วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2564
“หมอวรงค์” แกนนำพรรค “ไทยภักดี” ผุดแคมเปญ “หยุดเชื้อ อยู่บ้านขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบ หยุดรื้อรัฐธรรมนูญ”พร้อมปลุกถามคนไทย 5 ข้อ “ระบอบการเมือง” แบบนี้ จะเอาหรือ?
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ที่พรรคไทยภักดี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรมรักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดีได้ไลฟ์สดพร้อมออกแถลงการณ์ภายใต้ แคมเปญ”หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบ หยุดรื้อรัฐธรรมนูญ” โดยมีเนื้อหารับุว่า ปัจจุบันได้เกิดระบอบการเมือง มีการให้ร้าย สร้างความเกลียดชัง ปล่อยเฟคนิวส์ เพื่อให้เกิดการหลงเชื่อในข้อมูลผิดๆ จนประชาชนและสังคมโซเชียลได้ผลิตคำว่า”สามกีบ”ขึ้นมา และมีการใช้คำคำนี้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ การเมืองระบอบสามกีบ มีลักษณะ ดังนี้
1.การทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าสามารถทำลายสถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนได้ เขาจะครอบครองทุกอย่างในประเทศไทยได้ แม้แต่รัฐบาล 2.รื้อรัฐธรรมนูญ 2560 ให้เกิดสภาเดี่ยว ไม่ต้องการ สว.เพราะ สว.สรรหาจากกลุ่มอาชีพ จะยากแก่การควบคุม ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่งตั้งโดยสภาฯ โดยอ้างคำที่สวยหรูว่า ยึดโยงต่อประชาชน แต่หวังให้ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการวิ่งเต้นผ่านพรรคการเมือง และท้ายที่สุด ก็เป็นคนของพรรคการเมือง 3.มุ่งแบ่งแยกประชาชน โดยพุ่งเป้าไปที่เยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้หลงคล้อยตาม และสร้างกระแสด้อยค่าคนรุ่นอื่น โจมตีว่าเป็นคนเฒ่า เต่าล้านปี ให้รู้สึกไม่มีคุณค่า เพราะคนรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ และรู้เท่าทันระบอบสามกีบ
4.สร้างความรู้สึกชังชาติ ชังแผ่นดินเกิด กะลาแลนด์ ด้อยค่าประวัติศาสตร์ชาติ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีไทย ให้หลงคล้อยตามตะวันตก โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย (จอมปลอม) มาหลอกชี้นำ และ5.ขายชาติและชักศึกเข้าบ้าน สมคบกับสถานทูต และองค์กรNGO เพื่อมาทำลายและสร้างความขัดแย้งในประเทศไทย ปั่นหัวอาจารย์ นิสิตนักศึกษา หรือดึงตัวแทนทูตมาสังเกตการณ์เข้าลักษณะ “ชักศึกเข้าบ้าน” รวมทั้งมีการสมคบคิด และรายงานสถานการณ์ เข้าข่าย “ขายชาติ”
“สิ่งเหล่านี้คือระบอบสามกีบ ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน พวกเราคนไทย จะยอมให้มีระบอบการเมืองแบบนี้ในประเทศหรือ” นพ.วรงค์ ย้ำ
รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ระบอบสามกีบ ก็กำลังดำเนินการรื้อรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็มีนักการเมือง ที่มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตนผสมโรงฉวยโอกาสนี้รื้อรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา โดยไม่มีประโยชน์ของประชาชนแม้แต่น้อย เช่นการรื้อเพื่อให้ ส.ส.แปรญัตติงบประมาณ หรือให้ ส.ส.ไปวุ่นวายกับระบบราชการได้ ที่สำคัญที่สุด คือ การรื้อระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียว สู่บัตรสองใบ
ระบบบัตรใบเดียว ออกแบบคัดกรองคนได้สอดคล้องกับสภาพการเมืองไทย เพราะทุกคะแนนจะมีความหมาย ไม่ใช่คะแนนแพ้ตัดทิ้ง ประชาชนจะมีอำนาจมาก ในการลงโทษพรรคการเมือง จะทำลายระบบมุ้งการเมือง นายทุนพรรค นักเลือกตั้ง ตระกูลอิทธิพลประจำจังหวัด ที่สำคัญระบบนี้ ประชาชนจะเลือกได้ทั้ง ส.ส.และนายกรัฐมนตรีในคราวเดียวกัน
“ระบบบัตรสองใบ ในระยะยาว เท่ากับ เป็นการแก้เพื่อเอื้อให้ระบอบทักษิณ กลับเข้ามาครอบงำประเทศผ่านการเลือกตั้ง สภาจะเต็มไปด้วยนายทุนและ กลุ่มอิทธิพลจังหวัด ที่สำคัญคือประชาชนจะเลือกได้แค่ ส.ส.และส.ส.จะไปเลือกนายกตามที่นายทุนสั่ง ในอนาคตจะเกิดระบบ นายกนอมินินีหุ่นเชิดตามคำสั่ง เหมือนสมัย นายสมัคร นายสมชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และประเทศจะถูกครอบงำจากทุนสามานย์เหมือนเดิม”
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าวทิ้งท้ายฝากด้วยว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญจึงต้องฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คิดให้รอบคอบ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าประชาชนอึดอัดกับระบอบสามกีบ และค้านการรื้อรัฐธรรมนูญ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมลงชื่อ ผ่านแคมเปญ”หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ขอล้านชื่อ ไล่ระบอบสามกีบ หยุดรื้อรัฐธรรมนูญ”
“วัชระ”โวยผู้มีอำนาจในสภารีบสั่งเก็บเก้าอี้ร้านค้า ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ สร้างความเดือดร้อนปชช.-ขรก.ไม่มีที่นั่งกินข้าว พร้อมร้องเปิดไทม์ไลน์รองเลขาสภาฯ-คนงานติดโควิด-19 อย่างโปร่งใส
วันที่ 30 เมษายน 2564 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า การนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคนหนึ
“แรมโบ้” วอน “ฝ่ายค้าน” หยุดโหนกระแส เลิกโจมตีนายกฯ-หยุดตีกินการเมือง วิกฤตโควิด ประชาชนไม่เอาด้วย
วันที่ 30 เมษายน 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว7แกนนำกลุ่มราษฎรในคดีการชุมนุมทางกา
29 เมษายน 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ"ปล่อยเพื่อนเรา - ผู้พิพากษาอาจกำลังละเมิดกฎหมายเสียเอง" โดยระบุว่
เพจธรรมศาสตร์และการชุมนุมโหมข่าว “เพนกวิน” ทรุดหนัก ขณะที่มารดาวอนขอลงโทษประหาร จะได้ไม่ทรมาน ด้านกรมราชทัณฑ์ เปิดแถลงข่าวยันทั้ง “
รบ.ดาหน้าโต้ฝ่ายค้าน รุมป้อง‘บิ๊กตู่’หยุดเล่นเกมการเมื
ด่วน!!! ทีมงาน‘มท.1’ติดโควิด สั่งปิดสำนักงานเลขาฯ เร่งเช็กกลุ่มเสี่ยง
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี