533.jpg
รบ.แถลงนโยบาย11-12ก.ย. ค้านถล่ม14ชม. ก.ก.จัด30ขุนพลลุยชำแหละ

รบ.แถลงนโยบาย11-12ก.ย. ค้านถล่ม14ชม. ก.ก.จัด30ขุนพลลุยชำแหละ

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รบ.แถลงนโยบาย11-12ก.ย.

ค้านถล่ม14ชม.

ก.ก.จัด30ขุนพลลุยชำแหละ

ติวเข้มสส.3วันก่อนเปิดศึก

นายกฯพร้อมให้ตรวจสอบ

ลั่นยิ่งทำให้รบ.แข็งแกร่งขึ้น

‘เพื่อไทย’ยันไม่ตั้งองครักษ์

รัฐสภาไฟเขียวแถลงนโยบายรัฐบาล 2 วัน 11-12 กันยายน รวม 30 ชั่วโมง“ฝ่ายค้าน”ได้ชำแหละเต็มๆ 14 ชม. สว. 5 ชม.-ซีกรัฐบาล 5 ชม.“ปธ.วันนอร์”ไม่กังวลม็อบแนะให้ชมถ่ายทอดสด“อดิศร”ลั่นพท.ไม่ต้องตั้งองครักษ์ ยันนายกฯพร้อมตอบ แตะเบรก “ฝ่ายค้าน” ใจเย็นๆ อย่าใช้เวทีแถลงนโยบาย-ซักฟอกรออีก 4-5 เดือน ด้าน“ก้าวไกล” วาง 30 ขุนพลสส.ชำแหละนโยบาย-โวอภิปรายครอบคลุมทุกมิติ เก็บตัวส.ส.ติวเข้ม8-10ก.ย.‘นายกฯเศรษฐา’เดินหน้านโยบายแจกเงินดิจิทัลย้ำใช้บล็อกเชน ยังอุบที่มาแหล่งเงิน หวั่นทำสับสน ชี้สื่อสารก้าวหน้าไม่จำเป็นต้องมีครม.เศรษฐกิจมั่นใจพร้อมให้ตรวจสอบยันเป็นเรื่องดี‘ฝ่ายค้าน’ตรวจสอบนโยบาย ช่วยให้ รบ.แข็งแกร่งขึ้น ประชุมครม.13ก.ย.แบ่งงานรองนายกฯ

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย(วิป3 ฝ่าย)โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฏร เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีตัวแทนจากวุฒิสภา(สว.)สส.และคณะรัฐมนตรี (ครม.)อาทินายสมคิด เชื้อคง ตัวแทน ครม.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทองพรรคภูมิใจไทย ตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ นายประมวล พงษ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ ประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนสว. นายมหรรณพ เดชพิทักษ์ สว. เป็นต้น เพื่อวางกรอบเวลาการอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา และแบ่งสัดส่วนเวลาของแต่ละฝ่าย ซึ่งใช้เวลาการประชุมนาน1 ชั่วโมง 30 นาที


รัฐสภาเคาะแถลงนโยบาย2วัน30ชม.

ภายหลังการประชุม นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ว่าว่าบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นผ่อนปรนไปมา เพื่อให้การประชุมเรียบร้อย โดยการประชุมเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ก.ย.- 12 ก.ย.นี้ จะใช้เวลา 2 วัน รวมทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง

‘ฝ่ายค้าน’ได้ชำแหละถล่มเต็มๆ14ชม.

โดยแบ่งเป็นประธานรัฐสภา 1 ชั่วโมง ฝ่ายครม.แถลงและชี้แจง 5 ชั่วโมง ฝ่ายสว. 5 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง ทั้งนี้ คิดว่าคงเพียงพอในการที่ทุกฝ่ายจะปรับเวลาที่ชัดเจนให้ตามจำนวนคน คาดว่าคงไม่เกินในเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้การประชุมจบด้วยดี ไม่มีใครไม่ยอม แม้ทุกฝ่ายจะอยากได้เวลา แต่เมื่อทราบข้อจำกัดของเวลาและความสนใจของพี่น้องประชาชนแล้ว จึงตกลงกันเช่นนี้

ประธานรัฐสภา กล่าวต่อว่าทั้งนี้คาดว่าในวันแรกอาจจะเลิกประชุมดึกแต่คงไม่เกินเที่ยงคืนและวันที่สองคงไม่เกิน 23.00น. แม้บางฝ่ายจะบอกว่าไม่อยากให้เกิน21.00น.แต่เพื่อให้การอภิปรายในวันถัดมามีคุณภาพมากขึ้น และความสนใจของพี่น้องประชาชน รวมถึงครม.แจ้งว่าวันที่ 13 ก.ย.66 จะมีการประชุมครม.ทุกฝ่ายจึงบอกว่าจะกลับไปเตรียมทั้งตัวบุคคลและเนื้อหาสาระให้ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

‘ฝ่ายค้าน’ยันถกนโยบายไม่ใช่ซักฟอก

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงฝ่ายค้านหรือไม่เนื่องจากฝ่ายค้านอยากใช้เวทีนี้ในการซักฟอกรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่าฝ่ายค้านยืนยันเองว่าจะอยู่ในกรอบของการอภิปรายเรื่องนโยบายและความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตามนโยบายนั้น แต่ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนคิดว่าฝ่ายค้านตอนนี้เป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ มีข้อมูลพร้อมที่จะอภิปรายในกรอบกฎหมายและข้อบังคับรวมถึงความสนใจของพี่น้องประชาชน

ไม่กังวลม็อบแนะให้ชมถ่ายทอดสด

เมื่อถามว่าการรักษาความปลอดภัยในวันนั้น จะเป็นไปตามกฎระเบียบหรือต้องมีการรักษาความปลอดภัยเข้มที่เป็นพิเศษหรือไม่เนื่องจากอาจจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาในบางวัน ประธานรัฐสภากล่าวว่า คิดว่าคงไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุม หรือมีการกดดันสภา เพราะพี่น้องประชาชนติดตามการประชุมตลอดเวลาผ่านการถ่ายทอดสดในหลายช่องทาง เนื่องจากทุกฝ่ายคงอยากให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเนื้อหาที่จะพูดอย่างเต็มที่ และมีคุณภาพไม่มีแรงกดดันใดๆ หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาที่สภาคงไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่ได้หมายความสภาจะรังเกียจ การมีผู้ชุมนุมหรือผู้สนับสนุนก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ช่วงอภิปรายต้องใช้เวลาหากมาคงเสียงทั้งค่าใช้จ่าย และเวลามาก

‘อดิศร’แตะเบรก‘ฝ่ายค้าน’ใจเย็นๆ

ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ว่าที่ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 11-12ก.ย.ว่าเป็นการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงการติชมนโยบายรัฐบาล จึงต้องการฟังกระจกเงาสะท้อนการทำงาน เพราะหากรัฐบาลไม่มีกระจกเงาก็เดินไปลำบากเพราะรัฐบาลประชาธิปไตยต้องการกระจกเงาและขอย้ำว่าหากการแถลงนโยบายเป็นไปตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด แถลงเสร็จก็กลับบ้านได้เลยแต่เราเห็นว่าจะเคร่งครัดเกินไปจึงเห็นว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยดีกว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ทุกฝ่ายมีความสุขเพราะเป็นการแถลงนโยบายครั้งแรก ก็ฝากไปยังฝ่ายค้านว่า อย่าเพิ่งใจฮึกเหิมมาก เอาแต่เพียงพอดี

ลั่นไม่มีตั้งองค์รักษ์-นายกฯพร้อมแจง

เมื่อถามว่าต้องเตรียมองครักษ์หรือเตรียมตั้งรับอย่างไรนายอดิศรกล่าวว่าคงไม่ต้องเตรียมอะไร เป็นการแถลงนโยบายเฉยๆเพราะเรายังไม่ได้ทำอะไร ส่วนจะใช้เวทีนี้เป็นการซักฟอกกลายๆหรือไม่ คิดว่าคงมีบ้าง อาจจะมีล้ำเส้นบ้างเป็นธรรมดา หากจะแวะเข้ามาในซอยบ้างก็ไม่เป็นไรแต่รีบกลับขึ้นไปถนนหลวงบางคนอภิปรายนโยบายโดยไม่มีประสบการณ์ คิดว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ขอให้รออีกสักหน่อย4-5 เดือนค่อยว่ากัน

“ขอย้ำว่าไม่ต้องตั้งองค์รักษ์พิทักษ์ใครเพราะส่วนสูงไม่ถึงนายกรัฐมนตรี ปวดคอ”นายอดิศรกล่าวและยังระบุว่านายกฯไม่ได้กำชับอะไร ท่านให้อิสระ เพราะอยากให้สภาราบลื่น และนายกฯพร้อมที่จะมาตอบข้อซักถาม ขอให้สภาเป็นสภาของทุกฝ่าย ของพี่น้องประชาชน

‘ก.ก.’วาง30ขุนพลชำแหละนโยบาย

ทางด้านนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาลในวันที่11-12 ก.ย.นี้ว่าหลังจากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมกัน ในส่วนพรรคก้าวไกลได้จัดผู้อภิปรายไว้ทั้งสิ้น 30 คน รู้สึกเสียดายที่ได้เวลาอภิปรายเพียง 2 วัน หากได้เวลา 3วัน จะชัดเจนและลงลึกมากขึ้น จะพยายามให้ครอบคลุมทุกเรื่อง บางเรื่องอาจมีเวลาไม่พอจะพูดถึง แต่ก็จะทำให้ครบทุกมิติจะไม่ได้เน้นที่ด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะครบทุกมิติ รวมถึงตรวจสอบ ตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายที่ออกมาจะสะท้อนเนื้อแท้ของรัฐบาลชุดนี้และการเมืองในยุคปัจจุบันอย่างไร

ผิดหวังคำแถลงสะท้อนพินอบพิเทา

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยอมรับว่านโยบายฯมีความกว้างจริง หลายเรื่องคลุมเครือชวนให้สงสัยว่าหมายถึงอะไรกันแน่ มีไม่กี่กรณีที่ระบุเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าจะบรรลุเป้าหมายด้วยมาตรการใดยังต้องถามรายละเอียดของมาตรการนั้นตอนนี้ยังไม่มีตัวชี้วัดและกำหนดเวลาที่ชัดเจน ตอนนี้พรรคก้าวไกลก็ทำการบ้านอย่างเต็มที่ แต่ค่อนข้างผิดหวัง ไม่รู้ว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นความหวังได้หรือไม่ แต่ก็คงต้องให้โอกาสในการทำงานจริง

“จะเห็นได้ว่ามีความตั้งใจใช้คำพูดที่คลุมเครือ ไม่ได้พูดถึงปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร มีความพยายามจะเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง พินอบพิเทา เป็นอย่างยิ่งในการแถลงนโยบาย แต่ก็ไม่เป็นไร คำพูดอาจจะประนีประนอมได้ แต่เนื้อหาสุดท้ายต้องดูว่าการปฏิบัติเป็นอย่างไร” นายชัยธวัช กล่าว

ล็อคสส.ติวเข้ม8-10ก.ย.ก่อนอภิปราย

เมื่อถามถึงการวางตัวสส.หน้าใหม่ ที่จะอภิปรายนโยบายรัฐบาล นายชัยธวัชกล่าวว่าจะมีทั้ง สส.แบ่งเขต และสส.บัญชีรายชื่อ ขอให้รอติดตาม สิ่งที่รัฐบาลกล่าวว่าการแถลงนโยบาย ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่ใช่การอภิปรายซักฟอก ต้องใช้เวลาเนื่องจากปัญหาประเทศมีหลายอย่าง ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้เปลี่ยนจากอภิปราย 1 วันเป็น 2วันถือว่ายังดีขึ้น

เมื่อถามว่าการอภิปรายจะรุนแรงจนถึงขั้นประท้วงกันเหมือนปี 2562 หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่หวังว่ารัฐบาลจะปล่อยให้การอภิปราย การตรวจสอบตั้งคำถาม เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ ในวันที่ 8-10 ก.ย.นี้ พรรคก้าวไกลได้นัดหมายติวเข้ม สส.ที่จะอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยต้องขออภัยครอบครัวสส.เหล่านั้นด้วย 3 วันนี้ ถูกบังคับเข้าโรงเรียนประจำอยู่ที่พรรค

เศรษฐา’เดินหน้าเงินดิจิทัลอุบที่มา

ส่วนความเคลื่อนไหวของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ช่วงเช้าเดินทางเข้าปฎิบัติภารกิจที่พรรคเพื่อไทย โดยนายเศษฐาให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของแหล่งเงินที่จะใช้สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต10,000บาทว่าที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับหลายภาคส่วนขณะนี้อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนงบประมาณว่าเงินจะมาจากไหนเมื่อวันที่ 6ก.ย.ก็ได้พูดคุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ให้ข้อคิดมาหลายเรื่องโดยให้คำแนะนำว่าถ้าเราจะออกดิจิทัลวอลเล็ตในระยะกลางและระยะยาวของประเทศระบบการเงินการคลังของประเทศจะเป็นลักษณะไหน อย่างเช่นตัวเลขหนี้สาธารณะจะขึ้นจะลงอย่างไรท่านเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่จะต้องมีการพูดคุยให้เกิดความขัดเจนไม่อยากให้มีการพูดกันไปหลายอย่าง

“วันนี้ขอทำการบ้านให้ดีก่อน อย่าลืมว่าวันนี้ผมยังไม่สามารถเข้าบริหารงานได้ ต้องรอการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาถึงจะสั่งการได้ วันนี้ขอให้เป็นเรื่องระหว่างการพูดคุยและเก็บข้อมูลก่อน ขอร้องว่าอย่าพูดให้เกิดความสับสน ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง วันนี้ข้อมูลมาจากหลายภาคส่วน”

ยืนกรานเป็นบล็อคเชนแน่นอน

เมื่อถามว่าจะเป็นลักษณะการออกพันธบัตรเพื่อระดุมทุนหรือไม่นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง ขอเวลานิดหนึ่งไม่อยากจะตอบแล้วสื่อนำไปเขียนกัน จนเกิดความเข้าใจผิด มีหลายส่วนที่สามารถทำได้ เมื่อถามย้ำว่าการจ่ายเงินจะเป็นลักษณะบล็อคเชนใช่หรือไม่นายเศรษฐาตอบว่าเป็นบล็อคเชนแน่นอนเมื่อถามย้ำว่าแม้วิธีการหาเงินยังไม่สรุปแต่ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวจะเดินหน้าได้ในไตรมาสแรกปี 67เหมือนที่เคยระบุไว้ใช้หรือไม่นายเศรษฐา กล่าวว่า“ใช่ครับแน่นอนครับ”

ครม.13ก.ย.แบ่งงานรองนายกฯ

เมื่อถามว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)นัดแรกวันที่13ก.ย.นอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และลดราคาพลังงานแล้วมีเรื่องอะไรเร่งด่วนอีกบ้างนายเศรษฐา กล่าวว่า ขอให้อดใจนิดหนึ่งเพราะมีหลายเรื่อง มีเรื่องที่เตรียมไว้ยาวมาก ทั้งนี้เราได้มีการประกาศไว้แล้วว่าการประชุมครม.นัดแรกจะทำอะไรบ้างและต้องไปดูว่าวันที่จะเริ่มทำได้จริงเมื่อไหร่ถ้าพูดไปก่อนเดี๋ยวจะเกิดความสับสน วันเดียวกันจะพูดคุยภายในเกี่ยวกับการจัดเตรียมวาระ

เมื่อถามว่า การประชุมวันที่13 ก.ย.จะแบ่งงานให้รองนายกฯเลยหรือไม่ นายเศษฐา กล่าวว่า น่าจะและกำลังทำอยู่ วันนี้ก็จะเป็นเรื่องหนึ่งในการพิจารณากับคณะทำงาน ส่วนที่นายกฯระบุจะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)นายกฯจะดูแลงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเองเลยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้จะพูดคุยกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไป และยืนยันจะไปกำกับดูแลก.ตร.ด้วยตัวเอง

เคาะโฆษกรัฐบาล-ขรก.การเมืองพรึบ

นายกฯกล่าวอีกว่าวันนี้เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการเฟ้นหาบุคคลที่จะมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเข้าใจว่าได้แล้วและจะมีการพูดคุยอย่างดีจะได้ไม่ต้องพูดกลับไปกลับมาทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนสับสนได้ ส่วนจะเป็นใครนั้นขอเวลาอีกนิดเดี๋ยวได้ทราบ ทั้งนี้ คงมีตำแหน่งข้าราชการการเมืองบางส่วนด้วย เพราะหลายหน่วยงานมีการเตรียมเรื่องไว้แล้ว ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการยอมรับว่ามีหลายเรื่องที่สำคัญและตนจะคุยกับคณะทำงานว่ามีเรื่องอะไรบ้างว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่นายกฯต้องทำ แล้วมาไล่เรียงความสำคัญ แต่อยากให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยแถลงครั้งเดียวจะได้ไม่เกิดความสับสน

ชี้ไม่จำเป็นต้องมีครม.เศรษฐกิจ

เมื่อถามถึงการประชุมครม.จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจโดยเฉพาะหรือไม่นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าการประชุมครม.นอกสถานที่จะมีอย่างแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไรขอกำหนดวันเวลาอีกครั้ง ส่วนการประชุมครม.เศรษฐกิจ ส่วนตัวคิดว่าการทำงานในสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องนั่งล้อมวงกันเสียเวลาเตรียมเอกสารที่มีข้อนข้างเยอะ เราใช้การทำงานแบบจับกลุ่มการพูดคุยและรวมตัวกันทำงานดีกว่าคนจะได้ไม่ต้องมาเตรียมเอกสารกันเยอะไปหมดอีกทั้งปัจจุบันมีวิธีสื่อสารหลายวิธีจึงคิดว่าการประชุมครม.เศรษฐกิจไม่มีความจำเป็นแต่มั่นใจว่า ทุกเรื่องจะเดินหน้าได้เร็วกว่าที่ทำในทุกวันนี้เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีการกำหนดกรอบเวลาทำงานหรือไม่ว่า 100วัน จะมีผลงานอะไรออกมา นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องขอพิจารณาก่อนยังไม่มีการพูดคุยตรงนั้นแต่ยืนยันว่าจะเห็นผลงานอย่างแน่นอน

‘ฝ่ายค้าน’ตรวจสอบเข้มทำรบ.แข็งแกร่ง

เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกล(ก.ก.)ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายพรรค พท.มีหลายเรื่องที่หาเสียงไว้แต่ไม่ได้บรรจุในคำแถลงนโยบายรัฐบาลนายเศรษฐา กล่าวว่า ขอให้รอดูและฟังจากการแถลงนโยบาย วันนี้เข้าใจการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ และเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ และไม่กังวลหากจะพูดซักและจี้ถามในรัฐสภา ถือเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเราอาสาเข้ามาทำงานก็ต้องพร้อมให้ถูกตรวจสอบและถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

ถกบีโอไอดึงนักลงทุนกระตุ้นศก.ไทย

นายเศรษฐากล่าวด้วยว่า บ่ายวันเดียวกันนี้จะหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลุงทุนหรือบีโอไอ โดยจะหารือในประเด็นการลงทุนระหว่างประเทศว่า มีข้อติดขัดอะไรหรือไม่ เพราะเรื่องการลงทุนกับต่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากนั้นมีกำหนดเข้าพบและหารือกับ เอกอักคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้สื่อมวลชนมั่นใจว่า เราจะทำงานอย่างเต็มที่

ทูตสหรัฐฯเข้าแสดงความยินดี‘เศรษฐา’

ที่พรรคเพื่อไทยนายรอเบิร์ตเอฟ.โกเด็ก(Mr. Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา ทวีสิน ในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโอกาสนี้นายปานปรีย์พหิทธานุกร รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะครั้งนี้ด้วย

นายกฯหวังพบ‘ไบเดน’ช่วงถกUNGA

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตที่ร่วมแสดงความยินดี ชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย-สหรัฐฯที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน โดยนายกรัฐมนตรีหวังจะได้พบประธานาธิบดี ไบเดนในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่78(78th Session of the United Nations General Assembly:UNGA78)และหวังว่าจะได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดี ไบเดนที่ประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ขณะที่เอกอัครราชทูตฯสหรัฐฯกล่าวว่ามุ่งหวังว่าความสัมพันธ์ทวิภาคี ที่มีมาอย่างแน่นแฟ้นยาวนาน ตามที่ครบรอบ 190 ปีสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันจะต่อเนื่องทวีความมั่นคงต่อไป พร้อมกันนี้ทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันในทุกมิติที่จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การค้า การลงทุน และความท้าทายระดับโลกอาทิวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

‘อนุทิน’นำกราบสมเด็จพระสังฆราช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในเวลา 8.09 น. จากนั้นกราบสักการะพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเข้ากราบสักการะสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

จากนั้นเข้ากราบถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมี รมช.มหาดไทยทั้ง3คนได้แก่นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ เข้าร่วมด้วย ในโอกาสเข้าทำงานที่กระทรวงมหาดไทยเป็นวันแรก

เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในมหาดไทย

ต่อมา เวลา10.00น. นายอนุทิน พร้อม 3รมช.มหาดไทยเข้าสักการะศาลพระไชยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แล้วเดินขึ้นบันได เพื่อสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แล้วเดินขึ้น ชั้น 2 เพื่อถวายสักการะ พระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องปฏิบัติงาน

ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักบรรดาผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยได้แก่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะรองปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรมหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียงรวม11จังหวัดมาร่วมพิธีด้วย

ลั่นยุคนี้พี่น้องกัน ไม่มีท่าน-นาย

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกภายหลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการว่าวันนี้เข้ามารับตำแหน่ง เตรียมการทำงานให้เรียบร้อยตามบัญชาของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงตอบข้อซักถามต่างของรัฐสภาในการแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 11 ก.ย.นี้ช่วง3-4วันจะต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับข้อมูล ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินจะเริ่มอย่างเป็นทางการหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จเป็นต้นไป ทุกอย่างก็จะเริ่มดำเนินการ วันนี้ถือว่ามาทำความรู้จักแนะนำตัวเองกับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ตนมีทีมรมช.มหาดไทย ที่มีความคุ้นเคยใกล้ชิดกับประชาชนเป็นสส.ทั้งนายทรงศักดิ์ นายชาดาและนายเกรียง ยุคนี้จะเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจประชาชน เพื่อยกระดับในคุณภาพชีวิตทุกมิติ เป็นกระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีมาจากประชาชนแท้จริง ยังมีการสนับสนุนจาก ปลัดกระทรวงมหาดไทยและทีมงานที่มีความคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อตน(นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล)เป็นรมว.มหาดไทย ช่วงปี2552-54

“ยุคที่ผมอยู่ที่นี่จะไม่มีคำว่าท่าน ไม่มีคำว่านายมีแต่พี่น้องในหมู่ข้าราชการ ทำงานด้วยเป้าหมายเดียวกัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข อย่างเดียวไม่พอประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันถ้วนหน้าทุกคน” นายอนุทิน กล่าว

ลั่นต้องไร้วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

เมื่อถามว่านายกฯออกมาระบุจะไม่มีการซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด ทางกระทรวงมหาดไทยก็จะไม่มีเรื่องนี้เด็ดขาดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“มันต้องไม่มี ไม่ใช่จะไม่มี เรื่องนี้นายกฯเน้นย้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ วานนี้(6ก.ย.) ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีทุกคน”

เมื่อถามถึงกรณีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในระดับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่จ.นครปฐม จนถึงขั้นมีการยิงสารวัตรตำรวจทางหลวงจนเสียชีวิต เมื่อวันที่6ก.ย.ที่ผ่านมานายอนุทิน กล่าวว่าจะมีการหารือเรื่องนี้ การทำงานของตนต้องเชื่อมั่นในส่วนราชการเพราะจะเป็นผู้นำนโยบายของเราไปปฏิบัติ เราไม่ก้าวก่าย มีปัญหาใดๆตนมั่นใจว่าโทรหารือปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วย ทุกอย่างก็จะได้รัยการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องห่วง ตนทำงานวันนี้สั่งการวันนี้

‘พิพัฒน์’ยกระดับรง.เป็นก.เศรษฐกิจ

ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน พร้อมคณะเดินทางเข้ากระทรวงแรงงาน เป็นวันแรก เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน รวม 5 จุด ทั้ง พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร,พระพุทธชินราช,ศาลพระภูมิชัยมงคล ,ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมาจากนั้นนายพิพัฒน์ได้ประชุมร่วมหารือกับนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงานพร้อมผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายข้าราชการประจำทุกอธิบดีในกระทรวงที่ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์

นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ตั้งเป้าหมายและอยากจะทำให้ได้คือการเห็นกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ เพราะแรงงานเข้าถึงทุกองคาพยพของประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน จึงต้องหารือกันเพื่อยกระดับแรงงานไทย

สานต่องานสุชาติ ไม่นับ 1 ใหม่!

นายพิพัฒน์ ยืนยันว่าไม่ได้มีความกดดันเพราะในอดีตเคยเป็นผู้บริหารภาคธุรกิจ มีลูกจ้างนับพันคน ปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือครอบครัวมีลูกจ้าง2-3หมื่นคนจึงได้เรียนรู้ถึงการดูแลแรงงานมาตั้งแต่อยู่ภาคธุรกิจเมื่อมาอยู่กระทรวงแรงงานขอเวลาศึกษาข้อมูลก่อนหลังจากหารือร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตั้งแต่ปลัดกระทรวงแรงงานจะทราบถึงสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะทำคือขอพบกับ 3 ฝ่าย โดยเฉพาะสหภาพแรงงาน นายจ้างและข้าราชการให้ครบ เพื่อนำความคิดมาประมวลกัน

เมื่อถามว่า นโยบายเดิมมีอะไรที่อยากสานต่อ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ภารกิจเดิมที่นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีต รมว.แรงงาน ได้ทำเอาไว้ดีอยู่แล้ว ตนก็จะเดินต่อแน่นอน จะไม่นับ 1 ใหม่เด็ดขาด สิ่งที่ดีก็ควรจะต่อยอด เราไม่มีเวลานับ 1 ใหม่ดังนั้นสิ่งที่นายสุชาติทำไว้ดี เราควรต่อยอด เพื่อประหยัดเวลา ในวันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เราไม่มีเวลาฮันนีมูน ไม่มีเวลาพักศึกษา เรามีอย่างเดียวคือ เข้ามาแล้วเริ่มงานได้เลย ใครเริ่มเร็วกว่าคนนั้นถึงเส้นชัยก่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top