วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โปรดเกล้าฯครม.เศรษฐา1
‘เศรษฐา’นั่งควบรมว.คลัง
เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์5ก.ย.
จัดประชุมนัดพิเศษ6ก.ย.
นัดแถลงนโยบาย11ก.ย.
โปรดเกล้าฯแต่งตั้งครม. นายกฯนั่งควบ รมว.คลัง “อนุทิน”รองนายกฯ-รมว.มหาดไทย “ภูมิธรรม” รองนายกฯควบรมว.พาณิชย์ “พัชรวาท” รองนายกฯ-รมว.ทรัพยากรฯ ส่วน“สุทิน” นั่ง รมว.กลาโหม ไร้ชื่อ “พิชิต ชื่นบาน-ไผ่ ลิกค์” ด้านนายกฯ “เศรษฐา” เผยเตรียมนำครม.เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ5 กันยายน พร้อม ถก ครม.นัดพิเศษ 6 กันยายน ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาฯ แล้วบินร่วมประชุมยูเอ็นที่นิวยอร์ก 18 กันยายนนี้เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี ลงวันที่ 2 กันยายน 2566 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 23 ส.ค.พุทธศักราช 2566 แล้วนั้น
บัดนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้วอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
‘เศรษฐา’ควบ รมว.คลัง
นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรองนายกรัฐมนตรี,นายปานปรีย์ พหิทธานุกร เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,นายอนุทินชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย,พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,นายสุทิน คลังแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกตำแหน่งหนึ่ง
“วราวุธ”นั่งรัฐมนตรีพม.
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง,นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง,นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์,นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
‘ธรรมนัส’คุมเกษตรฯ
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,นายไชยา พรหมา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,นายอนุชา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,นางมนพร เจริญศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม,นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม,นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย,นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย,
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
‘หมอชลน่าน’นั่งรมว.สธ.
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน,นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม,
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข,นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
‘นำครม.ถวายสัตย์ฯ5ก.ย.
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวภายหลังคณะรัฐมนตรี’เศรษฐา1’ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งในวันนี้(2 ก.ย.)ว่ากระบวนการหลังจากนี้ จะมีการเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณฯในวันอังคารที่ 5 กันยายน นี้ เวลา 17.00 น.จากนั้นจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกำหนดวัน เบื้องต้นจะเป็นวันที่ 8 หรือ 11 กันยายน แต่อาจจะใช้เวลาในการแถลงนโยบาย 2 วัน เช่น 8-9ก.ย. หรือ 11-12 ก.ย. ดยก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีการนัดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในพุธวันที่ 6ก.ย.ก่อน เพื่อหารือกับ 11 พรรคร่วมรัฐบาล ในการเตรียมการแถลงนโยบาย ซึ่งขณะนี้การจัดทำคำแถลงนโยบายใกล้เสร็จแล้ว
แจงเหตุไร้ชื่อ’ไผ่-พิชิต’.
เมื่อถามถึงรายชื่อครม.ที่ไม่มีชื่อนายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐจากเดิมที่ติดโผ จะเป็นรมช.พาณิชย์นั้นนายเศรษฐา ยืนยันว่าตำแหน่งดังกล่าว ยังเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ ตนยังไม่ได้แต่งตั้งใครเข้าไปแทนที่ โดยเหตุผลที่ไม่มีชื่อของนายไผ่ ลิกค์เป็นเพราะนายไผ่ ลิกค์ ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องของคุณสมบัติ เช่นเดียวกับ นายพิชิต ชื่นบาน ที่ขอถอนตัวเพื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติให้ชัดเจนก่อนทั้ง 2 คน เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ และคณะรัฐมนตรีเดินต่อไปได้
นายเศรษฐายืนยันว่าโควตาทั้งสองคนยังอยู่ และไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาหรือมีใครจะมาทดแทน แต่หากตรวจสอบครบถ้วนแล้ว ทั้งสองคน ก็ยังมีสิทธิ์เป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ ส่วนถ้าหากตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสองคนเสร็จแล้ว จะมีการเสนอชื่อรัฐมนตรีเพิ่มเติม หรือปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายเศรษฐากล่าว่า “ใจเย็นๆ”
ส่วนกรณีนายพิชิต ชื่นบาน ประกาศถอนตัวเป็นเพราะต้องการลดแรงกดดันจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่นั้น นายเศรษฐากล่าวว่า นายพิชิต ยืนยันว่าตนเอง เป็นผู้บริสุทธิ์ เพียงแต่เมื่อมีข้อท้วงติงมาเยอะซึ่งนายพิชิตไม่อยากทำให้ ครม.ลำบากใจ
ไม่ห่วง11พรรคร่วมรัฐบาล
ส่วนมีความหนักใจกับการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง11พรรค หรือไม่ เพราะมีความหลากหลายนั้น นายเศรษฐา ยืนยันว่า ไม่หนักใจ เพราะทุกพรรค ทุกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายมา ตระหนักดีถึงปัญหาความเร่งด่วน ของบ้านเมืองที่ต้องมีการแก้ไข ดังนั้น เราทุกคนทราบกันดีว่าปัญหาไม่รอคอย วันนี้เราทำงานทุกวันพยายามหยิบยกปัญหาใหญ่ๆเพื่อมาแก้ไขปัญหาให้ครบทั้งหมดจึงไม่มีความเป็นห่วง เพราะได้มีการพูดคุยกันแล้ว หลายรัฐมนตรีก็มีความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาบ้านเมือง
ส่วนภารกิจการประชุม สมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 78 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 19-23 กันยายน นายเศรษฐา ยืนยันว่า ตนจะเดินทางไปโดยจะออกเดินทางในคืนวันที่ 18 กันยายน และเริ่มภารกิจทันทีในวันที่ 19 กันยายน โดยจะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคนร่วมเดินทางไปด้วยโดยเฉพาะ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ แต่ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่าง 5-8 กันยายน ไม่สามารถเดินทางไปได้เพราะไม่ทัน
นายกฯควง‘สุริยะ’แก้ปัญหาวินจยย.
วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง พร้อม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และนางพวงเพ็ชรุ ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมแกนนำพรรคและสส.พรรคเพื่อไทยร่วมพูดคุยกับตัวแทนผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ประมาณ 100 คน โดยได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการประกอบอาชีพในสถานการณ์ที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันอันเป็นต้นทุนการประกอบอาชีพสูง เพื่อนำปัญหาไปสู่การที่รัฐบาลจะพิจารณาแนวทางแก้ไข
นายกฯากล่าวว่าที่ผ่านมาเราได้รับฟังปัญหาจากประชาชนกลุ่มต่างๆทั้งด้านการท่องเที่ยว ประมงและปัญหาหนี้สิน วันนี้มารับฟังพี่น้องผู้ขับขี่รถจักรยายนต์รับจ้างซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างมาก เพราะถือเป็นเส้นเลือดฝอยและมดงานเชื่อมให้เศรษฐกิจสามารถเดินต่อไปได้ หากมีความไม่สบายใจส่วนใด ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีอุปสรรคในข้อกฎหมายก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแล ปัญหาที่สะท้อนมาในเรื่องของจุดจอดรถจักรยายนต์รับจ้างนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและประชาชน
ขอเวลา-ขอโอกาสเร่งแก้ปัญหา
ส่วนผู้ขับขี่ที่ติดเงื่อนไขอายุเกิน60ปีนั้น แก้ไขได้ไม่ยากอาจใช้มาตรการตรวจสุขภาพเพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่าผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถทำงานได้ ส่วนปัญหาเรื่องแหล่งทุนสำหรับการประกอบอาชีพนั้นจะไปหารือกับธนาคารออมสินเป็นพิเศษในเรื่องของการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและการลดเงื่อนไขการพิจารณาให้กู้ รวมทั้งอาจจะต้องมีการที่กองทุนประกันสังคมที่จะเข้าไปดูแลผู้ขับขี่อายุเกิน 60 ปีที่ต้องเลิกประกอบอาชีพ อาจจะต้องมีกองทุนประกันสังคมเข้าไปดูแลหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องไปประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงแรงงาน อีกทั้งยังเป็นปัญหาเดียวกันกับสามล้อและแท็กซี่ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ
นายกฯกล่าวว่า ส่วนปัญหาเรื่องแอปพลิเคชันสำหรับเรียกรถ อาจจะต้องมีการพัฒนาร่วมกันเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการขับรถรับจ้างเสียเปรียบแอปพลิเคชันที่มาจากต่างประเทศ หากสามารถมีแอปพลิเคชันกลางได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี มีความเป็นธรรมกับทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริหาร ที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงการแก้ไขกฎหมาย จึงขอฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ติดตามเรื่องนี้ ในส่วนของเรื่องรถจักรยายนต์ไฟฟ้า อาจต้องพิจารณาแนวทางแก้ไขโดยวิธีการให้มีทางเลือกในการทำงานแล้วแบ่งผลประโยชน์กันโดยไม่ต้องกู้เงินมาซื้อรถ “ขออนุญาตขอเวลาและขอโอกาสในการแก้ไขปัญหาในการทำงานให้ทุกท่านสักนิด แต่อะไรที่ช่วยเหลือได้ก็จะเร่งดำเนินการให้ทันที โดยไม่ต้องรอเวลา” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พร้อมตั้งคณะทำงานร่วม
ขณะที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ปัญหาต่างๆที่พี่น้องผู้ขับขี่รถจักรยายนต์รับจ้างสะท้อนมา ตนจะผลักดันให้มีการตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนผู้ประกอบการ มาร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาแล้วเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสม
นายกฯกล่าวว่าคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยได้รับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้เสนอให้มีการตั้งคณะทำงาน ที่มีกระทรวงต่างๆ รวมถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้ภายใน 2 เดือนหลังจากที่เข้าบริหารงานที่กระทรวงแล้ว
“ทุกเรื่องๆที่พี่น้องได้เสนอมาเราจะเร่งพิจารณาแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน อะไรที่สามารถทำได้ ก็จะทำก่อน แม้อาจจะทำได้ไม่ครบทุกข้อที่มีการเสนอมา แต่เราจะพยายามทำให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด”นายกฯ ย้ำ
ถกครม.ใหม่นัดพิเศษ6ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายหลังมีการโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โดยในวันที่ 6 กันยายน จะมีการประชุมครม.นัดพิเศษซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะใช้สถานที่ใดในทำเนียบรัฐบาล ส่วนในวันที่ 8 กันยายน.รัฐบาลชุดใหม่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และวันที่ 12 กันยายนจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก
‘หมอมิ้ง’เรียกแกนนำรบ.ถกร่างนโยบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย และว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เรียกพรรคร่วมรัฐบาลเข้าพูดคุยหารือถึงการจัดทำเอกสารแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีการร่างนโยบายเอาไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งการพูดคุยเป็นการพูดคุยนโยบายกว้างๆของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาล
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคได้เข้าร่วมพูดคุยกับ นพ.พรหมินทร์ ที่พรรคเพื่อไทย โดยพรรครทสช.เสริมนโยบายของพรรคที่ได้หาเสียงไว้ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 4 กระทรวงประกอบด้วย กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง
ประกอบด้วย นโยบายเรื่องการนำเข้าพลังงานน้ำมันเสรี เพื่อแก้ปัญหาราคาพลังงานแพง รวมถึงนโยบายการนำเข้าก๊าชธรรมชาติเสรี เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนและนโยบายสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างไรก็ตามนายพีระพันธุ์ และนายเอกนัฏ จะนำเรื่องดังกล่าว เข้าพูดคุยในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคต่อไป
ประสานแถลงนโยบาย11ก.ย.
ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวถึงวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่าตนทราบจากทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่านางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งว่าอยากได้วันแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นวันที่ 11 กันยายน หากกำหนดเป็นวันที่ 8 กันยายน อาจจะไม่พร้อม เพราะถ้าจะประชุมวันดังกล่าวต้องส่งเอกสารนโยบายรัฐบาลมายังสภาตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน เนื่องจากสภาต้องออกหนังสือนัดสมาชิกล่วงหน้า 5 วัน ทั้งนี้ ตนจะนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเตรียมความพร้อมในวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน เวลา 14.00 น.โดยประมาณ
‘สุทิน’ทาบ‘บิ๊กแอ๊ด’ช่วยงานกห.
