533.jpg
ฉากทัศน์ต่อไปของ'นช.ทักษิณ' เตรียมรับ'การพักโทษ' เผยยื่นเอกสารตั้งแต่วันเข้า ปท.แล้ว

ฉากทัศน์ต่อไปของ'นช.ทักษิณ' เตรียมรับ'การพักโทษ' เผยยื่นเอกสารตั้งแต่วันเข้า ปท.แล้ว

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.26 น.

ฉากทัศน์ต่อไปของ"นช.ทักษิณ"  เตรียมรับ”การพักโทษ”เหตุสูงวัย โรครุมเร้า-เข้าเกณฑ์"ราชทัณฑ์"ชงพิจารณาชั้นคณะกรรมการฯ จ่อขยับเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีโดยอัตโนมัติ  เผย"ทักษิณ"ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาตั้งแต่วันเข้า ปท.แล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ก.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชทานอภัยลดโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากทั้งหมด 8 ปี เหลือเพียง 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น


วันนี้( 2 ก.ย.) แหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยว่าฉากทัศน์ความเป็นไปหลังจากนี้ของนายทักษิณ ชินวัตร ระหว่างรับโทษจำคุก 1 ปี และยังอยู่ในช่วงการนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ว่าเดิมนายทักษิณ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา จำนวน 3 คดี คือ คดีที่ 1 ความผิดต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก 3 ปี คดีที่ 2 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งคดีที่ 1 กับคดีที่ 2 นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก 3 ปี (ให้นับโทษสูงสุดแทน) และ คดีที่ 3 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม กำหนดโทษจำคุก 5 ปี รวมกำหนดโทษจำคุก 8 ปี แต่เมื่อมีพระราชทานอภัยลดโทษรวมมาจึงเหลือเพียงปีเดียว จึงเท่ากับนายทักษิณเหลือโทษจำคุกเพียง 1 ปี  

ต่อจากนั้นจะต้องไปดูในเรื่องของระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและการแยกคุมขัง การเลื่อนหรือลดชั้นนักโทษเด็ดขาด การลดวันต้องโทษจำคุกและการพักการลงโทษ พ.ศ. 2559 ซึ่งแน่นอนว่าในกรณีของนายทักษิณ เนื่องด้วยเดินทางกลับเข้าประเทศ ไทยในช่วงเกณฑ์ที่ 1 ปีมีการปรับ 3 ครั้ง (สำหรับโทษไม่เกิน 3 ปี) ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ทำให้นายทักษิณจากที่เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง จึงถูกปรับเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากผู้ต้องขังรายใดเข้าเรือนจำฯ ในเดือนกันยายนก็จะทำให้ต้องไปได้รับการปรับชั้นนักโทษในเดือนธันวาคม

เมื่อถามว่าในกรณีของนายทักษิณนั้น จะได้รับการลดโทษลงอีกในวันสำคัญต่างๆหลังจากนี้หรือไม่ หรือต้องรับโทษจำคุก 1 ปีไม่มีการลดหย่อนตามที่มีพระราชอำนาจเด็ดขาดนั้น แหล่งข่าว ระบุว่า เรื่องของการพระราชทานอภัยโทษตามวันสำคัญต่างๆ ทั้งวันพ่อหรือวันแม่ เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ ซึ่งไม่สามารถยืนยันชัดเจนได้ว่าในวันสำคัญต่างๆนั้น จะมีการพระราช ทานอภัยโทษหรือพระราชทานอภัยลดโทษหรือไม่ เป็นสิ่งที่มิอาจก้าวล่วงได้ อย่างไรก็ตาม จะมีเรื่องเกณฑ์อายุของผู้ต้องขัง เช่น กรณีเป็นผู้ต้องขังสูงวัย พ่วงด้วยโรคอาการเจ็บป่วย จะมีในส่วนของการได้รับการพิจารณาพักโทษ ซึ่งทางเรือนจำ/ทัณฑสถาน โดยผู้บัญชา การเรือนจำจะดำเนินการตรวจดูเรื่องหลักเกณฑ์ว่าผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นดีรายใดเข้าเกณฑ์พักโทษ และรายงานไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อเสนอคณะกรรมการ พิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
ท้ายสุดจึงจะมีการแจ้งให้ผู้ต้องขังรับทราบ 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็มีบุคคลมีชื่อเสียงหลายรายที่ได้รับการพักโทษและออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้านนอก เพียงแต่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการรายงานตัวต่อกรมคุมประพฤติ เช่น กรณีของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย กรณีของนายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นต้น อีกทั้งบางรายอาจจะมีการติดกำไลอีเอ็มสักระยะ แต่หากคณะกรรมการเห็นว่ามารายงานตัวปกติ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็จะอนุญาตปลดกำไลอีเอ็ม

แหล่งข่าวฯ อธิบายอีกว่า ถือเป็นเกณฑ์ปกติสำหรับนักโทษเด็ดขาดที่ได้เข้าเกณฑ์การพักโทษ เช่น การเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดี ไม่เคยประพฤติผิดวินัย หรือขณะที่อยู่ในเรือนจำมีความประพฤติดี ซึ่งเรือนจำฯ ก็จะมีการเสนอแจ้งไปยังผู้ต้องขังว่าเข้าเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ระหว่างการพักโทษ ผู้ต้องขังจะอยู่พื้นที่ใดก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะมีเงื่อนไข คือ ห้ามก่อคดี ห้ามกระทำความผิดระหว่างการคุมประพฤติ เช่น ในกรณีของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ช่วงนั้นมีเงื่อนไขห้ามพูดเรื่องการเมือง เป็นต้น ทำให้ในกรณีของนายทักษิณ ทางคณะกรรมการอาจมีการกำหนดเงื่อนไขเช่นกัน ส่วนเรื่องจำกัดรัศมีกิโลเมตรนั้นแล้วแต่รายบุคคล เพราะบางรายอาจจะถูกเงื่อนไขจำกัดได้แค่พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ส่วนถ้าจะไปต่างจังหวัดก็ต้องดำเนินการแจ้งขออนุญาต อย่างไรก็ตาม การพักโทษจะเป็นความรับผิดชอบของหน้างานกรมคุมประพฤติ และเมื่อจบกระบวนการพักโทษ จึงค่อยดำเนินการรายงานต่อศาล แล้วเข้าสู่กระบวนการปล่อยตัวตามวันเวลา เพราะถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว

เมื่อถามถึงเรื่องการนอนพักรักษาตัวของนายทักษิณ ที่ รพ.ตำรวจ จะมีกรอบเวลาเป็นอย่างไรได้บ้าง แหล่งข่าว ระบุว่า ระหว่างนี้การนอนพักรักษาตัวของนายทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจจะสั้นหรือยาวอยู่ที่อาการความเจ็บป่วยหนักหรือเจ็บป่วยเบา ซึ่งก็จะต้องได้รับการประเมินวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ทำการรักษา หากแพทย์ประเมินว่าจะต้องอยู่รับการรักษาต่อเนื่องก็ต้องอยู่ แต่ถ้าประเมินว่าอาการทุเลาดีขึ้นพิจารณาส่งกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็สามารถกลับเข้าไปรับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ 

แหล่งข่าวฯ ยังยืนยันด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเข้าประเทศไทย และเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯนั้น เจ้าตัวได้ดำเนินการยื่นเอกสารขอทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีทั้งเอกสารคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับรายคดี เอกสารรายงานคุณงามความดี ข้อมูลประวัติการรักษาอาการเจ็บป่วย และหลักฐานอื่นๆส่วนตัว แต่ภายหลังการยื่นนั้น อยู่ในกระบวนการตรวจสอบเอกสารของทางเรือนจำฯ กรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม และไปตามลำดับชั้น จึงเป็นห้วงเวลาตามที่สังคมได้เห็นกัน ก่อนปรากฏพระบรมราชวินิจฉัย อภัยลดโทษ ประกาศเป็นพระราชกิจจานุเบกษาดังกล่าว

-001

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top