วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2566 Nikkei Asian Review หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในญี่ปุ่น เสนอรายงานพิเศษ Thailand's largest opposition faces dissolution fears after election ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 16 พ.ค.2566 ซึ่งแม้พรรคเพื่อไทย จะถูกคาดหมายในฐานะตัวเต็งจากผลโพลหลายสำนัก และทางพรรคเองก็เชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมาย “แลนด์สไลด์” ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่เส้นทางของพรรคเพื่อไทยในฐานะรัฐบาลจะไม่มีคำว่าราบรื่น ด้วยการต้องเผชิญกับความพยายาม “ยุบพรรค” อย่างต่อเนื่อง
รายงานของสื่อญี่ปุ่นอ้างแหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทย ที่พูดถึง “การประกันทางการเมือง (Political Insurance)” เพื่อจัดการกับภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งรวมถึงการยุบพรรค ขณะที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ (Pichai Naripthaphan) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคต้องการที่นั่งอย่างน้อย 251 จาก 500 ที่นั่งเพื่อสร้างอำนาจในการเลือกตั้งเพื่อจัดการกับภัยคุกคามนี้ และมีเป้าหมายที่จะได้ที่นั่ง 310 ที่นั่งเพื่อความมั่นคงทางการเมืองที่มากขึ้น
พรรคเพื่อไทยซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ ทักษิณ ชินวัตร (Thaksin Shinawatra) อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้นำตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต 392 คน จาก 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ และส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครบตามโควตา 100 คน ซึ่งผลโพลเมื่อเดือน มี.ค.2566 ชี้ว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมเหนือพรรคใหญ่อื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง เช่น พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย
อาทิ การสำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 49 เลือกพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับการสำรวจของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (สวนดุสิตโพล) กลุ่มตัวอย่างที่เลือกพรรคเพื่อไทยก็สูงถึงร้อยละ 46 แม้กระทั่งการสำรวจของหน่วยงานตำรรวจสันติบาล ก็ยังพบว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะได้ ส.ส.265 ที่นั่งในสภา มากกว่าพรรคภูมิใจไทยถึง 4 เท่า
แต่ความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ในการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทย รวมถึงการที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (Nattawut Saikua) แกนนำมวลชนกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุน ทักษิณ มาช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียง อาจเป็นช่องให้นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยได้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ถูกลงโทษจำคุกและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง รวมถึงเป็นบุคคลภายนอกไม่ใช่สมาชิกพรรค ที่ผ่านมามีความพยายามร้องเรียนผ่าน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมอิงกองทัพ
กกต. มีเวลา 60 วันหลังจากการลงคะแนนเพื่อรับรองผล แต่ถึงแม้จะอนุมัติผลแล้ว กกต.ก็ยังสามารถติดตามพรรคการเมืองใดก็ได้ในรัฐสภาใหม่ตาม “ข้อมูลใหม่” ใดๆ ที่ได้รับเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎการเลือกตั้ง ดังนั้น แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งก็ยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามดังกล่าว โดยปลายทางของคดีจะไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระที่ถูกมองว่ามักมีคำตัดสินที่รุนแรงต่อกลุ่มที่เรียกว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย”
ย้อนไปในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กกต.ได้ออกสูตรคำนวณ ส.ส.แบบที่ไม่เคยทราบมาก่อน เพื่อให้ที่นั่งในรัฐสภาแก่พรรคเล็กๆ ที่สนับสนุนกองทัพทันทีหลังจากปิดหีบเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.นั้น มาจากการเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (Prayuth Chan-ocha) นายกรัฐมนตรีในยุครัฐบาลรัฐประหาร ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้ที่นั่ง ส.ส.ในสภาเป็นอันดับ 2 ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำพิพากษายุบพรรคอนาคตใหม่ พรรคการเมืองที่มีฐานเสียงหลักเป็นเยาวชนคนหนุ่ม-สาว
ความกังวลของพรรคเพื่อไทยไมได้วิตกเกินจริงเสียทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญต่างชี้ไปที่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา พรรคการเมืองหลายพรรคที่ก่อตั้งโดยทักษิณได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทุกครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปี 2544 แต่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้พ่ายแพ้เพราะบัตรเลือกตั้ง แต่โดยอำนาจของเครือข่ายอนุรักษ์นิยมอิงกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นการถูกกองทัพทำรัฐประหารในปี 2549 และปี 2557 หรือการถูกศาลสั่งยุบพรรคในปี 2551
รายงานของสื่อญี่ปุ่นทิ้งท้ายด้วย รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ (Thitinan Pongsudhirak) อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า ปริศนาซ้ำซากยังอยู่ในไพ่ และพรรคเพื่อไทยมีเหตุผลที่ต้องกังวล เพราะรู้ว่าหน่วยงานผู้ตัดสินมีอคติ และพวกเขามีปุ่มต่างๆ ให้กด ขณะที่บรรดานักการทูตที่ประจำการในประเทศไทยก็กำลังจับตาดูการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนต่างของชัยชนะจะมากน้อยเพียงใดในการพยายามต่อต้านพรรคเพื่อไทย และพวกเขาจะยอมเสี่ยงที่จะล้มล้างอาณัติประชาธิปไตยที่ชัดเจนหรือไม่
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี