วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
รัฐสภาโหวตรื้อรธน.13ร่าง
สว.หัก‘พปชร.
ให้ผ่านแก้บัตรเลือกตั้ง2ใบ
คว่ำร่างแก้ไขม.144-ม.185
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติวาระแรกแก้รธน. 13 ร่าง “ชวน”แจงขั้นตอนการลงมติวาระ 1 โหวตเปิดเผยขานชื่อ ขณะที่“สว.” หัก “พปชร.”ให้ผ่านแค่1ร่าง แก้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คว่ำร่างแก้ ม.144-185 ขณะวิปรัฐบาลให้โหวตผ่านแค่ 6 ร่าง ‘เพื่อไทย’มีมติโหวตรับทั้ง13ร่าง ปรับแก้ชั้นกมธ. ‘ส.ว.ถวิล’ค้านแก้ ม.144-ม.185 ส่อล้วงลูกขรก.ประจำ พร้อมปิดสวิตซ์ตัวเอง ชี้ต้นตอ บทเฉพาะกาลต้องมีวุฒิสภาเลือกนายกฯซัดนักการเมืองดี ยังไม่พอ ต้านคนโกง
เมื่อเวลา10.00น. วันที่ 24 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมร่วมของรัฐสภานัดพิเศษเพื่อพิจารณาญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ ต่อเป็นวันที่ 2 มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม
จากนั้นเวลา 10.05 น.ได้เข้าสู่การอภิปราย นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล อภิปรายเสนอแนะให้ปรับปรุงการออกแบบระบบเลือกตั้ง จากที่เสนอให้ใช้การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540ที่มีปัญหาและจุดอ่อน พร้อมเสนอให้ใช้ระบบการคำนวณคะแนนแบบ เอ็มเอ็มพี คือ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อเลือก ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนการคำนวณ หาส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมีในสภาฯให้ใช้คะแนนจากการเลือกบัญชีรายชื่อ คำนวณ ส.ส.ที่พึงมี หากมีพรรคที่ได้คะแนนเลือกตั้ง 20% จะได้ส.ส.เข้าสภา 20% จะทำให้โกงด้วยสูตรคำนวณไม่ได้และเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา สำหรับ ส.ส.เขตที่ชนะ ให้ถือว่าได้เป็น ส.ส.และหากพรรคใดได้ ส.ส.ไม่ครบตามจำนวนที่พึงมี ให้เติมเต็มจากบัญชีรายชื่อตามลำดับ
“การเลือกตั้งปี 2540เกิดปรากฎการณ์ ส.ส. มากเกินจริงของพรรคใหญ่ หากกำหนดสัดส่วนที่เป็นธรรม จะสามารถตรวจสอบถ่วงดุลและมีความหลากหลาย หากไม่เห็นด้วยที่มีพรรคเล็กมากเกินไป สามารถกำหนดคะแนนขั้นต่ำที่เป็นธรรม ของตัวแทนประชาชนที่จะมีสิทธิ์ได้เป็นส.ส. ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดขั้วการเมืองเหมือนที่เจอปี 2540 และทำให้สภาฯ เหมาะสมกับโลกยุคใหม่ ปัจจุบันและอนาคต” นายปดิพัทธ์กล่าวและเรียกร้องให้รัฐสภาปฏิเสธร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐที่ส่อเจตนากินรวบสภาและขอให้คว่ำวาระหนึ่งและเรียกร้องให้รัฐสภาสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคืนอำนาจให้ประชาชนใช้การออกเสียงประชามติ ถามประชาชนให้มี ส.ส.ร.ออกแบบระบบเลือกตั้งให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)และคณะรวม21คน ช่วยกันทำคลอดรัฐธรรมนูญปี60 กระทั่งมีลูก2คน วันนี้ทะเลาะกันทุกครั้ง ทั้งคำพูดและการแสดงออก พูดแบบชาวบ้านเรียกว่า ตีกันเละ ลูกคนโต คือ ส.ว.250คน มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจโหวตนายกฯนี่คือสิ่งที่กรธ.ฝากเป็นบาดแผลให้กับ ส.ว.ลูกคนเล็ก คือ ส.ส.500คน แต่พ่อแม่ รักไม่เท่ากัน ปัญหาจึงเกิดขึ้น หลายคนบอกว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือการแก้รัฐธรรมนูญ 60 มีหลายฉายาทั้งรัฐธรรมนูญปราบโกง รัฐธรรมนูญ คสช. รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ และรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย
“วันนี้ ส.ส.ได้เสนอแก้ไขแล้ว13ฉบับ แต่สิ่งที่เราต้องพิจารณาคือประชาชนได้อะไรจากการแก้ไข ซึ่งพรรคภูมิใจไทยขอแก้ไขมาตรา 55/1 กำหนดให้รัฐต้องจัดให้ประชาชนได้รับรายได้พื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีพทั่วถึง เราเรียกว่า“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกินได้”เราไม่ได้แก้เพื่อตัวเอง แต่เราแก้เพื่อคนจน เพื่อคนหาเช้ากินค่ำ เป็น“รัฐธรรมนูญยาใจคนจน”ขอให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภา สนับสนุนร่างแก้ไขฉบับนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนจน”นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
สว.ส่วนใหญ่ค้านแก้ม.144-185
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของ ส.ว.ส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขมาตรา144และมาตรา 185ที่เปิดช่องให้นักการเมือง แทรกแซงการทำงานของข้าราชการ รวมถึงล้วงลูกงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงการปรับระบบเลือกตั้ง และการแก้ไขมาตรา 45 ที่ตัดสิทธิของสมาชิกพรรคในการมีส่วนร่วมของพรรคการเมืองต่อการกำหนดตัวบุคคลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งและนโยบายของพรรคการเมือง
‘ถวิล’มั่นใจส.ว.ยึดประโยชน์ปชช.
นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว.อภิปรายว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม 13 ฉบับ ถือว่าเยอะ เป็นรายมาตรา จะตัดทอน หรือเพิ่มเติมสิ่งใด สิ่งนั้นจะกระทบต่อสิ่งที่พวกเราถูกกล่าวหาว่าเป็นอำนาจและผลประโยชน์ของพวกเราสามารถทำได้เต็มที่ ตนมั่นใจ ส.ว.จะพิจารณาด้วยเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา หากสิ่งใดชอบด้วยกฎหมาย เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ต้องกังวลว่าส.ว.จะไม่เห็นด้วย ทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมายและเหตุผลของแต่ละเรื่อง
ค้านแก้ม.144-ม.185ส่อล้วงลูกขรก.
ส่วนมาตรา144ที่เสนอตัดบทลงโทษที่รุนแรงออกนั้นตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง สิ้นสุดสมาชิกภาพทางการเมืองหรือถึงขั้นติดคุก ทั้งนักการเมือง ส.ส. ส.ว.คณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมรายการงบประมาณรายจ่ายของรัฐ ถือเป็นการทำลายหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญที่มุ่งปราบโกงและปราบการทุจริตคอรัปชั่นจนทำให้ประเทศเราจมปลักอยู่กับการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นไม่ได้สักที เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศตลอดมา ปล่อยออกไปก็เหมือนแก้มัดตราสังข์ ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีคอรัปชั่นการอาละวาดหลอกลอนประชาชนอีกรอบส.ว.รับไม่ได้และรับไม่ไหว
และมาตรา 185 ที่แก้ไขยอมให้ ส.ส. ส.ว.หรือรัฐมนตรี ใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปแทรกแซงข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น เห็นแล้วแสลงใจตนมาก เพราะตนเจอจริงและเจ็บจริงมาด้วยตัวเอง คงยอมให้ร่างที่มีเนื้อหาแบบนี้ผ่านไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช่พนักงาน คนงาน ไม่ใช่ยาม รปภ. หรือคนรับใช้ส่วนตัวในบ้านหรือบริษัทที่นึกจะโอนย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ ปลดออกได้ตามอำเภอใจนั้นทำไม่ได้ ท่านอาจคุ้นเคยในระบบของท่าน แต่ระบบราชการมีระบบคุณธรรมคุ้มครองอยู่ ดังนั้นอย่าไปยุ่งกับเขา ปล่อยให้เขาอยู่กับระบบแบบนั้นดีอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ผมจึงรับไม่ได้ในชั้นนี้จริงๆ
ลั่น สว.พร้อมปิดสวิตซ์ตัวเอง
ส่วนเรื่องการปิดสวตช์ ส.ว.ต้องพูดให้ชัด อย่ามาพูดเอามัน แม้ส.ว.จะอายุมาก ไฟน้อย แต่จะให้ใครมาปิดสวิตช์ง่ายๆ โดยไม่มีเหตุผลจนถึงขั้นข่มขู่คุกคาม หรือ เหยียดยามนั้นยอมไม่ได้ แต่ถ้ามีเหตุผลมาพูดกัน ผมกระซิบเบาๆว่า เราปิดสวิตช์เราเองได้ ส่วนการโหวตเลือกนายกฯนั้น ในหลักการ เสียงของ สว.ไม่ใช่เสียงชี้ขาด เลือกนายกฯ ถ้าไม่มีเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ที่เพียงพอ ก็เป็นนายกฯไม่ได้ เมื่อตอนพล.อ.ประยุทธ์ ก็เข้ามาเพราะเสียงสนับสนุน ส.ส.ไม่มีเสียงสนับสนุนจาก สว ท่านก็เป็นนายกฯได้ ทำให้สว.โดนด่าฟรี เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่รองนั่ง มีคน เอากระดูกมาแขวนคอ และการให้ สว.ออกเสียงเลือก นายกฯก็เป็นผลมาจากการออกเสียงประชามติของประชาชน ที่เป็นฉันทามติ จะมาเปลี่ยนดื้อๆไม่ได้ ถ้าจะทำ ก็ต้องไปย้อนต้นทางให้ถูกต้อง และเรื่องนี้จะสิ้นสุดไปตามบทเฉพาะกาลที่เหลืออีก 2-3 ปี สวิตช์เราก็จะปิดลง ไม่ต้องให้ใครมาปิดก็ได้
“การที่บ้านเมืองยุ่งวุ่นวาย ถามว่า ที่ผ่านมาใครกันอาศัยประชาธิปไตยบังหน้า สมคบโกงกิน ดำเนินนโยบายผิดพลาดจนบ้านเมืองแทบล่มจนเสียหาย ไม่ต้องบอกว่านโยบายอะไรก็คงทราบดี และลุแก่อำนาจใช้เสียงข้างมากผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมโดยไม่ฟังเสียงใคร จนประชาชนต้องออกมาเดินขบวนขับไล่เป็นล้านๆคน นักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีก็มี ตนชื่นชม แต่เรายังมีไม่มากพอที่จะไปต้านทานนักการเมืองที่ไม่ดี”นายถวิลกล่าว
‘พิธา’ปลุกสมาชิกรัฐสภาปิดสวิตซ์ สว.
เวลา13.35น.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การประชุมตลอด2วัน เราเถียงกัน ผิดโจทย์ ประเด็นสำคัญที่เราควรนำมาเป็นโจทย์คืออำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เป็นของใคร ไม่ใช่ประเด็นอื่น เพราะต่อให้ใครชนะการเลือกตั้ง ท่วมท้นเพียงใด มีเสถียรภาพเพียงใด พวกเรา ก็เป็นได้แค่ เด็กขี่ม้าซึ่งม้าอาจพยศอีกเมื่อไหร่ ก็ได้ตามคำสั่งของเจ้าของม้า หากเป็นเช่นนี้เราจะไม่สามารถออกจากหลุมดำนี้ได้ พรรคก้าวไกล จึงเสนอให้รัฐสภาเร่งเดินหน้าจัดทำประชามติ เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน เป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งฉบับ เป็นก้าวแรกในการหยุดวงจรอุบาทว์
“การลงมติเฉพาะหน้าวันนี้พรรคก้าวไกลขอเชิญชวนสมาชิกรัฐสภาช่วยกันโหวตเพื่อหยุดแผนการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุระบอบประยุทธ์และร่วมมือร่วมใจกันโหวตเพื่อปิดสวิตซ์ส.ว.เปิดประตูบานแรกในการจัดตั้งรัฐบาล ที่มาจากเสียงของประชาชนจริงๆให้ได้ หากเราไม่สามารถปิดสวิตซ์ ส.ว.ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ จะไม่มีความหมาย เป็นเพียงละครตบตาประชาชนฉาดใหญ่”นายพิธา กล่าวและย้ำว่าสุดท้ายขออวยพรผ่านไปยังผู้มีอำนาจทุกท่านที่เชื่อว่าตัวเอง จะเหนี่ยวรั้งเข็มนาฬิกาไว้ได้ขออวยพรให้ท่านอายุยืนเพียงพอที่จะเห็นความพยายามของท่านล่มสลาย
มติพท.รับทั้ง13ร่างปรับแก้ชั้นกมธ.
เวลา14.00น.ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)แถลงถึงแนวทางการลงมติส.ส.พรรค พท. ต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง13ฉบับว่าพรรค พท. มีมติตรงกันว่าจะรับมติเห็นชอบ ทั้ง13ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการโหวตในช่วงเย็นวันนี้โดยพรรคเตรียมให้ส.ส.ทุกคนพร้อมในการลงคะแนนเสียง แต่มี ส.ส.1ท่าน คือ นายศักดา คงเพชร ส.ส. ร้อยเอ็ด ได้ลาการประชุม เนื่องจากมีอาการป่วย หลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีการอาการป่วยคันทั้งตัว ไม่สามารถเดินทางลงคะแนนเสียงได้
นายประเสริฐ ระบุว่าส่วนเหตุผลที่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากหลักการของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรค พท.มีความสอดคล้องและตรงกับหลายร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย แต่ประเด็นในมาตรา 144 และม.185 เป็นเรื่องที่สังคมมีข้อสงสัยอยู่ เมื่อฟังการอภิปรายของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พปชร.ว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุง และแปรญัตติให้สอดคล้องกับความต้องการให้มากที่สุดซึ่งเรื่องนี้ มีความจำเป็นต้องติดตามต่อไป
‘ชวน’แจงขั้นตอนโหวตแก้รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนกระทั่งเวลาประมาณ16.45น.หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายจนครบถ้วนทุกคน ตัวแทนของผู้เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ร่างได้อภิปรายสรุปเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ชี้แจงขั้นตอนการลงมติรับหลักการวาระ1โดยใช้การขานสมาชิกชื่อทีละคนตามลำดับตัวอักษร พร้อมให้กล่าวแสดงการลงมติในแต่ละร่างว่า จะรับหลักการ ไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง เรียงตามลำดับต่อเนื่องกันไปจนครบทั้ง 13 ฉบับ ในครั้งเดียว จากนั้น ที่ประชุมได้แต่งตั้งสมาชิกเป็นตัวแทนนับคะแนน
สว.หัก พปชร.คว่ำแก้ม.144-185
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าก่อนในการลงมติครั้งนี้ ตัวแทน วิป 3 ฝ่าย ได้หารือภายในวิปของตัวเอง เพื่อวางแนวทางการลงมติในวาระแรก ในส่วนของวิปวุฒิสภา ได้หารือกันแล้ว เสียงส่วนใหญ่ มีความเห็นลงมติเห็นชอบเฉพาะ ร่างที่ 13 คือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 83 และ 91 เรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่1ของพรรคพลังประชารัฐนั้น สมาชิกวุฒิสภาต่างเห็นตรงกันจะไม่ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากมีเนื้อหาไปแก้ไขมาตรา 144 และ 185 เรื่องการตัดบทลงโทษ ส.ส.และ ส.ว.ที่เข้าไปแทรกแซงเรื่องการแปรญัตติงบประมาณ และรวมถึงการให้ ส.ส.และ ส.ว.เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของหน่วยราชการได้ ซึ่ง ส.ว.มองว่า เป็นการทำลายหลักการสำคัญเรื่องการป้องกันการปราบโกงในรัฐธรรมนูญปี 2560
วิปรัฐบาลให้โหวตผ่านแค่6ร่าง
ขณะที่วิปรัฐบาล ได้มีมติเห็นชอบร่างที่ 1ของพรรคพลังประชารัฐ ร่างที่ 3ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เสนอแก้ไขเรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ร่างที่ 6 ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องการเสนอให้แก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ร่างที่ 7 ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องการแก้ไขหมวด 5 และมาตรา 55/1 การกำหนดให้รัฐบาลมีหลักประกันเรื่องรายได้ให้กับประชาชนที่มีฐานะยากจน ร่างที่ 8 ของพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้เพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงการกระบวนการยุติธรรมได้อย่างง่าย รวดเร็ว ทั่วถึง และร่างที่ 13 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 83 และ 91 เรื่องวิธีการเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนวิปฝ่ายค้านมีมติให้รับหลักการในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ
จากนั้น เวลา16.55 น. ที่ประชุมเข้าสู่การเริ่มลงมติของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี