q
"ชัยชนะ' แนะ 'สมาชิกรัฐสภา' คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาธิปไตยในการลงมติร่างแก้ไข รธน. ชี้อย่าคิดเพียงแค่ผลประโยชน์ส่วนตัวแค่ชั
รัฐสภาโหวตรื้อรธน.13ร่าง สว.หัก‘พปชร.
"ตุ๊ดตู่"สั่งม็อบแยกย้าย อ้างมีมือที่สามหวังป่วน นัดรอบหน้า 26 มิ.ย.ผ่านฟ้าที่เดิม ลั่นต้องสู้ใช้สมอง ปิดเกมไล่"บิ๊กตู่"3เดือน
สารพัดม็อบมาตามนัดทำกิจกรรมหลายพื้นที่ ก่อนรวมตัวข้างทำเนียบ ขับไล่รัฐบาลบิ๊กตู่ ในขณะที่ทนายนกเขาประกาศชุมนุมค้างคืนจนกว่าชนะ ด้
24 มิ.ย.64 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน มวลชนกลุ่มราษฏร ได้ทยอยเดินทางมารวมตัวเพื่อจัดกิจกรรมชุมนุมระลึกถึงวันชาติ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น
24 มิ.ย.64 เมื่อเวลา 16.00 น.ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี