วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
ปลด‘ธรรมนัส-นฤมล’พ้นเก้าอี้
‘บิ๊กตู่’เฉียบขาด
ลั่นทุกอย่างทำเอง/ไม่ได้แจ้งใคร
เตรียมปรับครม.-ลุยทำงานต่อ
‘วิษณุ’ยันปลดจริงมีผล8ก.ย.
เจ้าตัวชิงแถลงขอลาออกเอง
ลุ้นสส.-สว.โหวตแก้รธน.วาระ3
‘บิ๊กป้อม’ส่งซิกพปชร.ผ่านร่าง
โปรดเกล้าฯ“ธรรมนัส-นฤมล”พ้นจากตำแหน่ง รมต. “ธรรมนัส”ชิงแถลงลาออกพ้นรมช.เกษตรฯ แถลงไปด้วยกันไม่ได้ ลั่นต้องตัดสินใจ/อนาคตจะต้องคิด ลั่นใจไม่อยู่ ใครมาบังคับผมไม่ได้ ยันเคารพบิ๊กป้อม “บิ๊กตู่” ยืนยันสั่งปลด 2 รมช. ตบอกบอกทั้งหมดเป็นเรื่องของนายกฯ ยังไม่ปรับ ครม.ตอนนี้ เดินหน้าทำงานต่อ ‘บิ๊กป้อม’ย้ำคำ’บิ๊กตู่’ไม่ปรับครม. ลั่น พรรคมีก๊กเดียวขึ้นกับตัวเอง จับตาประชุมรัฐสภาโหวตวาระ3แก้รธน. บัตร2ใบ‘ไพบูลย์’ชูประกาศิต‘บิ๊กป้อม’ส่งซิก สส.พปชร.หนุนแก้ รธน.ใช้บัตร 2 ใบ เชื่อเป็นประโยชน์ ปชช.‘วิรัช’ห่วงสว.ขอโหวตเกิน83เสียง ‘สว.คำนูณ’ประกาศชัดโหวตคว่ำ ‘ส.ว.พีระศักดิ์’ลั่นยกมือโหวตผ่าน
เมื่อวันที่ 9กันยายน2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้พล.อ.ประวิตร ไปเป็นรมว.มหาดไทย และให้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.มาเป็นรมช.มหาดไทย
‘บิ๊กป้อม’ย้ำคำ‘บิ๊กตู่’ไม่ปรับ ครม.
พล.อ.ประวิตรได้ย้อนถามนักข่าวว่า“ใครให้ข่าว แล้วใครอยากจะไป เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม บอกแล้วว่า ไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี สื่อจะมาถามอะไรกันอีก”เมื่อถามว่า 3ป.ยังกลมเกลียวและยังอยู่ตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวสั้นๆว่า“เออ” พร้อมทำสีหน้าเบื่อหน่าย และปฏิเสธ ไม่รู้เรื่อง ที่พรรคฝ่ายค้านระบุ มีหลักฐานการจ่ายเงินสส.ช่วงก่อนลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุมีหลักฐานจะไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พล.อ.ประวิตร ปฎิเสธว่า“ผมก็ไม่รู้”แต่ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐและผมไม่มีความกังวลเพราะผมไม่ได้ทำอะไรเลย”เมื่อถามว่าแต่มีการเชื่อมโยงชื่อพล.อ.ประยุทธ์เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่รู้ ไม่มี พรรคไม่มีนโยบายอะไรแบบนี้ ผมบอกแล้วไงว่าไม่แจกเงิน”
เมื่อถามว่าขณะนี้ลำบากใจหรือไม่กับสถานการณ์ภายในพรรค พล.อ.ประวิตร ส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า “ไม่มี ไม่ลำบากใจเลย ไม่มีอะไรมันก็เป็นไปตามที่ผมบอกไปแล้ว สื่อจะมาถามกันทำไม” เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือนพรรคพลังประชารัฐ ยังแตกเป็นหลายกลุ่มหลายก๊กพล.อ.ประวิตรปฏิเสธเสียงสูงว่า“ไม่มีหรอก อยู่กลุ่มผมนั้นแหล่ะ ผมก็ดูแลอยู่เห็นไหมล่ะ”
โปรดเกล้าฯธรรมนัส-นฤมล’พ้นรมต.
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี มีเนื้อหาดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9มิถุนายน พ.ศ.2562แล้วและแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2562ละประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ 22มีนาคม พ.ศ.2564นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่าสมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีดังต่อไปนี้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี 1.ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8กันยายน พ.ศ.2564 เป็นปีที่6 ในรัชกาลปัจจุบัน
‘ธรรมนัส’ยื่นลาออกพ้นรมช.แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน2564 ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีรายงานว่าเนื่องจากการทำงานที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย และ จะกลับไปเป็น ส.ส.ทำงานเพื่อประชาชน ทั้งนี้ ตนไม่ต้องการทำงานเพื่อใครบางกลุ่ม ยอมรับว่าทำงานไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับนายกฯ
ธรรมนัสแถลงไปด้วยกันไม่ได้
เวลา15.30น.ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิแถลงขอลาออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางกระแสข่าวปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐและขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรีโดยแถลงว่า
“ผมตัดสินใจลาออกแล้ว ก็หมายความว่า คงเดินไปด้วยกันไม่ได้ จริงๆแล้วตั้งแต่ก่อนโหวตวันศุกร์ที่แล้ว ก็ได้เรียนหัวหน้าแล้วว่าจะลาออกตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แต่หัวหน้าฯได้ห้ามไว้ก็เชื่อหัวหน้าฯ ผมไตร่ตรองดูแล้วว่าชีวิตที่จะทำให้ประชาชนต้องเดินทางไปอีกไกล ต้องตัดสินใจ”
ลั่นต้องสินใจ/อนาคตจะต้องคิด
เมื่อถามว่าจากปัญหาก่อนหน้านี้ไม่จบใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าไม่จบ คือ ใจผมไม่สบายใจ เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำไป หมายความว่า เมื่อเราพูดด้วยเหตุและผลแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ ก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ส่วนยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคิดต่อไป อาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มีความสุข บ้านหลังเดิม ก็มีความสุขอยู่แล้ว
ยันเคารพบิ๊กป้อม/ปัดแตกหัก2ป.
เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์เป็นอย่างไรร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าความสัมพันธ์กับหัวหน้า รัก เคารพเหมือนเดิม ส่วนอีก 2คนไม่ได้หมายความว่าแตกหัก แต่ต้องเลือกเดินบ้านหลังใหม่ก็จะเป็นการสร้างบ้าน ส่วนใครจะไปด้วยหรือไม่นั้นไม่สามารถตอบได้ สำหรับตำแหน่งอื่นๆจะลาออกหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าเนื่องจากเป็นส.ส.ต้องให้พรรคขับออกก่อน
ลั่นใจไม่อยู่ ใครมาบังคับผมไม่ได้
ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวอีกว่าสำหรับเรื่องความชัดเจนนั้นได้เตรียมไว้หมดแล้ว การตัดสินใจนี้ ยังไม่ได้คุยกับใคร ส่วนคำถามว่าที่พรรคพลังประชารัฐจะแตกไหม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า”ไม่แน่ ใจ ผมไปแล้ว ผมพูดแล้วผมนักเลงพอ ทำอะไรแล้วรับผิดชอบ อยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้ใจมันอยู่ ใจมันไม่อยู่แล้ว มันก็ไม่เอา ใครมาบังคับผมก็ไม่ได้”
