533.jpg
‘วันนอร์’นัดประชุมรัฐสภา13ก.ค.  โหวตนายกฯ  เสียงไม่พอ-เลือกจนกว่าจะได้

‘วันนอร์’นัดประชุมรัฐสภา13ก.ค. โหวตนายกฯ เสียงไม่พอ-เลือกจนกว่าจะได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

‘วันนอร์’นัดประชุมรัฐสภา13ก.ค.

โหวตนายกฯ

เสียงไม่พอ-เลือกจนกว่าจะได้

‘ชัยธวัช’อุบไต๋เสียงสว.หนุน

8พรรคมัดแน่นตั้งรบ.ได้แน่

‘เสรี’ปัดข่าว‘สว.’รับกล้วย

แลกยกมือโหวตหนุน‘พิธา’

เลขาฯครม.เผย สภาฯส่งรายชื่อ“ปธ.สภาฯ-รองปธ.สภาฯทั้ง 2” ถึงทำเนียบฯแล้ว “บิ๊กตู่”รับเตรียมนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ“บิ๊กป้อม”ไม่ตอบเสียงขั้วเก่าแตก ปมโหวตรองปธ.คนที่ 1 ด้าน“รทสช.”เตรียมถกส่งชื่อชิงนายกฯ “ธนกร”ลั่นรทสช.ต้องไปต่อ หลังเช็คเสียงโหวต “วิทยา” เกินเป้า “ชัยวุฒิ”อุบทิศทาง“พปชร.”โหวตนายกฯ รอดูสถานการณ์เสนอชื่อแข่งหรือไม่ ยันพรรคร่วมเดิม ยังเหนียวแน่น ขณะที่“วันนอร์”คาดเคาะโหวตนายกฯ 13 กรกฎาคมระบุต้องโหวต

จนกว่าจะได้ ‘เสรี’ปัด ข่าวสว.รับผลประโยชน์แลกเข็น‘พิธา’นั่งนายกฯ ไม่น่าจริง ชี้ต้องซื้อจำนวนมหาศาล อาจถ่ายคลิปภาพ-เสียงเป็นหลักฐาน ย้ำจุดยืน ไม่ถอย หากยังฝืนแตะม.112


เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 5กรกฎาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งรายชื่อประธานสภาฯและรองประธานสภาฯทั้ง 2คน มายังทำเนียบรัฐบาลแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนนายกฯนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาจากนั้น ก่อนประชุมครม.เวลา 08.55น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพียงพยักหน้า หลังผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะนำรายชื่อประธานสภาฯและรองประธานสภาฯขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อไหร่

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ปฏิเสธที่จะตอบคำถามภายหลังผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เสียงพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแตก คะแนนโหวตรองประธานสภาคนที่1 มีคะแนนหาย โดย พล.อ.ประวิตร มีสีหน้าเรียบเฉย ในการประชุมครม.วันเดียวกันนี้ มีรัฐมนตรีลาประชุม 6คน ประกอบด้วย 1.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 2.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน 3.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 4.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รมช.ศึกษาธิการ 5.นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.มหาดไทยและ 6.นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

‘บิ๊กตู่’อารมณ์ดี-แต่ไม่ตอบคำถามสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.45น.ภายหลังเป็นประธานประชุมครม.พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยกับบรรดา ครม.ก่อนเดินผ่านกลุ่มช่างภาพและสื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์ บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรีโดย พล.อ.ประยุทธ์ หันมาทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกล่าวทักทายว่า”สวัสดีนะจ๊ะ”แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามประเด็นต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่ยิ้ม

‘บิ๊กป้อม’ร้องโถใครจะหลับ-ภาพว่อน

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบว่าการเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรีจะมีชื่อตนเองหรือไม่และเมื่อถามถึงโซเชียลเผยแพร่ภาพ พล.อ.ประวิตรระหว่างการประชุมสภา พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้าก่อนระบุว่า “โถ ใครจะไปหลับเล่า ใครจะไปหลับ ผมก็นั่งของผมอย่างนั้นมาตลอด ไม่เคยหลับหรอก” ก่อนเดินขึ้นรถเดินทางกลับออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

‘ธรรมนัส’ยันไม่หลับ-มีแต่คนมาไหว้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้หลับในสภาฯ ตามที่มีภาพปรากฏเป็นข่าว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมระบุ จะเอาเวลาที่ไหนไปหลับ เพราะระหว่างที่นั่งอยู่ในสภาฯ มีแต่คนเดินมาทักทาย ยกมือไหว้ตลอดเวลา ซึ่งภาพที่ออกมาน่าจะเป็นช่วงที่ พล.อ.ประวิตร กำลังขยับเก้าอี้ เนื่องจากนั่งไม่พอดี ไม่สะดวก จน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ต้องเข้ามาช่วยขยับอยู่หลายครั้ง พร้อมย้ำ ในฐานะที่อยู่ด้วยใกล้ๆตลอด ก็ยังไม่เห็นว่าท่านหลับ ตรงไหน

รทสช.เตรียมถกส่งชื่อท้าชิงนายกฯา

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวก่อนการประชุม ครม.กรณีการเสนอชื่อ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครทสช. เข้าชิงตำแหน่งรองประสภาผู้แทนราษฏรคนที่ 1 ที่ขั้นต่อไปจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า ในวันอังคารหน้าที่ 11ก.ค.จะมีการประชุมสส.ของพรรค เข้าใจว่าจะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้ อย่างกรณีที่เราส่งชื่อนายวิทยาไปเมื่อวันที่ 4ก.ค.ก็ทราบอยู่แล้วว่า เสียงเราสู้เขาไม่ได้ แต่เราต้องยืนยันจุดยืนของพรรค ที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคที่มีจุดยืนแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา112 เราไม่ได้แค่จะงดออกเสียง แต่ต้องส่งคนไปแข่ง เพื่อแสดงจุดยืนให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับจุดยืนของพรรคได้ทราบรายละเอียด ส่วนการจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแข่งด้วยหรือไม่นั้น ถ้ามองย้อนไปก็จะส่งกันทุกพรรค ฉะนั้นครั้งนี้ก็ไม่แน่ เพราะแต่ละพรรคจะมีการหารือกันภายในก่อนและอาจมีการหารือกันนอกรอบกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ว่ามีแนวคิดหรือมองอย่างไร แต่ในพรรคเราก็ต้องคุยกันก่อน ทุกอย่างต้องเป็นมติพรรค

ยก‘วิทยา’ได้105-พรรคไปต่อได้

เมื่อถามว่า ตามขั้นตอนแล้วพรรครทสช.สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ เพราะมีส.ส.เกิน 25 คน แต่จะต้องมองด้านอื่นๆ ด้วยหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ต้องมองหลายด้าน เนื่องจากเราเป็นพรรคขนาดเล็ก เราก็ต้องทำตัวเล็กๆ ดีกว่า แต่ในกติกาเราสามารถเสนอได้ แต่จะเสนอหรือไม่ เราต้องคุยกันก่อนเมื่อถามว่า 105เสียงที่เลือก นายวิทยา จะเช็คสัญญาณจากรัฐบาลขั้วปัจจุบันได้อย่างไรบ้าง นายธนกร กล่าวว่า ตนว่ายังดีอยู่ ตอนแรกตนเข้าใจว่า จะได้สัก 40-50เสียง แต่พอได้ถึง 10 เสียง ก็รู้สึกดี ที่มีสส.เป็นร้อยคนสนับสนุน นายวิทยา เราเป็นพรรคขนาดเล็ก มีสส.36คน แต่มีเสียงสนับสนุนเป็นร้อยคน ถือว่าดีมากแล้ว ฉะนั้นการทำงานในอนาคตเราต้องไปต่อ คิดว่าพรรค รทสช.ไปต่อได้

ยังให้กำลังใจ8พรรคร่วมตั้งรบ.ให้ได้

เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้มองภาพว่ามีโอกาสที่พรรครทสช.จะเป็นฝ่ายค้านได้หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้มองตรงนั้น แต่เราพร้อมทำทุกหน้าที่ การเมืองยังมีอีกหลายขั้นตอน ซึ่งดูแล้วมันก็ไม่ง่ายจากที่เราคิด ดูดินฟ้าอากาศอย่างที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) เคยบอก แล้วมันก็ไม่ง่าย เมื่อถามว่า อาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้ใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่กลไกหลายอย่าง แค่ขั้นตอนก็เยอะและยังมีเรื่องร้องเรียนต่างๆ“ผมคิดว่าเหนื่อยเหมือนกัน แต่อยากให้ตั้งรัฐบาลเร็วๆ เป็นกำลังใจให้ละกัน”นายธนกร กล่าว

ขอบคุณ’ปชป.-ชทพ.’ยกมือหนุน

เมื่อถามว่า การงดออกเสียงของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นการสงวนท่าทีเพื่อรอการจัดตั้งรัฐบาลอะไรบางอย่างใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนคิดว่าคงไม่ใช่ พรรค ภท.ก็เป็นพรรคร่วมที่เราใกล้ชิดกันมาก ซึ่งหลังจากเมื่อวานนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย แต่ในวันนี้ก็จะได้เจอกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรและตนคิดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.เป็นคนที่เราเชื่อมั่น คุ้นเคยกันและมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด กับท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครทสช.เราเข้าใจกัน

นายธนกร กล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ได้ประสานอะไรมาก คุยกันหน้างานเลย ซึ่งก็ได้เสียงจากบางพรรคมาอาจจะไม่ครบ แต่บางพรรคก็ครบ ต้องขอบคุณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่โหวตให้ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา

‘พปชร.’รอเคาะมติโหวตแข่งนายกฯ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร.ว่า ต้องดูเอ็มโอยูของพรรคเสียงข้างมากที่รวมกันได้ 312 เสียงเป็นหลัก และการโหวตเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นการเช็คเสียงแล้ว เป็นเอ็มโอยูของพรรคร่วม 8 พรรคที่จะขับเคลื่อนต่อไป ส่วนฝั่งที่เหลือก็ต้องคุยกันว่าจะเดินต่อไปอย่างไร เพราะยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเสนอชื่อแข่งหรือไม่ หรือจะทำอย่างไรต้องดูสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจัยอะไรที่จะทำให้ตัดสินใจเสนอแข่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไว้คุยกันอีกที เมื่อถามว่าภายในพรรค พปชร.มีการพูดคุยบ้างหรือยัง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ยังมีเวลา คงหลักการง่ายๆว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อแข่งหรือไม่ อาจจะใครหรือไม่ส่งใครก็ได้ เช่นเดียวกับตำแหน่งประธานสภาฯ ก็ไม่ได้แข่ง แต่ผลการโหวตจริงก็เป็นเรื่องของรัฐสภาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของ สส.และสว.ที่จะต้องหารือกัน เมื่อถามย้ำว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังเหนียวแน่นกันอยู่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ยังไม่มีใครไปไหน ยังอยู่ด้วยกัน

‘วันนอร์’เตรียมตัวรอรับโปรดเกล้าฯ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางเข้ามาร่วมประชุมกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนั้นยังมีส.ส.ของพรรคประชาชาติทั้งหมด เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย จากนั้น นายวันนอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ระหว่างตนรอโปรดเกล้าฯเป็นประธานสภาฯ ได้เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร รองเลขาธิการสภาฯและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการในเรื่องรับสนองพระบรมราชโองการฯ ซึ่งอาจจะเป็นช่วง1-2วันนี้ และเตรียมการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏร และประชุมร่วมรัฐสภา โดยกำหนดว่าหากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว จะประชุมสภาฯ นัดแรกในวันที่12 ก.ค. โดยมีระเบียบวาระเพียงให้ส.ส.ที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตนได้ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งจะปรึกษาหารือกันว่าจะประชุมสภาผู้แทนราษฎรแต่ละสมัยจำนวนกี่วันและวันไหนบ้าง แม้ที่ผ่านมามีการจัดให้มีการประชุมในวันพุธ และวันพฤหัสบดีก็ตาม ก็ต้องขอความเห็นในที่ประชุมอยู่ดี

คาดนัดประชุมโหวตนายกฯ13ก.ค.

นายวันนอร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นในวันที่13 ก.ค.นี้ เวลา 09.30น.ซึ่งได้หารือกับ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เรียบร้อยแล้ว โดยทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯจะออกหนังสือเชิญสมาชิกทั้งสองสภามาประชุมร่วมกัน เมื่อถามว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีในส่วนของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและเคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล ที่มีแนวโน้มว่าจะโหวตไม่ผ่าน ประธานฯจะให้มีการโหวตกี่ครั้ง นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่าจำนวนครั้งคงพูดไม่ได้เพราะครั้งเดียวอาจจะผ่านก็ได้ คือได้ 376 เสียง แต่ถ้าไม่ครบก็ต้องพิจารณาการประชุมในรอบต่อไป และต้องวิเคราะห์ดูว่าคะแนนทีไ่ด้มีจำนวนเท่าไหร่ถึงจะครบ 376 เสียง และหากฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะขอเวลาในการประชุมกี่ครั้ง แต่โดยสรุปคือรัฐสภาต้องประชุมให้ได้นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่นายพิธาคนเดียว หากนายพิธาได้ก็ถือว่าได้ไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องหาจนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรี เพราะรัฐสภามีหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูยเืพ่อไปบริหารประเทศ เราจะขาดนายกรัฐมนตรีไม่ได้

ย้ำต้องได้376เสียงถึงได้เป็นนายกฯ

“แต่ในเบื้องต้นผมพูดอย่างเป็นกลางคือส.ส.ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการออกกฎหมายและพิจารณางบประมาณนั้น เขาได้ร่วมกันที่จะตั้งรัฐบาลแล้ว 312เสียง ซึ่งเมื่อวาน (4 ก.ค.) ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการเลือกรองประธานคนที่1 ได้คะแนน312 เสียง อันนี้ก็จะเป็นหลัก แต่การเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เสียงข้างมา312 เสียงแล้วจะได้เป็นเพราะต้องได้ 376เสียงเป็นอย่างน้อย ซึ่งยังขาดอีก 64 คะแนน และหากไม่ได้ก็ต้องโหวตให้ได้376 เสียง และหากวันแรกไม่สามารถถือว่าการประชุมวันนั้นต้องจบ และนัดโหวตนายกฯในนัดครั้งต่อไป โดยจะต้องคำนึงความพร้อมของสมาชิกในการเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ทุกคนเข้าร่วมประชุมอย่างครบถ้วน ผมเชื่อมั่นว่าหากเราทำอะไรด้วยความเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสิ่งนั้นจะบรรลุเป้าหมาย” นายวันมูหะทัดนอร์ กล่าว

รัฐสภาใช้เสียง2ใน3ชงนายกฯคนนอก

เมื่อถามว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ นายพิธา จะให้มีการประชุมอีกหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า ต้องเป็นคนเดิมหรือคนใหม่ แต่เบื้องต้นต้องเป็นคนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดคุณสมบัติครบถ้วนแต่ถ้าหากว่ารายชื่อทั้งหมดที่ส่งไปยัง กกต.ยังไม่ผ่าน ก็ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดว่า ให้รัฐสภาเสนอคนนอกได้ แต่ก็เป็นขั้นตอนที่ยาว เพราะรัฐสภาต้องมีเสียงมากกว่า 2ใน3 ที่เห็นว่า ควรจะให้เสนอคนนอกเข้ามาโหวตในสภาได้ ซึ่งต้องได้เสียง 376เสียงก็ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ตนคิดว่าเราไม่สามารถที่จะไปคาดเดาได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องมีนายกรัฐมนตรีและเป็นนายกฯที่บริหารประเทศต่อไปได้

เมื่อถามว่าประธานจะดูปัจจัยคำมั่นสัญญาของ8พรรคร่วมที่จะดันนายพิธาให้ถึงที่สุดหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้ตกลงใจร่วมกันว่าจะสนับสนุนหัวหน้าพรรคที่มีเสียงข้างมากที่ได้รับการเลือตกั้งมาเมื่อวันที่ 14พ.ค.โดยเป็นข้อตกลงของ8 พรรค แต่รัฐสภาก็ต้องทำหน้าที่ในการเลือกนายกฯ เพราะการโหวตเป็นเรื่องของรัฐสภาที่มีสว.เข้ามาเกี่ยวข้อง หากเฉพาะสภาผู้แทนฯอย่างเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะ312 เสียง ถือว่าเกินครึ่งไปเยอะแล้ว

‘ชัยธวัช’ไม่ยืนยันมีสว.หนุน’พิธา’กี่คน

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า บอกเป็นตัวเลขเป๊ะๆไม่ได้ ต้องให้เกียรติกัน ยังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 10วัน จะพยายามทำความเข้าใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะมีความพยายามนำประเด็นต่างๆ มาปั่นเกินความเป็นจริง มาทำลายความเชื่อมั่นของพรรคก้าวไกล ทางพรรคก็ได้ชี้แจงไปแล้ว และเข้าใจกันด้วยดี ส่วนการจัดสรรโควตาคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะชัดเจนก็ต่อเมื่อได้นายกฯอย่างเป็นทางการแล้ว หากผลักดัน นายพิธา ได้สำเร็จ ก็จะมีรายละเอียดตามมา นายชัยธวัช ย้ำด้วยว่า การที่ นายวันนอร์ ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ จะไม่กระทบกับโควตาในครม.ของพรรคประชาชาติ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน

ย้ำ8พรรคมัดแน่นตั้งรบ.ได้แน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปล่อยให้ฟรีโหวตประธานสภาฯจะเป็นโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยมาช่วยโหวตให้ นายพิธา เป็นนายกฯหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนตอบคำถามแทนพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ เมื่อถามถึงกรณีที่ นายพิเชษฐ์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า“ถ้าไม่รีบจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทยอาจพลิกขั้วมาจัดตั้งรัฐบาลเอง” นายชัยธวัช กล่าวว่า แน่นอน ตราบใดที่ 8พรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันแน่น จะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จแน่นอน พร้อมกล่าวต่อว่า เรามีเป้าหมายและหลักการชัดเจน เราคงไม่ได้ทำงานการเมืองยอมแลกกับทุกอย่าง ใช้ทุกวิธีการเพื่อจะได้อำนาจและเป็นรัฐบาล เพราะจะไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

ปูดซื้อเสียงสว.แลกเข็น‘พิธา’นั่งนายกฯ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)พัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีส.ว.บางกลุ่มเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงและไม่ทราบตัวตนว่า ส.ว.เป็นใคร อย่างไรก็ดีตนไม่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นจริง เนื่องจากการซื้อเสียง สว.เพื่อแลกโหวตนั้นไม่ใช่จะเกิดแค่วงเล็กๆ เพราะต้องได้เสียงถึง 60-70 เสียง หากเขาจะซื้อแค่ 10- 20เสียง จะไม่สามารถการันตีว่าจะได้รับเสียงโหวตที่เพียงพอตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ 376เสียง โดยขณะนี้ฝั่ง8พรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียง 311เสียง ดังนั้นยังขาดอีกเกือบ 70 เสียง ดังนั้นหากทำจริง ตนเชื่อว่า จะมีการบันทึกหลักฐานไว้ คงไม่ยอมให้การจ่ายผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลกันฟรีๆ หรือไร้หลักฐาน “ข่าวที่ออกมาผมมองว่าไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้นและยิ่งส.ว.เองไม่เป็นผลดีแน่นอน เพราะคนที่จะโหวตนั้นต้องถูกจับจ้อง และมองว่ามีผลประโยชน์หรือเป็นไปตามกระแสข่าวหรือไม่” นายเสรี กล่าว

ไม่เลิกยุ่งม.112ไม่หนุนพิธาแน่นอน

เมื่อถามว่าส.ว.จะหารือร่วมกันก่อนวันโหวตนายกฯ หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า คงมีการพูดคุยแต่เป็นแบบธรรมชาติ และเป็นปกติ อีกทั้งในสัปดาห์หน้า วันที่ 10-11ก.ค.นี้ ส.ว.จะมีการประชุม หลังจากที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว” นายเสรี กล่าว เมื่อถามถึงทิศทางโหวตนายกฯ ว่าส่วนตัว ยืนยันจุดยืนเดิมหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าตนจะยืนยันจุดเดิมหรือไม่ แต่พรรคก้าวไกล และนายพิธา ควรแสดงจุดยืน หากไม่ยอมถอยเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ตนจะไม่ถอยเช่นกัน

‘กิตติศักดิ์’หนุน’อิ๊ง-เศรษฐา’ชิ่งก.ก.

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.กล่าวถึงทิศทางลงมติของ สว.เพื่อเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลและหัวหน้าพรรคก.ก.เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ตำแหน่งประธานรัฐสภา ไม่เกี่ยว หรือจะจูงใจให้สว.เปลี่ยนแปลงการลงมติได้ แม้ สว.จะมีความยินดีและเห็นด้วยในการสนับสนุนให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา จากความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่สำหรับการเลือกนายกฯนั้นยังมั่นใจว่า ในวันลงมติจะมีพรรคการเมืองอื่นเสนอชื่อแข่งมากกว่า 1พรรค แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นบุคคลใดที่จะถูกเสนอชื่อแข่ง มั่นใจได้ว่าจะมีมากกว่า1คน1พรรคแน่นอน ส่วนตัวยังยืนยันจุดยืนเดิมที่ไม่สนับสนุน นายพิธา เป็นนายกฯได้ เนื่องจากพฤติกรรมและท่าทีหลายเรื่อง รวมทั้งประเด็นที่พรรคก้าวไกล ยังคงสนับสนุนการแก้ไขมาตรา112 เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ นายเศรษฐา ทวีสิน 2แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ายกิตติศักดิ์ ย้อนถามว่า ยังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ หากมี ก็ไม่สนับสนุน แต่หากพรรคเพื่อไทยสลัดออกจากพรรคก้าวไกลก็พอจะสนับสนุนได้ เพราะสว.ต้องการให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ และมั่นใจว่า สว.ส่วนใหญ่ก็คิดเช่นนี้

เชื่อ’ปดิพัทธ์’ทำหน้าที่ในสภาฯได้

เมื่อถามว่า หากเพื่อไทยสลัดพรรคก.ก.อกจากสมการจัดตั้งรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว แต่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลกของพรรคก.ก.ก็ได้รับเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่1 จะทำให้มีปัญหาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในอนาคตหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า“ไม่กระทบแน่นอน เพราะตามหลักการ ประธานสภาและรองประธานสภา เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯแล้วต้องถอนตัวจากพรรคที่สังกัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำหน้าที่ เพราะหากประธานสภา หรือรองประธานสภาฯ เอนเอียง ก็เชื่อว่าจะไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ดังนั้น จึงจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและกฎหมายอย่างชัดเจน ไม่บิดเบือนระเบียบ หรือกฎหมาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top