ถูกเชือดหมดสภา?! 'จตุพร'ฟาดหากจริยธรรมเข้มข้นเท่าเทียม คงไม่มีใครเหลือรอด

ถูกเชือดหมดสภา?! 'จตุพร'ฟาดหากจริยธรรมเข้มข้นเท่าเทียม คงไม่มีใครเหลือรอด

วันศุกร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.11 น.

"จตุพร"ฟาดมาตรฐานจริยธรรม ถ้าใช้เข้มข้นเสมอหน้า เชื่อ ส.ส.ถูกสอบย้อนหลังจนหมดสภา คงไม่มีใครเหลือรอด เท่ากับปฎิรูปการเมือง ตำรวจ ทหาร ได้ผลเป็นที่ประจักษ์ คาดนายกฯคงหวั่นคำพิพากษาศาลฎีกา เชือด"ช่อ" ระทึกลับดาบรอคิวถูกประหารอีกไม่นาน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ฟาด!!" ว่า หากมีการบังคับใช้มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเข้มข้นและเสมอหน้าเท่าเทียมกันแล้ว ประเทศไทยคงไม่เรียกร้องการปฏิรูปการเมืองและข้าราชการตำรวจ-ทหาร เลย เพราะทุกคนจะเหลือรอดมีน้อยมาก หรืออาจไม่เหลือใครสักคนด้วยซ้ำไป


นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าเอามาตรฐานจริยธรรมกรณีคำพิพากษาศาลฎีกาถอนสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตกับช่อ-พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.อนาคตใหม่ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปีมาแล้ว มาวัดอย่างเสมอกันกับนักการเมืองทุกคนแล้ว คงไม่เหลือ สส.ในสภาชุดนี้สักคน

อีกอย่าง หากย้อนตรวจสอบจริยธรรมกับข้าราชการอื่นๆ ทั้งตำรวจ ทหาร คงไม่เหลือใครอีกเลยเช่นกัน ดังนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ อาจต้องหวั่นระทึก กับการลงโทษไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจรยิธรรมร้ายแรง เพราะกรณีที่เกิดกับช่อ ราวกับเป็นการส่งสัญญาณลับดาบไว้รอเชือด

“คิดว่า เขารอประหารรายที่ใหญ่กว่า เพราะหลากหลายเรื่องราวเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงทั้งสิ้น เช่นสะพานข้ามพระโขนง กระทั่งเรื่องที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พูดมาทั้งสามตอน ถ้าเอามาตรวัดทางริยธรรมแล้วจะรอดได้หรือเปล่า”

นายจตุพร เห็นว่า ในอนาคตถ้าใครจะมาทำหน้าที่ทางการเมืองแล้ว ต้องมีความใสสะอาดตั้งแต่เกิด หากมีการกระทำย้อนหลังที่ขัดกับมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งเป็นคำกว้างๆ และยังย้อนกลับไปตรวจสอบเอาผิดได้ไกลถึงตั้งแต่เกิด จึงต้องเตรียมตัวมาเป็นนักการเมืองให้สะอาดผุดผ่อง ไร้รอยมลทินมาตั้งแต่เกิดกันเลย

“มาตรฐานที่ใหญ่กว่าจริยธรรม ก็คือความเสมอภาคทางจริยธรรม ถ้าขีดเส้นใช้กันอย่างเที่ยงตรงเสมอเหมือนกันแล้ว ประเทศนี้จะเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้านำทุกคนเข้าเครื่องตรวจจับด้วยมาตรฐานจริยธรรมแล้ว จะเกิดการปฏิรูปโดยปริยายทันที ถึงขั้นที่ประเทศจะได้รับการชำระสะสางกันเลย”

ส่วนกรณีกองทัพเรือซื้อเรือดำนำจากจีนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ผบ.ทร. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ยังยืนยันจะใช้เครื่องยนต์ CHD 620 ของจีนมาใส่ในเรือดำน้ำที่ไทยซื้อ โดยไม่เอาเครื่องยนต์จากเยอรมัน นอกจากนี้จีนยังเพิ่มการประกันพร้อมอะไหล่จาก 2 ปีเป็น 8 ปี ซึ่งตรงกับความต้องการของกองทัพเรือเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม่้นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เสนอแนวทางเปลี่ยนเรือดำน้ำจีนเป็นปุ๋ย แต่นั่นเป็นแค่สิ่งที่นำมาพูดกันเท่านั้น โดยในทางการเมืองแล้ว ทั้งรัฐบาลและรมว.กลาโหมคงไม่กล้ายกเลิกเรือดำน้ำและเครื่องยนต์จากจีนตามการยืนยันของ ผบ.ทร.ได้แน่นอน

นายจตุพร กล่าวถึงนายเศรษฐา สั่งห้าม รมต.นำการประชุม ครม.มาเปิดเผยนอกห้องประชุมว่า การประชุม ครม.ควรเป็นการเปิดมากกว่าจะปิดลับ และยิ่งวาระปกติทั่วไปต้องมีการถ่ายทอดการประชุมให้ประชาชนได้รับรู้ยิ่งเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำไป โดยยกเว้นวาระลับที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

"นอกจากห้าม รมต.นำการประชุม ครม.มาพูดแล้ว ก็ต้องถ่ายทอดให้ประชาชนได้เห็นและได้รับฟัง เพราะการใช้จ่ายภาษีของประชนแล้ว ประชาชนต้องการรู้ว่ารัฐบาลได้ใช้ตรงกับ พรบ.งบประมาณรายจ่ายหรือไม่” พร้อมทั้งย้ำว่า ยิ่งเปิดเผย ยิ่งโปร่งใส และทำให้เกิดภูมิต้านทานกับรัฐบาลเองด้วย

อีกทั้ง กล่าวว่า ยิ่งห้ามพร้อมมีมาตรการลงโทษด้วยแล้ว ประชาชนยิ่งสงสัย ดังนั้น จึงต้องมีการพิสูจน์ให้เห็น เช่น เหมาลำเครื่องบินไปประชุมสหรัฐ แล้วลูกและคนใกล้ชิดจะจ่ายเงินเองได้อย่างไร เพราะเครื่องบินถูกเหมาลำแล้ว มาบอกจ่ายเงินเอง คนยิ่งสงสัยไปกันใหญ่

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top