มีรายงานข่าวว่า ก่อนประกาศโผ ครม.ชุด เศรษฐา 1 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าที่ รมว.กลาโหม ได้เดินทางไปพบ บิ๊กแอ๊ด พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร อดีตรมว.กลาโหมและผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งภาคอีสานของพปชร.ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566ที่ผ่านมา ที่บ้านพักในเมืองเอก รังสิต โดยนายสุทินซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับพล.อ.ธรรมรักษ์ในช่วงที่บิ๊กแอ๊ด เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยและเป็นประธานภาคอีสานของพรรค โดยนายสุทินจะให้มาช่วยงานในตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษารมว.กลาโหมให้คำแนะนำงานด้านความมั่นคง
นายสุทิน ยอมรับไม่เคยมีประสบการณ์ด้านงานความมั่นคงมาก่อนแต่ไม่กังวลกับตำแหน่ง รมว.กลาโหมที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นนักการเมืองพลเรือนคนแรกที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่มารับตำแหน่งรมว.กลาโหมและตั้งใจมาพบปรึกษาขอคำแนะนำจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ หลังถูกทาบทามให้มาช่วยดูงานของกระทรวงกลาโหม
นอกจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ซึ่งได้รับความเคารพนับถือจากทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณและพลอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯพร้อมจะมีการทาบทาม อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพที่มากประสบการณ์อีกหลายนายมาช่วยขับเคลื่อนงานที่กระทรวงกลาโหม
‘วันชัย’ชี้ปรองดองบังเกิดแล้ว
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ทนายวันชัย สอนศิริ” ระบุว่า “ผมเคยบอกไว้เมื่อ 27 ส.ค.66 ว่า เศรษฐา มา...ราหูไป ความศิวิไลซ์แห่งประเทศจะบังเกิด ที่ไม่เคยเห็นจะได้เห็น... ที่ไม่เคยเป็นจะได้เป็น...ที่ไม่เคยมีจะได้มี...ความสามัคคีปรองดองจะเกิดขึ้น ความขัดแย้งจะไม่มีอีกต่อไป ไพร่ฟ้าหน้าใสคนไทยเป็นสุข.. เป็นความมหัศจรรย์พันลึก บรรจงลงตัวพอดี เห็นมั้ยล่ะ... พระสยามเทวาธิราชมีอยู่จริง มีอิทธิฤทธิ์จริงๆ”
ปชป.หาเสียงระยองกระหึ่ม
วันเดียวกันนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รักษาการรองหัวหน้าพรรคฯ คุณกัลยา โสภณพนิช รักษาการรองหัวหน้าพรรคฯ นายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตสส.ประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับนพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กล่าวช่วงหนึ่งว่า ที่น่าห่วงคือ วันนี้ที่ประชาชนเบื่อการเมือง เพราะเข้าใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ เลยไม่อยากที่จะไปใช้สิทธิ์ใช้เสียง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอยืนยันว่ายังไงการเมืองก็เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนโดยตรง แต่ที่ทำให้เบื่อหน่ายคือ การที่พี่น้องประชาชน ไม่ได้เลือกผู้แทนจาก 2 ปัจจัยสำคัญคือ 1.คนที่รู้ เข้าใจปัญหา และ 2.คนที่ขยัน ติดตามการแก้ไขปัญหา ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้มีอยู่ครบถ้วนในตัวนพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ และประชาชนจะได้ผู้แทนของพี่น้องประชาชนจริงๆ จึงขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่าได้โปรดให้การสนับสนุนหมอบัญญัติเพื่อให้ได้กลับเข้าไปทำหน้าที่ส.ส.ตามเดิม
ด้านนายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า คุณหมอบัญญัตินั้น เป็นคนที่ขยัน เป็นภาพจำที่โดดเด่นในการทำหน้าที่ได้อย่างดีทั้งในและนอกสภา โดยเมื่อครั้งที่ตนดำรงตำแหน่งรมช.มท. คุณหมอบัญญัติ ได้มีการประสานให้ตน ลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตร รวมทั้ง การจัดทำมาตรการเชิงรุกเพื่อลดอุบัติเหตุในจังหวัดระยอง ที่เคยมียอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงที่สุดของภาคตะวันออก และอีกหลายๆที่เป็นผลงานที่เกิดรูปธรรม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพื่อต้องการสื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นความตั้งใจทำงาน ความเข้าใจปัญหา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนระยองทั้งหวัดที่คุณหมอบัญญัติได้ตั้งใจจริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี