546.jpg
‘รัชดา’เผยสเปคหัวหน้า‘ปชป.’คนใหม่ ย้ำถึงพรรคไม่มีเจ้าของ แต่ทุกเรื่องล้วนมีข้อสรุป

‘รัชดา’เผยสเปคหัวหน้า‘ปชป.’คนใหม่ ย้ำถึงพรรคไม่มีเจ้าของ แต่ทุกเรื่องล้วนมีข้อสรุป

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.34 น.

‘รัชดา’เผยสเปคหัวหน้า‘ปชป.’คนใหม่ ย้ำถึงพรรคไม่มีเจ้าของแต่ทุกเรื่องล้วนมีข้อสรุป

27 พ.ย. 2566 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในรายการ “แนวหน้าTalk” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ซึ่งมี นายปรเมษฐ์ ภู่โต เป็นพิธีกร ถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. 2566 ว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรครอบนี้ต้องจบ ซึ่งที่ผ่านมาเลือกกันไม่ได้เพราะองค์ประชุมไม่ครบ


แต่ปัจจุบันมีทางแก้ด้วยการเตรียมองค์ประชุมสำรองไว้ หากองค์ประชุมไม่ครบอีกก็จะจับสลากจากคนที่เป็นตัวสำรองให้เข้ามานั่งเป็นองค์ประชุมแทน จะไม่มีปัญหาอีกแน่นอน ส่วนตุณสมบัติของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ หากมองการเมืองไทยตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน จนถึงการเลือกตั้งในปีนี้ และมองต่อไปในอนาคต จะแตกต่างจากการเมืองรอบก่อนหน้านั้นมาก ทั้งการสื่อสารกับประชาชนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็เข้ามามากขึ้น ทัศนคติของประชาชนต่อการเมือง ความคาดหวังมันมีความเปลี่ยนแปลง

ดังนั้นคนที่จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรค 1.ต้องเป็นศูนย์รวมของคนในพรรคให้ได้ก่อน เมื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องนำคนในพรรคให้ได้ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรครวมถึงคนที่ทำงานให้กับพรรค 2.ต้องฉายภาพวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนการเมืองในทิศทางไหน การมีพรรคประชาธิปัตย์ในการเมืองไทยถือเป็นความจำเป็น ไม่มีพรรคนี้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคต้องฉายภาพออกมาให้ประชาชนรับทราบและเชื่อในสิ่งที่พรรคนำเสนอ

"เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ในยามที่เป็นฝ่ายค้านมั่นใจว่าประชาชนเชื่อมั่นในการทำงาน เราตรวจสอบ คานอำนาจ ถ่วงดุลรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในยามที่เราเป็นรัฐบาล คนที่ทำงานในสภาก็ไม่ใช่ว่าปิดปากเงียบนะ เรื่องไหนที่เราคิดว่ามันไม่ใช่ ต้องปรับปรุงแก้ไข คนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ลุกขึ้นมาที่จะอภิปราย” น.ส.รัชดา กล่าว

น.ส.รัชดา กล่าวต่อไปว่า ในการขับเคลื่อนนโยบายตามที่หาเสียงไว้ พรรคประชาธิปัตย์พูดจริงทำจริงเมื่อได้ร่วมรัฐบาล เพียงแต่การเป็นพรรคร่วมย่อมไม่อาจผลักดันได้ครบทุกนโยบาย แต่หากเป็นนโยบายหลัก หากจะมีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในรัฐบาลก็ต้องดำเนินตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย คนที่ติดตามการเมืองจะทราบดีว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่สักแต่พูดหรือออกนโยบายมาแค่ให้ได้คะแนนเสียง จนบางครั้งประชาชนมองว่าทำไมพรรคต้องคิดมากขนาดนั้นจนนโยบายที่ออกมาก็ไม่โดนใจ แต่แม้จะไม่โดนใจก็เป็นนโยบายที่ทำได้จริง

ส่วนคำถามที่ว่า เหตุใดรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ขับเคลื่อนงานกระทรวงต่างๆ อยู่ด้วย ประชาชนถึงไม่ค่อยรับรู้ เรื่องนี้ตนมองว่า 1.คนสนใจการเมืองน้อย เอาเข้าจริงๆ คนที่เป็นคอการเมืองมีเพียงกลุ่มเล็กๆ และยังแบ่งออกเป็นหลากซีกหลายฟาก ในขณะที่ประชาชนส่วนที่เหลือก็จะสนใจเรื่องอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่เราคิดว่ารู้ คนส่วนมากไม่ได้รับรู้

2.คนไม่ค่อยจำรัฐมนตรี ส่วนใหญ่จะจำนายกรัฐมนตรีมากกว่า รวมถึงจำเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แม้รัฐมนตรีกระทรวงอื่นจะทำงานมากแต่จะรับรู้กันเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม ฯลฯ แต่การเลือกตั้งคือการพูดถึงคนทุกกลุ่ม จึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกจดจำ อนึ่ง การเมืองเป็นเรื่องของความรู้สึก ทั้งๆ ที่จริงควรเป็นเรื่องของเหตุผล ดังนั้นคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองจึงต้องมีแรงดึงดูดคน คือไม่ใช่เก่งอย่างเดียวแต่ต้องมีเสน่ห์ด้วย แต่ก็ต้องแยกแยะด้วย บางครั้งคนมีเสน่ห์เป็นที่นิยมชมชอบก็ไม่ได้แปลว่าจะบริหารเก่งเสมอไป

“ไม่ใช่ว่าดูแบบมีชื่อเสียง มีเสน่ห์ พูดเก่ง แล้วจะบริหารประเทศเก่งเสมอไป มันไม่ใช่ แต่บางคนเก่งอย่างเดียวแต่ไม่มีเสน่ห์ก็ขายไม่ออกอีก พรรคเรามีคนหลายรูปแบบมาก เพียงแต่ท่านๆ เหล่านั้น เขาอยากจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคในเวลานี้เหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะการบริหารพรรคการเมืองมันยากมาก ยิ่งพรรคการเมืองแบบประชาธิปัตย์ ประชาชนอาจจะตั้งคำถามว่า คำว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของ แล้วมันตีความออกมามันแปลว่าอะไร คือถ้ามีเจ้าของ เป็นเจ้านายสั่งใครก็ได้ แต่พอไม่มีเจ้าของทุกคนคือหุ้นส่วน จะไปสั่งหันซ้าย-หันขวา มันลำบากมาก” น.ส.รัชดา กล่าว

น.ส.รัชดา ยังกล่าวอีกว่า กับคำถามเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทำให้เกิดปัญหาไม่มีใครฟังใครหรือไม่ จริงๆ แล้วทุกเรื่องล้วนได้ข้อสรุปเพียงแต่ต้องใช้เวลานานกว่า เพราะการที่พรรคจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไม่ใช่หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเพียงไม่กี่คนจะทำได้ แต่เป็นเรื่องของทั้งพรรค โดย สส. ของพรรคทุกคนต้องมาประชุมกัน ถกเถียงกันด้วยเหตุผล บางเรื่องใช้เวลาถกเถียงกันนาน 3-4 ชั่วโมง แต่เมื่อได้ข้อสรุป นั่นคือมติของพรรคที่เราก็ยอมรับแม้ตัวเราอาจไม่เห็นด้วย แต่นี่คือพรรคประชาธิปัตย์ มันก็มีช่องทางในการบริหารจัดการได้

ชมคลิปเต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=pYYuqYu_zig

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top