วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
"มงคลกิตติ์"เปิดตัว"มาดามอ้อ"เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ พร้อมควงลูกสาว"น้องผิงอัน"อวดความน่ารักให้พ่อค้าแม่ค้าชาวบางซื่อได้ชื่นชม "พี่เต้"ชี้โลกยุคใหม่ สามี-ภรรยาจะต้องทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนไปพร้อมๆกัน พร้อมดันนโยบายปราบฝุ่น PM 2.5 เสนอมาตรการผู้ฝ่าฝืนให้ปลูกต้นไม้เท่ากับจำนวนค่าปรับ ด้าน"มาดามอ้อ"ย้ำในฐานะคู่ชีวิตควรที่ต้องมีบทบาทเคียงข้างไปด้วยกัน พร้อมปลุกชาวบางซื่อเลือกคนในพื้นที่ที่อยู่มานานเป็น ส.ส.
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ รองหัวหน้าพรรค , นายศยุน ชัยปัญญา เลขาธิการพรรค , นายสรกฤช จันทรคณา โฆษกพรรค , นางสาวณัฐปภัสร์ วรธันธ์ผาสุข รองโฆษกพรรค , นางสาวกนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ กุ้งพลอย หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเทอร์ รองโฆษกประจำหัวหน้าพรรค นางสาวอริญรดา สาระชัย นายทะเบียนพรรค , นางสาวกฤษยากร สรชัย ผู้ช่วยเหรัญญิกพรรค , นายอนุรักษ์ อมรเมตตาจิตต์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค , นายอนวรรช ศรีคำเงิน กรรมการบริหารพรรค และ นางสาวชนิมณฑ์ สืบอ้าย เจ้าหน้าที่พรรค ร่วมลงพื้นที่ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดตัว นางสาวพัทธนันท์ ฤทธิ์ชัยเรืองเดช หรือ มาดามอ้อ ภรรยา ส.ส.เต้ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางซื่อ
โดย นายมงคลกิตติ์ และคณะ ได้กราบสักการะ "หลวงพ่อเหลือ" ภายในวัดสร้อยทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังในการเลือกตั้งคราวนี้ ต่อมาได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงได้รับพระสมัญญานามว่า "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย" และเป็นศูนย์รวมจิตใจของนักศึกษาที่นี้
จากนั้น จึงได้พบปะกับน้องๆ นักศึกษาที่มาเรียนและทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย โดยนายมงคลกิตติ์ ได้สาธิตการเป็นช่างกลึง ช่างตะไบ ณ โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย - เยอรมันฯ ซึ่งบรรดานักเรียนต่างทึ่งในความสามารถของนายมงคลกิตติ์ ที่ยังสามารถกลึงโลหะได้เป็นรูปร่างอย่างปราณีต จากนั้นได้เดินพบปะกับบรรดารุ่นน้องภายในมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งปรากฏว่า มีบรรดารุ่นน้องได้ถ่ายภาพกับนายมงคลกิตติ์ มาดามอ้อ และคณะกันอย่างล้นหลาม โดยหลายคนบอกว่า นายมงคลกิตติ์ ถือเป็นศิษย์เก่า ที่สร้างแรงบันดาลใจและสร้างชื่อเสียงให้กับทางมหาวิทยาลัยฯ เป็นอย่างมาก จากนั้น นายมงคลกิตติ์ นางสาวพัทธนันท์ พร้อมด้วย ด.ญ.พิชญ์ภณิตา สุขสินธารานนท์ หรือ น้องผิงอัน ลูกสาวคนที่ 2 ของนายมงคลกิตติ์ และ นางสาวพัทธนันท์ และคณะ ได้ลงพื้นที่หาเสียง 3 ตลาดภายในเขตบางซื่อ คือ ตลาดบางซ่อน ตลาดเตาปูน และโลตัสเตาปูน โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ต่างชื่นชมในความน่ารักนายมงคลกิตติ์ ที่พาครอบครัวออกมาช่วยกันหาเสียง และได้บอกถึงปัญหาในการทำมาค้าขายและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การที่มาดามอ้อตอบรับตนและทางพรรคฯ ในการลงสมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ นั้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ตนในฐานะสามีและคุณพ่อของลูกๆ จะได้ทุ่มเทให้กับการทำงานทางการเมืองไปพร้อมๆ กัน เพราะโลกยุคใหม่ไม่มีใครที่จะมากำหนดว่า ใครจะต้องทำหน้าที่อะไร แต่จะต้องทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนไปพร้อมๆกัน อย่างเช่น มาดามอ้อที่ได้ตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเขตบางซื่อและละแวกใกล้เคียง เป็นเขตพื้นที่ที่ผมและมาดามอ้อมีความผูกพันกว่า 20 ปี เป็นทั้งที่เรียนหนังสือ เป็นสถานที่ที่ผมพบรักและสร้างความครอบครัวด้วยกัน เป็นแหล่งจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวัน และเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาอีกเขตหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะในปัจจุบันรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะพัฒนาให้บางซื่อเป็นฮับของการขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียน แต่กลับทอดทิ้งคนไทยที่อาศัยอยู่ตามทางรถไฟให้เป็นอยู่อย่างยากลำบาก โดยไม่มีแม้แต่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งอย่างถูกสุขลักษณะ รวมทั้ง ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็มีเป็นอย่างมาก ซึ่งหากจะหวังให้ต้นไม่โตพอที่จะดูดซับฝุ่นได้หมดนั้น คงไม่ทันการณ์เป็นแน่ ดังนั้น พรรคไทยศรีวิไลย์จึงมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างทันท่วงที เช่น ลดปริมาณรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบดีเซล หรือรถยนต์แบบอื่นที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เข้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจำกัดเวลาเข้า - ออก , ลดหรือชะลอปริมาณงานก่อสร้างทุกประเภท หากมีการเร่งก่อสร้างต้องปิดพื้นที่ฝุ่นให้มิดชิด และพ่นละอองน้ำลดฝุ่น ตรวจระบบทางเดินหายใจให้ประชาชนฟรี โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างรุนแรง จนติดอันดับของโลก และรวมทั้ง หากพบผู้ฝ่าฝืน นอกจากมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว ก็จะได้มีการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อชดใช้ตามมูลค่าของค่าปรับ โดยกำหนดให้ 1 ต้นเท่ากับ 100 บาท เพื่อเป็นการสร้างจิตอาสาต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นการช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอนาคตด้วย
ทางด้าน นางสาวพัทธนันท์ กล่าวว่า ทีผ่านมา ตนได้เป็นผู้สนับสนุนให้นายมงคลกิตติ์ ทำงานทางการเมือง โดยเป็นผู้ที่ดูแลๆลูกๆ ทั้ง 4 คนของนายมงคลกิตติ์ และสนับสนุนให้นายมงคลกิตติ์เดินหน้าในเส้นทางการเมือง แต่เมื่อถึงวันนี้ ตนเห็นว่า ปัญหาในเขตบางซื่อที่ตนอยู่อาศัย ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้ง ในฐานะคู่ชีวิตควรที่ต้องมีบทบาทเคียงข้างไปด้วยกัน ดังนั้น ตนจึงขออาสาตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ เพื่อให้คนบางซื่อที่รู้จักมักคุ้นตนและนายมงคลกิตติ์ ซึ่งยืนยันได้ว่า มีเป็นจำนวนมาก ได้สนับสนุนให้มาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป เพราะที่ผ่านๆมา ผู้ที่เคยเป็น ส.ส.บางซื่อส่วนใหญ่ เป็นคนนอกพื้นที่ และเมื่อได้รับตำแหน่ง ส.ส.แล้ว ก็ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ชาวบางซื่อเท่าที่ควร ซึ่งตนกล้าพูดได้ว่า ตนเรียนหนังสือ สร้างครอบครัว และอยู่อาศัยในพื้นที่เขตบางซื่อมานานกว่า 20 ปีแล้ว รู้ถึงปัญหาทุกซอกทุกมุมเป็นอย่างดี ดังนั้น จึงอยากให้ประชาชนเลือกคนที่อยู่ในพื้นที่มานาน มากกว่าคนที่อื่นที่อยู่นอกพื้นที่ ที่เพิ่งลงเดินหาเสียงไม่กี่วัน แต่อาศัยพี่น้องชาวบางซื่อเป็นสะพาน ในการไขว่คว้าหาตำแหน่งที่สูงกว่าการเป็น ส.ส.ในพื้นที่ฯ ด้วย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี