วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางโกโลนเน อัปปุหามิลาเค จมินทะ อิโนกา โกโลนเน (H.E. Mrs. Colonne Appuhamillage Chaminda Inoka Colonne) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่
โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตศรีลังกา ในการดำรงตำแหน่งในประเทศไทย พร้อมกล่าวถึงความประทับใจในมิตรภาพและการต้อนรับที่อบอุ่นเมื่อครั้งไปเยือนศรีลังกาเมื่อปี 2561 โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านต่างๆ มาโดยตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิด โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางด้านศาสนาและวัฒนธรรม โดยเมื่อปี 2562 รัฐบาลศรีลังกาได้มอบหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ให้ไทยด้วย ซึ่งรัฐบาลได้ดูแลเป็นอย่างดี
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมความสามารถของเอกอัครราชทูตศรีลังกา และเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ส่งเสริมความสัมพันธ์และกระชับความร่วมมือระหว่างไทย - ศรีลังกา ให้แน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้นในทุกมิติ รัฐบาลไทยพร้อมจะสนับสนุนการทำงานและสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาอย่างเต็มที่
เอกอัครราชทูตศรีลังกา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาดำรงตำแหน่งในประเทศไทย พร้อมได้นำความปรารถนาดีจากประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีศรีลังกาถึงนายกรัฐมนตรี โดยไทยและศรีลังกามีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติศาสนาและวัฒนธรรมที่มีมายาวนาน
เอกอัครราชทูตศรีลังกา กล่าวยืนยันที่จะกระชับความสัมพันธ์ไทย - ศรีลังกา ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น สานต่อความร่วมมือที่อยู่บนผลประโยชน์ร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง การส่งเสริมมูลค่าการค้าและการลงทุน การเจรจาจัดทำความตกลง FTA ระหว่างกัน ศาสนา และความร่วมมือระดับภูมิภาค
นายกรัฐมนตรี และเอกอัครราชทูตศรีลังกา ต่างเห็นพ้องว่า ไทยและศรีลังกายังมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจอีกมาก หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะเร่งเจรจาการจัดทำความตกลง FTA ไทย - ศรีลังกา เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันในอนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังยินดีที่นักลงทุนของไทยเข้าไปลงทุนในศรีลังกาในหลายสาขา หวังว่ารัฐบาลศรีลังกาจะอำนวยความสะดวก และคุ้มครองดูแลการลงทุนของไทย เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในศรีลังกาเพิ่มขึ้น
ด้าน เอกอัครราชทูตศรีลังกา ยินดีที่จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการเสริมสร้างการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่าย ในสาขาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันต่อไป
สำหรับความร่วมมือในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลศรีลังกา ที่ได้อำนวยความสะดวกในการจัดเที่ยวบินอพยพนำคนไทยในศรีลังกากลับประเทศ โดยรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนศรีลังกาในการอพยพชาวศรีลังกาในไทยเช่นกัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังยินดีที่มีส่วนช่วยเหลือรัฐบาลศรีลังกาในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งไทยได้บริจาคเครื่องมือทางการแพทย์ผ่านสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาไปแล้วด้วย
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตศรีลังกา กล่าวขอบคุณความร่วมมือจากไทย หวังว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ในไทยและศรีลังกาจะดีขึ้นในเร็ววัน พร้อมกล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนศรีลังกาอย่างเป็นทางการภายหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความร่วมมือในภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีต่อศรีลังกาในการดำรงตำแหน่งประธานกรอบความร่วมมือความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation : BIMSTEC) ซึ่งไทยพร้อมจะเข้าร่วมการประชุม ที่ศรีลังกาจะเป็นเจ้าภาพในปลายปีนี้ โดยไทยจะรับตำแหน่งประธาน BIMSTEC ต่อจากศรีลังกา หวังว่าศรีลังกาจะสนับสนุนไทยในการเป็นประธาน BIMSTEC โดยเฉพาะด้านความเชื่อมโยง และความร่วมมือระหว่างท่าเรือ
ทั้งนี้ ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่ไทยและศรีลังกามีความร่วมมือทางวิชาการครอบคลุมหลายสาขา โดยเฉพาะด้านการเกษตรและประมง ซึ่งนายกรัฐมนตรียินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านวิชาการระหว่างกันเพิ่มเติม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี