533.jpg
จับขั้วตั้งรบ.ใหม่/‘ก้าวไกล’ฝ่ายค้าน  ‘เพื่อไทย’ฉีกMOU  ชง‘เศรษฐา’นั่งเก้าอี้นายกฯ

จับขั้วตั้งรบ.ใหม่/‘ก้าวไกล’ฝ่ายค้าน ‘เพื่อไทย’ฉีกMOU ชง‘เศรษฐา’นั่งเก้าอี้นายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.
Tag :

จับขั้วตั้งรบ.ใหม่/‘ก้าวไกล’ฝ่ายค้าน

‘เพื่อไทย’ฉีกMOU

ชง‘เศรษฐา’นั่งเก้าอี้นายกฯ

เคลียร์เสียงสว.โหวตหนุน

นัดเปิดตัวพรรคร่วม3ส.ค.

ม็อบเดือดบุกพท.เผาหุ่น

“เพื่อไทย” ตัดสินใจถีบหัวส่ง “ก้าวไกล”ไปเป็นฝ่ายค้าน หลังไม่ยอมถอย แก้ ม.112ขอสลาย 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไปจับขั้วใหม่ตั้งรัฐบาลเอง “ชลน่าน”เชื่อสว.ให้การสนับสนุนรับปากถ้าได้เป็นรัฐบาล แก้รธน.เสร็จยุบสภา ในขณะที่ม็อบด้อมส้มคลั่งเดือดจัดหลังรู้ข่าวฉีกเอ็มโอยู เผาหุ่น-สาดเลือดหน้าพรรคเพื่อไทย ตะโกนด่าตระบัดสัตย์ “โรม”สารภาพเจ็บปวดหนัก

เมื่อเช้าวันที่ 2สิงหาคม 2566 แกนนำคณะเจรจาของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ได้ประชุมร่วมกันถึงการจัดตั้งรัฐบาลและรายงานคืบหน้าแนวทางหาเสียง สส. สว. สนับสนุนโหวตนายกฯ รอบ 3


โดยคณะเจรจาของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยนพ.ชลน่าน ศรีแก้วหัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคฯ ส่วนคณะเจรจาของพรรคก้าวไกล แกนนำพรรคก้าวไกล นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค

พรรคเพื่อไทยเปิดแถลงข่าว

ต่อมาภายหลังประชุมใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เวลา14.20น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะเปิดแถลงข่าว ระบุว่า เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และอีก 6 พรรค รวมได้ 312 เสียง ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ และเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

พรรคเพื่อไทยมีความเห็นอย่างชัดเจนในสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศ และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ป.อาญา ม.112 ต่อมา ในวันที่ 13 ก.ค. 2566 ตัวแทนพรรคก้าวไกล ไม่สามารถรวมเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาได้ โดยได้เพียง 324 เสียงจากที่ต้องการ 376 เสียงโดยพรรคเพื่อไทยได้สนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่างสุดความสามารถ ทั้งการอภิปรายและยกมือสนับสนุน 141 เสียง แต่ปรากฏเงื่อนไขของพรรคการเมืองอื่นๆ รวมถึง สว.ไม่ยอมรับนโยบายแก้ไข ป.อาญา ม.112 ของพรรคก้าวไกล

อัด‘ก้าวไกล’ไม่ยอมปรับเปลี่ยน

“พรรคก้าวไกลรับทราบท่าทีเหล่านี้แต่ไม่ปรับเปลี่ยนนโยบาย จึงเป็นการแน่ชัดว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล จะไม่สามารถผ่านเการเห็นชอบจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งได้ ดังนั้นที่ประชุม 8 พรรคร่วม จึงมีมติส่งมอบภารกิจแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้กับพรรคเพื่อไทย โดยเห็นชอบให้พรรคเพื่อไทยหาเสียงสนับสนุนทั้งจากพรรคการเมืองนอกกลุ่ม พรรคร่วมเดิม และ สว.ได้”นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อไปว่าพรรคเพื่อไทยจึงเดินหน้าหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมทั้งจาก สว. และ สส. ด้วยการเชิญหลายพรรคการเมืองเข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ พรรคเพื่อไทย รวมถึงส่งตัวแทนรับฟังความเห็นของ สว.ทั้งรายกลุ่มและรายบุคคล พบประเด็นแก้ ม.112 ของพรรคก้าวไกล ยังเป็นเงือนไขหลัก รวมถึงบางพรรคและบางคนแสดงจุดยืนชัดเจนจะไม่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลของพรรคก้าวไกลในทุกกรณี

ฉีกMOUส่ง‘เศรษฐา’ชิงนายกฯ

“ในสถานการณ์เช่นนี้ พรรคเพื่อไทย ได้หารือกับพรรคก้าวไกล ขอถอนตัวจากการร่วมมือ และเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลพรรคร่วมใหม่ เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยและนายเศรษฐา ทวีสิน ขอยืนยันชัดเจนว่า เราจะไม่สนับสนุนการแก้ไข ม.112 และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ในพรรคร่วม พรรคเพื่อไทยจะใช้ความพยายามรวบรวมเสียงให้เพียงพอกับการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเหมาะสม” นพ.ชลน่าน กล่าว

ถีบ”ก้าวไกล”ไปเป็นฝ่ายค้าน

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่าสำหรับพรรคก้าวไกลจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน และยืนยันจะทำงานการเมืองในมิติใหม่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ในภารกิจที่สำคัญ 1.ผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่เป็นต้นเหตุของความยากลำบากในการตั้งรัฐบาลและก่อให้เกิดวิกฤติต่างๆขณะนี้โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ โดยการประชุมครม.ในครั้งแรกจะมีการให้ทำประชามติและจัดตั้งสสร.ให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อแล้วเสร็จรัฐบาล จะคืนอำนาจให้ประชาชน เลือกตั้งใหม่ในกติการัฐธรรมนูญใหม่

. 2.นโยบายที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมที่นำเสนอต่อประชาชนและมีความเห็นตรงกัน เช่น สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า ปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ กองทัพและกระกระบวนการยุติธรรม เปลียนการเกณฑ์ทหารรเป็นระบบสมัครใจ ผลักดันการกระจายอำนาจทั้งภารกิจและงบประมาณ ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เป็นต้น

ลั่นมีความจริงใจกับทุกพรรค

ทั้งนี้ ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพร้อมผลักดันร่วมกับพรรคร่วมเพื่อให้นโยบายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนดำเนินการได้ประสบผลสำเร็จ พรรคเพื่อไทยขอแสงความจริงใจต่อเพื่อนมิตรทุกพรรรคการเมืองและ สว. รวมทั้งพี่น้องประชาชนว่า นี่คือแนวทางที่จะรักษาสถาบันสำคัญของชาติ ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ และช่วยผลักดันความต้องการของประชาชน ภายใต้ข้อจำกัดและเส้นทางที่ยากลำบากนี่ไว้ให้ได้ เพื่อให้ภารกิจนำพาประเทศพ้นวิกฤติ

“สร้างสรรค์ประชาธิปไตย แก้ไขความขัดแย้งคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ปลดพันธนาการจากกลไกไม่ปกติให้คืนสู่ปกติ และใช้ประสบการณ์และความสามารถของบุคลากรของพรรคเพื่อไทย เร่งแก้วิกฤติทางเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ภายใต้ รธน. ใหม่ซึ่งเป็นกติกาสูงสุดจากอำนาจของประชาชน” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

เชื่อสมาชิกวุฒิสภาโหวดให้

นายแพทย์ ชลน่าน กล่าวถึง เรื่องโหวตนายกฯ รอบ 3 ในวันที่ 4 ส.ค. 2 พรรคเพื่อไทย-ก้าวไกล ตกลงกัน และเป็นเอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล จะลงคะแนน หรือไม่ลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทยก็ได้ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ ขออนุญาตมีความคืบหน้าให้ผู้สื่อข่าวพรุ่งนี้

ขณะที่คำถาม สว.โหวตให้หรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ข่าวที่แถลงในวันนี้ และมีเจตนาชัดเจน เงื่อนไขเดิม ลดเงื่อนไขลงทั้งหมด ม.112 น่าจะเป็นผลให้ สว.ลงมาร่วมกับเราได้.

พท.นัด 3ส.ค.เปิดตัวพรรคร่วมรบ.

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีอีก 6 พรรคร่วมฯจะตัดสินใจร่วมรัฐบาลใหม่กับพรรคพท.หรือไม่ ว่าขอให้เป็นดุลยพินิจของแต่ละพรรค หากเห็นด้วยกับแนวทางของพรรค พท. เราก็ยินดี บางพรรคร่วมตอบรับ บางพรรคยังไม่แสดงท่าที ส่วนเรื่องการโหวตของ ก.ก. จะช่วย พท.หรือไม่นั้น เราได้แจ้งพรรคร่วมแล้วว่าเป็นเรื่องของเอกสิทธิ์ของพรรค ก.ก. ในวันที่ 3 ส.ค.ช่วงบ่าย เราจะออกแถลงการณ์ตั้งรัฐบาลใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ส่วนนพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล ว่าจะลงคะแนนให้หรือไม่ก็ได้ ส่วนพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ส.ค.โดยคาดว่าน่าจะเป็นช่วงบ่าย และจะมีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)หรือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)หรือไม่นั้น ก็ขอให้รอดูในวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกัน

เลขาก้าวไกลขอโทษปชช.แจง3ข้อ

ที่อาคารไทยซัมมิท นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวภายหลังการหารือเจรจากับพรรคเพื่อไทย ในการจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จผล โดยพรรคเพื่อไทย จะสลายขั้ว 8 พรรคลงนาม MOU เดิม ไปจับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ เสมือนผลักพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน

โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า มีประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลแถลงสั้น ๆ 3 ประเด็นคือ 1.พรรคก้าวไกล ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่เราไม่สามารถผลักดันให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลที่เคารพเจตจำนงของประชาชนผ่านการเลือกตั้งได้สำเร็จดังที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงไปแล้วเมื่อตอนบ่ายว่า หลังจากนี้พรรคเพื่อไทย จะแยกจากพรรคก้าวไกล ไปจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง

2.ในการพูดคุยกัน พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีการขอให้พรรคก้าวไกลพิจารณา ถอยเรื่องการเสนอการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีการเจรจากันเรื่องนี้ โดยพรรคเพื่อไทยให้เหตุผลว่า พรรคการเมืองเกือบทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยไปพูดคุยกัน ที่ผ่านมาไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะมีเรื่องมาตรา 112 หรือไม่ก็ตาม

3.พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ขอให้พรรคก้าวไกลโหวตให้แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เพราะถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค และการพูดคุยเมื่อเช้านี้ แกนนำของพรรคเพื่อไทยบางท่าน ได้แสดงความกังวลใจด้วยซ้ำว่า หากพรรคก้าวไกล จะโหวตให้กับแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย อาจทำให้ สว.ไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยได้ เพราะอาจจะไปกังวลว่า ถ้าพรรคก้าวไกลยังโหวตให้เพื่อไทย เดี๋ยวหลังจากเลือกนายกฯเสร็จแล้ว พรรคเพื่อไทยจะดึงพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลอีก

ด้อมส้มนัดรวบตัวแยกอโสก

ก่อนหน้านี้เวลา 12.00 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกาศจัดกิจกรรม CAR MOB จากแยกอโศกมนตรี มาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อยื่นรายชื่อประชาชนให้พรรคเพื่อไทย สนับสนุน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจับมือกันให้แน่น สามัคคี ไม่แตกขั้ว-ข้ามขั้วจนสมาชิกวุฒิสภา(สว.) หมดวาระ

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวกันบริเวณแยกอโศกมนตรีฝั่งห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 หลายคนแต่งกายด้วยชุดสีชมพู สีขาว และสีครีม ขณะที่บางส่วนแต่งกายด้วยชุดสีส้ม พร้อมถือรูปนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ระบุข้อความว่ายังคงสนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุดยังไม่มีการตั้งขบวนคาร์ม็อบ แต่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนปักหลักปราศรัยอยู่ทบริเวณริมทางเท้า

ด้าน นายธัชพงศ์ แกดำ ผู้ประสานงานกลุ่ม Respect My Vote เปิดเผยว่าต้องการให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล รวมถึง 8 พรรคร่วม ยึดถือหลักการตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ไปจับขั้วกับฝ่ายเผด็จการ

“เชื่อว่า สว.จะทนหน้าด้านอยู่ได้ไม่เกิน 2 เดือนเพราะตอนนี้สังคมโลก สังคมไทยจับตาดูอยู่ สว. จะเป็นตัวถ่วงทำไม ทำไมไม่ยอมเปิดทางให้สภาเดินไปตามขั้นตอน สว.ยื้อเกมส์ากกว่า 2 เดือนแล้ว ที่ สว.ยื้อเพื่อต้องการให้เกิดสถานการณ์พิเศษหรือไม่ ต้องการให้กองทัพออกมาจัดการปัญหาหรือไม่ หรือ สว.ต้องการให้ประเทศกลับไปสู่วงจรอุบาทว์เหมือนเดิม”

วงจรปิด’พรึ่บ!รับม็อบบุกพรรค

ขณะเดียวกัน ทางพรรคเพื่อไทยได้ให้เจ้าหน้าที่มาติดกล้องวงจรปิดที่บริเวณทางเดินและหน้าลิฟต์ชั้นที่ 1 เนื่องจากจะมีม็อบมายื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทยรวมถึงทางพรรค พท.ได้มีการปิดประตูเข้าออก ทางข้างหน้าและข้างหลังของพรรค ตั้งแต่เวลา 12.00 น.

เจ้าหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ทำการวางรั้วกั้นเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มวลชน บุกในอาคารที่ทำการของพรรค หลังจากทราบว่าจะมีกลุ่มมวลชนที่จะบุกเข้ามาสอบถามถึงจุดยืน รวมทั้งทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์หน้าที่ทำการพรรค โดยเฉพาะการเทแป้งใส่พรรคเพื่อไทย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย.

ขอกำลังตำรวจคุ้มกัน

ด้าน พ.ต.อ.เสนาะ พูนเพชร รักษาการ ผกก.สน.มักสัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน มาดูแลความเรียบร้อย ทาง สน.จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เกิน 10 นาย มาดูแลความเรียบร้อยที่บริเวณที่ทำการพรรคเพื่อไทย และหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากในเวลาประมาณจะมีม็อบมายื่นหนังสือให้พรรคเพื่อไทย ดังนั้น จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการจราจรในเส้นถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในช่วงที่ม็อบเคลื่อนขบวนมายื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากทางพรรคเพื่อไทยได้เตรียมผู้แทนมารับหนังสือจากม็อบแล้ว

ท้าด้อมส้ม เปิดหน้าขนทัวร์

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใส่ร้ายเพื่อไทย ด้วยวาทกรรม “อยากได้อำนาจโดยใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง” ผมอนาถใจกับพวก “อยากขวางเพื่อไทย” ที่ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชน... ทั้งติ่ง ทั้งด้อม ทั้ง ค ทั้ง ห... พาทัวร์มาลงหน่อย เปิดหน้ากันเลยดีไหม

ปล่อยคลิป‘เศรษฐา’ไม่เอารถถัง

เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งและการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ โดยเนื้อหาเป็นการเน้นย้ำนโยบายการพัฒนาประเทศ และมีตอนหนึ่งระบุว่า “เอาปืน เอารถดังออกมายึดอำนาจจากพวกเรา จากประชาชน แล้วคิดว่าคนอย่างผม นายเศรษฐา อยากไปร่วมกับเขาหรอ ผมไม่คิดไปร่วมไม่มีความคิดเลยด้วย”

คลั่ง‘เผา-ด่า’พท.ตระบัดสัตย์

เวลา 14.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ มวลชนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเคลื่อนขบวน”คาร์ม็อบแห่มาลัยวิวาห์” เดินทางมาถึงยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย และตั้งขบวนพร้อมจัดชุดขันหมาก เตรียมยื่นหนังสือ แต่ปรากฎหลังมวลชนทราบข่าวที่ทางพรรคเพื่อไทยแถลงฉีกเอ็มโอยูและตั้งรัฐบาลโดยที่ไม่มีพรรคก้าวไกล ทำให้มวลชนอีกกลุ่มลุกฮือ บุกเข้าพรรคตะโกนด่า ตระบัดสัตย์ พท.หลอกเจาะไข่แดงก้าวไกลและได้แสดงสัญลักษณ์ ด้วยการสาดเลือดใส่หุ่นจำลองพร้อมจุดไฟเผา บริเวณหน้าที่ทำการพรรค ก่อนเจ้าหน้าที่จะทำการดับ

ขณะที่มวลชนกลุ่มขบวนขันหมากคล้องใจยังคงดำเนินกิจกรรมแห่ขันหมากต่อ

‘โรม’รับเจ็บปวดตั้งรบ.ปชช.ไม่ได้

เวลา 14.50น.ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรับหนังสือจากกลุ่ม“คาร์ม็อบ”ว่า จุดยืนของผู้ชุมนุมก็เหมือนจุดยืนเดิมของพรรคก้าวไกล เราต้องการให้8พรรคร่วมรัฐบาลจับมือกันให้แน่นเข้าไว้ แต่ต้องยอมรับว่าการ ความพยายาม จากพรรคก้าวไกลฝ่ายเดียวยังไม่เพียงพอ ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทย แถลงผลการหารือให้พรรคก้าวไกล เป็นฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนก็เข้าใจว่าแต่งงานกันแล้ว จดทะเบียนกันแล้ว ซึ่งมีเอ็มโอยูที่เปรียบเสมือนการจดทะเบียน แต่ว่าวันนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องของเจ้าสาวรอเก้อ แต่เป็นเรื่องของ จะมีการหย่ากันมากกว่า เมื่อถามว่า เมียน้อยเยอะหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า “ไม่ทราบ ต้องถามผู้ที่ไป มีกิ๊ก หรือภรรยาน้อย”

เมื่อถามว่า มองปรากฏการณ์นี้อย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราไม่อยากให้ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น และหากจินตนาการว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียงเป็นพรรคเดียว ก็น่าจะจบ แม้อาจจะอาจจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะเสียงไม่ถึง 376 เสียง แต่ตนก็เชื่อว่าถ้าเราเหนียวแน่น การรอ 10 เดือนก็ไม่มีความหมาย ซึ่งไม่ต้องถึงก็ได้ แต่ตอนนี้ก็ทำให้ประชาชนรู้สึก ว่าจะเกิดการสลายขั้ว 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยทำให้เราเจอวิกฤตในตอนนี้ ประชาชนและไม่สามารถตั้งรัฐบาลที่ประชาชนให้มาได้

เตรียมหารือกันในเร็วๆนี้

เมื่อถามว่า การเป็นฝ่ายค้านจะทำให้โชว์ฝีมือได้อีกใน 4 ปีนี้หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของการโชว์ฝีมือ พรรคก้าวไกล จะแถลงความชัดเจนในเรื่องนี้ เชื่อว่าทุกคนก็ต้องอยากรู้ว่า จังหวะก้าวต่อไปของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้คืออะไร ซึ่งทางนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคฯ จะให้การในเรื่องนี้

เมื่อถามถึงความรู้สึกของ ส.ส.พรรคก้าวไกลภายหลังพรรคเพื่อไทยถอนตัวจาก 8 พรรคร่วมฯนายรังสิมันต์กล่าวว่าตนอาจจะตอบแทนทุกคนไม่ได้ในตอนนี้ เพราะอยู่ในระหว่างการประชุม ส.ส.ต้องรอการประชุมเสร็จสิ้น

“แต่ขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เราเห็นสัญญาณของการปล่อยข่าวมาโดยตลอดว่าจะถูกให้เป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นก็คงรู้อยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ แต่ความรู้สึกผมที่รู้สึกเจ็บปวด และพี่น้องประชาชนที่เขาฝัน มันน่าเศร้านะ มันอีกนิดเดียวจริงๆ” นายรังสิมันต์ ย้ำ

‘เสี่ยหนู’จี้พท.ต้องชัดเจน-ไม่อึมครึม

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่4 ส.ค.นี้ ว่า ต้องดูก่อนว่าการนำเสนอเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใดๆ ปล่อยให้พรรคอันดับ2ดำเนินการ และยังไม่มีการส่งสัญญาณมา

เมื่อถามย้ำว่าพรรคเพื่อไทย ควรจะประกาศให้ชัดเจนว่าพรรคใดร่วมรัฐบาลบ้างใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องพูดให้ชัดเจน ตรงนี้เป็นสิ่งจำเป็นว่าใครร่วมรัฐบาลใครเป็นฝ่ายค้าน เมื่อร่วมแล้วจะต้องไม่มีนโยบายอะไรบ้าง เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจกัน ตนคุยกับหัวหน้าพรรคหลายๆพรรค หลายๆท่านก็ยืนยันในหลักการนี้

เมื่อถามว่า ถ้ายังไม่มีความชัดเจนในวันที่ 4 ส.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยก็โหวตลำบากใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องชัดเจน ก่อนจะอึมครึมไปอย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งประชาชนไม่ต้องกังวล ตนคิดว่าจะมีการแถลงความชัดเจน เพราะหากไม่แถลงจะโหวตนายกฯอย่างไร เราก็ไม่รู้จะอยู่ตรงนี้

รทสช.พร้อมเป็นรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ภายหลังพรรคเพื่อไทยแถลงฉีกเอ็มโอยูและประกาศไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ติดต่อมา

เมื่อถามว่า ยังติดปัญหา 2 ลุงคือพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ อยู่จะแก้ปัญหาอย่างไร นายเอกนัฏ กล่าวว่า คงไม่ต้องแก้ปัญหา เพราะในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เราไม่ได้ติดใจที่จะเป็นฝ่ายค้าน หรือ แม้แต่เป็นรัฐบาล เราสามารถทำหน้าที่ได้ เพียงแต่จะอยู่ตรงไหนต้องรักษาจุดยืน ส่วนการพูดถึงไม่เอาลุงนั้น สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ลาออกไปเลย แล้วจะเอากันไปถึงไหน อยากให้พูดถึง อนาคตดีกว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากจมอยู่กับอดีตก็ไม่มีอนาคต

ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครทสช.กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยแถลงฉีกเอ็มโอยูสลายขั้ว 8 พรรค มีโอกาสทำให้พรรครทสช.ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าคงพูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ทั้งนี้ไม่ได้ติดใจคุณสมบัติของนายเศรษฐา ถ้าไม่คิดแก้ม.112 และเรื่องที่เพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องมาคุยกับพรรคการเมืองอื่นก่อน

ปชป.ประชุมสส.โหวดนายกฯ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 สิงหาคม 2566 เวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา เพื่อกำหนดท่าทีในการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมจะได้เปิดให้ สส. ได้มีการอภิปราย เพื่อแสดงความเห็นในการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายของพรรค แนวคิดของพรรค และบุคคลผู้ถูกเสนอตัวว่ามีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไข หรือยกเลิกมาตรา 112 หรือไม่ ซึ่ง สส. ของพรรคจะต้องนำมาประกอบการพิจารณากับเหตุผลอื่นๆ อย่างละเอียดรอบคอบ บนหลักการที่สำคัญ คือ อุดมการณ์ของพรรค

นายราเมศ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้หยิบยกในเรื่องการร่วมรัฐบาล หรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นมาพูดคุยกันในพรรค เชื่อว่าหากวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านไปแล้ว และได้บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคก็จะได้พิจารณาทิศทางในทางการเมืองอีกครั้ง แต่ขอย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีศักดิ์ศรีทุกหน้าที่ สามารถทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติได้ทั้งหมด ที่ผ่านมาเป็นมาแล้วทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำงาน เมื่อที่ประชุม สส. มีมติอย่างไร ก็จะแถลงข่าวให้ทราบต่อไป

‘สว.วันชัย’เชื่อปิดสวิสซ์สว.ไม่ได้

ด้านนายวันชัย สอนศิริ สว.กล่าวถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล เพื่อยกเลิกอำนาจการเลือกนายกรัฐมนตรี ปิดสวิชต์ สว. โดยเชื่อว่าที่ประชุมรัฐสภาจะยังไม่สามารถพิจารณาได้ เพราะองค์ประกอบเสียงไม่ครบ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเสียง สส.ฝ่ายค้าน และ สส.ฝ่ายรัฐบาล จึงเชื่อว่าแม้ที่ประชุมจะสามารถอภิปรายพิจารณาได้ แต่จะมีปัญหาในการลงมติ

และยังเชื่อว่าจะมีสว.หันมาสนับสนุนการปิดสวิตช์ตนเองมากขึ้น เพราะสว.ชุดปัจจุบันใกล้หมดวาระแล้ว พร้อมชี้แจงอำนาจการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของสว.ว่าจะหมดลงในวันที่ 11 พ.ค.2567ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา272กำหนดและเข้าสู่กระบวนการสรรหา สว.ชุดใหม่ ที่จะมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 200 คน โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน โดยที่ สว.ชุดปัจจุบันนี้อาจจะต้องรักษาการทำหน้าที่ไปก่อน จนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่ แต่ไม่มีสิทธิลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

ฟันธง‘นายกฯ’จบที่‘เพื่อไทย’

นายวันชัย สอนศิริ ยังกล่าวถึงการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ในวันที่ 4 ส.ค.นี้โดยเชื่อว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีจะจบที่พรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยรับทราบปัญหาการตั้งรัฐบาล ที่ผ่านมาแล้วและศักยภาพของพรรคเพื่อไทย ก็สามารถประสานได้กับทุกฝ่าย ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาได้ และประสานทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว การลงมติก็น่าจะผ่านไปได้ เพราะประชาชน รอรัฐบาลชุดใหม่มานานแล้ว หากทอดเวลาให้นานออกไปก็จะเป็นปัญหาต่อประชาชน โดยขอให้พรรคเพื่อไทย กล้าดำเนินการยึดการแก้ปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง พรรคเพื่อไทย ก็จะสามารถตั้งรัฐบาลได้แน่นอนไม่ว่าจะทางใด

นายวันชัย ยังย้ำถึงสาเหตุที่ สว.ไม่ยอมรับแกนนำของพรรคก้าวไกลว่า สว.กังวลต่อนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

‘สว.เสรี’คาดศาลรธน.ยกคำร้อง

ขณะที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีมติของรัฐสภา วันที่ 19ก.ค. ที่ห้ามเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ซ้ำรอบสองนั้นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันที่3 ส.ค.นี้ว่า ตนประเมินว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะยกคำร้อง เพราะประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่การกระทบสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล หรือกระทบโดยตรง แต่เป็นเหตุผลทางการเมือง ขณะที่การพิจารณาวินิจฉัยของรัฐสภา เมื่อ 19 กรกฏาคม นั้นเป็นเอกสิทธิ์ และเป็นไปตามอำนาจอธิปไตยของฝ่ายนิติญญัติ ดังนั้นศาลไม่สามารถก้าวก่ายเรื่องดังกล่าวด้วย ดังนั้นตนมองว่าโดยรวมแล้วจะยกคำร้อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top