‘บิ๊กตู่’ยังนิ่งหลัง’ธรรมนัส’ไขก็อก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา15.20น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง (ICU) โครงการลมหายใจเดียวกัน ของกลุ่ม ปตท. ที่โรงพยาบาลปิยะเวท ขณะที่นายกฯรับฟังรายงานของโรงพยาบาลฯ ระหว่างนั้นมีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯลาออกจากตำแหน่งและมีการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง โดยพล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้านิ่งๆโดยมีคณะทำงานโทรศัพท์แจ้งถึงการลาออกดังกล่าว ขณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่นั่งข้างๆนายกฯก็ได้มีการตรวจสอบข่าวดังกล่าวทันที
‘บิ๊กตู่’แจงหลัง 2รมช.พ้นเก้าอี้
ต่อมา เวลา 16.20น.ที่โรงพยาบาลปิยะเวท พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯและนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงานพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีโดย พล.อ.ประยุทธ์ ถอนหายใจ พร้อมกล่าวว่าได้ข่าวเมื่อกี้นี้ รัฐมนตรีลาออก เขาก็เคยพูดไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่หรอ ร.อ.ธรรมนัสว่า ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ก็ออกไปเป็นส.ส.ก็สามารถช่วยประชาชนได้ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันมาโดยตลอด เดี๋ยวคงเป็นเรื่องของพรรค ที่จะไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่างานทุกงานไม่มีหยุดยั้ง มีคนทำงานให้อยู่แล้ว
ยังไม่ปรับ ครม.ลุยทำงานต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าจะไม่มีการปรับครม.แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจะมีการปรับครม.หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าเดี๋ยวคอยดู คอยฟังข่าว เมื่อถามย้ำว่าถ้าปรับจะปรับกี่ตำแหน่ง นายกฯกล่าวว่าตนยังไม่ปรับใครในตอนนี้ เมื่อมีรัฐมนตรีลาออกก็ทำให้มีตำแหน่งว่าง ซึ่งตนก็ยังไม่ปรับคนเข้า เมื่อถามว่าถือว่าเป็นการลาออกหรือว่าปลดออกนายกฯกล่าวว่าก็เขาลาออก เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้มีราชกิจจานุเบกษาให้พ้นตำแหน่งประกาศแล้วนายกฯกล่าวว่า”เอาแหละยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้วจะมายังไง จะไปยังไงผมไม่ตอบ”
ย้ำชัดสั่งปลด‘ธรรมนัส-นฤมล’
เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อหาในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กราบบังคมทูลให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการ เท่ากับเป็นการปลดออกใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ของผม ทำของผม”เมื่อถามว่าร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล มาลาออกกับนายกฯก่อนแล้วใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า“ผมไม่ได้แจ้งใครทั้งสิ้น มันอยู่ที่ตน ตนทำของตน เมื่อถามอีกว่ามีเหตุผลอะไร นายกฯกล่าวว่า“เหตุผลของผม ก็คือ เหตุผลของผมสิ เอ้อ”
เมื่อถามว่าเป็นการทำงานไม่ได้เป้าหรือเปล่า นายกฯกล่าวว่า เอาละเป็นเรื่องของตน เมื่อถามย้ำว่าการทำงานในฐานะรัฐมนตรีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรนายกฯกล่าวว่าประชาชนก็ดูเอาแล้วกัน เมื่อถามว่าเป็นผลพวงจากการอภิปรายหรือไม่ที่จะโค่นล้มนายกฯนายกฯกล่าวว่า“ทั้งหมดข่าว ก็มาจากสื่อทั้งนั้น โอเคนะ ขอบพระคุณนะจ๊ะ”
ตบอกทั้งหมดเป็นเรื่องของนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนี้นายกฯได้เดินหนีออกจากโพเดียม ท่ามกลางสื่อมวลชนที่พยายามสอบถามคำถาม จนทำให้นายกฯย้อนกลับมาที่โพเดียมอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อปรับออก2คนแล้วจะมีใครมาแทน นายกฯกล่าวว่า“ปรับออกแล้ว เป็นยังไงล่ะ แหมจะให้เอาออกหมดเลยไหม”เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสถือเป็นทายาท 3ป.ทางการเมือง ตอนนี้เหตุการณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน3ป.หรือไม่นายกฯกล่าวว่า“มันมีเกณฑ์อะไรนักหนาล่ะ”
จากนั้น นายกฯเดินหนีออกจากโพเดียมอีกครั้งขณะที่สื่อมวลชนยังพยายามถามอีกหลายคำถามและถามย้ำว่าสรุปว่าการลาออกของ2รัฐมนตรี เป็นผลจากการอภิปรายหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า“ไม่เกี่ยวกับการอภิปราย”พร้อมเอามือตบที่หน้าอกและกล่าวว่า“ทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อการบริหารงาน ไม่ต้องยืนยันนอนยันอะไรทั้งนั้นแหละ เป็นเรื่องของนายกฯ”
‘บิ๊กป้อม’ส่งซิกพปชร.หนุนบัตร 2 ใบ
ส่วนความเคลื่อนไหวก่อนจะมีมีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ม.83 และม.91 วาระที่ 3 ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 10 กันยายน นี้
ช่วงบ่าย ที่ห้องประชุมพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ชั้น 6 อาคารรัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพปชร.ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมม.83 และม.91วาระ3ว่าเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่9 ก.ย.ตนได้โทรศัพท์ไปหา พล.อ.ประวิตร เพื่อรับมอบนโยบายเรื่องนี้โดยพล.อ.ประวิตร ให้แจ้งต่อที่ประชุมพรรค พปชร.ให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบและตนจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบเพื่อให้เป็นความเห็นร่วมกันของส.ส.และเป็นแนวทางปฏิบัติของพรรคพปชร.ว่าเรามีความเห็นร่วมกันโดยการชี้แนะตามนโยบายของหัวหน้าพรรคดังนั้นส.ส.ของพรรคก็จะโหวตในทิศทางเดียวกันให้เป็นเอกภาพซึ่งการแก้ไขบัตรเลือกตั้ง 2ใบเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนสำรองหากในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ส.ว.โหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เอาด้วยกับบัตร2ใบ นายไพบูลย์ ระบุว่ามั่นใจว่า ส.ว.ที่โหวตรับหลักการวาระ 1 และ 2 ซึ่งวาระ3ก็มีส.ว.ที่โหวตเห็นชอบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ถ้าเป็นเช่นนั้นร่างรัฐธรรมนูญก็จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
“วิรัช”ห่วงสว.-ขอโหวตเกิน83เสียง
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงแนวโน้มเสียงของวุฒิสภาในการโหวตวาระ3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า“แนวโน้มไปตอบแทนกันไม่ได้ แต่ของพวกเราตอบได้” เมื่อถามย้ำว่าได้มีการเช็คเสียงว่าจะผ่านวาระที่ 3หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า“ต้องไปถาม ส.ว.แต่เราก็คิดว่าในวาระแรกเขาให้เรามาแล้ว200เสียง วาระที่สอง180 ส่วนวาระสาม ก็ขอเกิน 83 เสียง”เมื่อถามว่าเสียงในพรรคพปชร.ไม่ห่วงแต่ห่วงเสียงส.ว.ใช่หรือไม่ นายวิรัช ตอบว่า“ใช่มีแต่เสียงส.ว.ส่วนเสียงพรรคร่วมก็ให้เขาแสดงท่าที และเขาก็แจ้งกลับมานานแล้วงมีที่งดออกเสียงและโหวตไม่รับ”
‘คำนูณ’ประกาศชัดโหวตคว่ำแก้รธน.
นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn ประกาศ”จุดยืนโหวต10 กันยา”โดยมีเนื้อหาสรุปว่าเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564วาระ1ชั้นรับหลักการ ผมไม่ได้โหวตเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งไปเป็นระบบMMM บัตร 2 ใบ 400 :100 คู่ขนาน ตามแบบรัฐธรรมนูญ2540 ไม่ว่าจะเป็นร่างของพรรคไหน โดยโหวตไม่รับหลักการ 1ร่าง งดออกเสียง 2 ร่าง
“แม้การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 จะได้แก้ไขจุดอ่อนของระบบMMM ลงไปพอสมควร อาทิไม่กำหนดคะแนนเสียงขั้นต่ำ 5 % เหมือนรัฐธรรมนูญ2540และไม่บังคับว่าพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อได้จะต้องส่งผู้สมัครส.ส.ไม่ต่ำกว่า 100 เขตก่อนตามร่างฯของพรรคพลังประชารัฐก็ตาม แต่ภาพรวม ก็ไม่เปลี่ยนไปในสารัตถะสำคัญ จุดยืนของผมในการโหวตวาระ3วันศุกร์ที่ 10กันยายน 2564 นี้ จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจาก...ไม่ขอโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็น MMM บัตร 2 ใบ 400 :100 คู่ขนาน”
แจงเหตุผลยิบเมินซ้ำวิกฤติ16ปีก่อน
ด้วยเหตุผลโดยสรุปว่า เป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นการสมนาคุณที่นั่ง ส.ส.ให้กับพรรคใหญ่ ทำให้จำนวนที่นั่ง ไม่สอดคล้องกับคะแนนนิยมที่ได้รับจริง ผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น คือ ตัดโอกาสพรรคเล็กให้เหลือน้อยลง,ตัดโอกาสพรรคทางเลือกให้เหลือน้อยลง,ตัดโอกาสพรรคเกิดใหม่ให้เหลือน้อยลง อาจทำให้สภาผู้แทนราษฏรขาดความหลากหลายเท่าที่ควร พรรคเล็ก/พรรคทางเลือก/พรรคเกิดใหม่ ที่จะสร้างความหลากหลายให้กับสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติส่วนใหญ่จะมีคะแนนนิยมกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ชำนาญการหาเสียงในเขตใดเขตหนึ่ง ไม่มีเครือข่ายหัวคะแนนในการเลือกตั้งแบบเก่า โอกาสที่จะได้รับเลือกจากระบบส.ส.เขตจึงมีไม่มากนัก ส่วนในระบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ การคำนวณแบบคู่ขนานหรือ MMM ที่มียอดรวมลดลงเหลือ100คน ทำให้พรรคที่จะมีโอกาสได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนจะต้องได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนไม่น้อยกว่า 350,000 - 400,000คน นอกจากนี้ระบบ MMM บัตร2ใบ400:100คู่ขนาน เคยเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นสมุฏฐานส่วนหนึ่งของวิกฤตเมื่อ16 ปีก่อน
จุรินทร์ชี้แก้รธน.ปัดใส่พานพรรคใด
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ยืนยันว่าส.ส.ทุกคนของพรรค พร้อมให้ความเห็นชอบการพิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 และหวังว่าการพิจารณาของรัฐสภาน่าจะได้รับความเห็นชอบ เพราะในการพิจารณาทั้งวาระที่ 1 และ 2 ก็สามารถผ่านความเห็นชอบมาได้แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่พรรคยึดหลักการที่ควรจะเป็น เพื่อส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ส่งเสริมประชาธิปไตย เพราะทุกระบบการเลือกตั้ง ทั้งบัตรใบเดียวหรือบัตร 2 ใบ ก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียเหมือนกันทั้งสิ้น พรรคได้พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว
ชี้แก้รธน.ปัดใส่พานพรรคใด
“การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของการที่จะใส่พานไปให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ถ้าดูประโยชน์ของพรรคการเมือง ก็มีได้มีเสียกันทุกพรรค ถ้าแก้แบบนี้พรรคนั้นก็อาจจะได้ ถ้าแก้แบบนี้พรรคนี้ ก็อาจจะเสีย ถ้าเอาประโยชน์พรรคการเมืองเป็นที่ตั้งก็คงแก้ไม่ได้เลย เราต้องถือหลักการ การแก้รัฐธรรมนูญนำไปสู่ความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมืองระยะยาวหรือไม่นำไปสู่ความเข้มแข็งของประชาธิปไตยระยะยาวหรือไม่ คือสิ่งที่เราต้องคำนึง คือประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่ดูประโยชน์ส่วนพรรค เพราะถ้าดูประโยชน์ส่วนพรรค ไม่จบหรอกครับ”นายจุรินทร์ย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี