วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
29 เมษายน 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ"ปล่อยเพื่อนเรา - ผู้พิพากษาอาจกำลังละเมิดกฎหมายเสียเอง" โดยระบุว่า ผมรู้จักเพนกวิ้นจากสื่อต่างๆ หลังรัฐประหาร ปี 2557 ในฐานะนักเรียนที่สนใจปัญหาสังคม
เพนกวิ้น ในเวลานั้นอายุเพียง 17 ปี แสดงท่าทีต่อต้านรัฐประหาร ท้าทายอำนาจเผด็จการอย่างไม่เกรงกลัว ในขณะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมต่างพากันเงียบกริบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ผมมองเขาด้วยความชื่นชมความเข้าใจปัญหาสังคมและความกล้าหาญของเขา
เพนกวิ้นเป็นคนมุ่งมั่นจนอาจเรียกได้ว่ามุทะลุ ทำอะไรทำจริง คิดอย่างไรพูดอย่างนั้นจนอาจเรียกได้ว่าขวางโลก ใครที่ไม่รู้จัก จึงอาจคิดว่าเขาไม่มีสัมมาคารวะ
สำหรับผม มันไม่ใช่การไม่มีสัมมาคารวะ แต่เป็นการไม่พร้อมประนีประนอมกับความไม่ถูกต้อง เพนกวิ้นที่ผมรู้จักพร้อมเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมโดยไม่เกรงกลัวผลกระทบที่จะเกิดกับตนเอง
จนเมื่อปีที่แล้ว เพนกวิ้นและผู้กล้าหาญอีกหลายคนได้ออกมาพูดถึงความจริงและความจำเป็นของสังคมที่ไม่มีใครกล้าพูดมาก่อน นั่นคือการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเปิดเผย แม้แต่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเอง หลายคนแม้จะไม่ชอบวิธีการนำเสนอของเพนกวิ้น แต่ในใจของพวกเขาลึกๆย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่านี่คือ “Inconvenient Truth” ที่พวกเขารู้สึกแต่ไม่กล้าพูดออกมา
ผลจากความกล้าหาญของเขาและเพื่อน ทำให้วันนี้เพนกวิ้นกลายเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ถูกจำคุกไปแล้ว 51 วัน โดยไม่ได้รับการประกันตัว แม้จะมีการยื่นขอประกันตัวถึง 9 ครั้ง
ผู้พิพากษา ท่านกำลังเพิกเฉยต่อกฎหมายที่ท่านเองเป็นผู้พิทักษ์รักษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ได้ระบุว่า "การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
(2) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
(3) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
(4) ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
(5) การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล
ในคดี 112 ส่วนใหญ่ ผู้พิพากษาไม่ให้ประกันตัวด้วยเหตุผลว่า “ผู้ต้องหาอาจทำผิดซ้ำ” ซึ่งเหตุผลนี้ยิ่งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนสากล เพราะอาจหมายถึงผู้พิพากษาได้สันนิษฐานไปแล้วว่าจำเลยมีความผิดจริง ทั้งที่ยังไม่ได้มีคำพิพากษาออกมา
เพนกวิ้นเลือกที่จะปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม และอดอาหารประท้วง ใช้สิ่งเดียวที่เขามีอำนาจเหนือ คือร่างกายของตน เป็นเครื่องเดิมพันกับสามัญสำนึกของผู้พิพากษาและกระบวนการยุติธรรมไทย
45 วันแล้วที่เพนกวิ้นอดอาหาร
45 วันที่กระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถามมากขึ้นทุกวัน
ผมเรียกร้องให้ผู้พิพากษาใช้วิจารณญาณอย่างเที่ยงตรง ถี่ถ้วน ตุลาการคือเสาหลักที่ค้ำจุนสังคมไม่ให้ถอยกลับไปสู่กลียุค ผมไม่ได้ขออะไรมากไปกว่าให้ท่านทำตามหลักกฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพ และสามัญสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ของท่านเอง ให้เพนกวิ้นและเพื่อนได้สิทธิประกันตัวตามที่จำเลยทุกคนพึงมี ปล่อยเพื่อนเราฃ
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี